สมช.เตรียมแผนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ย้ำไทยไม่ต้องกักตุนสินค้า

Share on Line Share on Facebook Share on X
สมช.เตรียมแผนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ย้ำไทยไม่ต้องกักตุนสินค้า

สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยหารือร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ พลังงาน และสาธารณสุข เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดแนวทางรองรับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย พร้อมเตรียมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เลขาธิการ สมช. ยืนยันว่าประเทศไทยยังอยู่ห่างจากพื้นที่วิกฤต ประชาชนไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้าหรือถอนเงินสดมาเก็บสำรองในขณะนี้

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานด้านความมั่นคง การข่าว กองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านการต่างประเทศ เศรษฐกิจ พลังงาน และสาธารณสุข รวมถึงนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าร่วม เพื่อทบทวนแนวทางบริหารจัดการสถานการณ์ตามแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ

สมช.วางฉากทัศน์หลายรูปแบบ รับมือความไม่แน่นอนของโลก

การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม โดย สมช. ได้จัดทำฉากทัศน์หลายรูปแบบ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของสถานการณ์และใช้เป็นกรอบในการกำหนดมาตรการรองรับ

ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของประเทศ ก่อนมอบหมายให้แต่ละหน่วยงานนำฉากทัศน์ที่ สมช. กำหนดไปจัดทำแผนปฏิบัติการในรายละเอียดตามภารกิจรับผิดชอบ เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการได้อย่างเหมาะสม หากสถานการณ์ระหว่างประเทศมีความเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ การทบทวนแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ครอบคลุมการเตรียมความพร้อมของประเทศในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจตามปกติของหน่วยงานด้านความมั่นคง

สรุปข่าว

สมช.ประชุมรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง วางฉากทัศน์หลายรูปแบบ พร้อมเตรียมตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามความเสี่ยงและประสานหน่วยงานรัฐ ยืนยันไทยยังห่างพื้นที่วิกฤต ไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้าหรือถอนเงินสด ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ ย้ำข้าวและเนื้อไก่เพียงพอต่อการบริโภค

สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยหารือร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ พลังงาน และสาธารณสุข เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดแนวทางรองรับสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย พร้อมเตรียมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่เลขาธิการ สมช. ยืนยันว่าประเทศไทยยังอยู่ห่างจากพื้นที่วิกฤต ประชาชนไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้าหรือถอนเงินสดมาเก็บสำรองในขณะนี้

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานด้านความมั่นคง การข่าว กองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านการต่างประเทศ เศรษฐกิจ พลังงาน และสาธารณสุข รวมถึงนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าร่วม เพื่อทบทวนแนวทางบริหารจัดการสถานการณ์ตามแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ

สมช.วางฉากทัศน์หลายรูปแบบ รับมือความไม่แน่นอนของโลก

การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม โดย สมช. ได้จัดทำฉากทัศน์หลายรูปแบบ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของสถานการณ์และใช้เป็นกรอบในการกำหนดมาตรการรองรับ

ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของประเทศ ก่อนมอบหมายให้แต่ละหน่วยงานนำฉากทัศน์ที่ สมช. กำหนดไปจัดทำแผนปฏิบัติการในรายละเอียดตามภารกิจรับผิดชอบ เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการได้อย่างเหมาะสม หากสถานการณ์ระหว่างประเทศมีความเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ การทบทวนแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ครอบคลุมการเตรียมความพร้อมของประเทศในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจตามปกติของหน่วยงานด้านความมั่นคง

เตรียมตั้งศูนย์ปฏิบัติการ สมช. ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง

พล.อ.ชัยพฤกษ์ เปิดเผยว่า สมช. เตรียมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สปก.สมช. เพื่อเป็นกลไกประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินสถานการณ์

ศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและติดตามความเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ พร้อมปรับปรุงแนวทางดำเนินงานและแผนรองรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับการสื่อสารและแจ้งเตือนประชาชน สมช. ได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมประชาสัมพันธ์ ให้เตรียมความพร้อมด้านระบบติดต่อสื่อสาร เพื่อให้สามารถเผยแพร่ข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง หากเกิดสถานการณ์ที่ต้องแจ้งเตือนประชาชน

เลขาธิการ สมช. ย้ำว่า การแจ้งข้อมูลจะดำเนินการตามความจำเป็นและความเหมาะสมของสถานการณ์ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการและแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันความสับสนจากข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน

ยืนยันไม่จำเป็นต้องกักตุนสินค้าหรือถอนเงินสด

สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคและการถอนเงินสดมาเก็บสำรอง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ยืนยันว่า ขณะนี้ประชาชนยังไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากประเทศไทยยังอยู่ห่างจากพื้นที่วิกฤตในตะวันออกกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว

โดยเฉพาะด้านพลังงานและอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ภาครัฐได้หารือแนวทางบริหารจัดการเพื่อให้มีความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต

เลขาธิการ สมช. ยังยืนยันว่า การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่การประกาศเตือนภัย หรือส่งสัญญาณว่าประเทศไทยกำลังจะเผชิญภาวะวิกฤต แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเชิงป้องกัน เพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีกลไกและแผนปฏิบัติการที่สามารถนำมาใช้ได้เมื่อจำเป็น

กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันข้าวและเนื้อไก่เพียงพอ

ด้านความมั่นคงทางอาหาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ยืนยันต่อที่ประชุมว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีปริมาณข้าวและเนื้อไก่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคภายในประเทศ จึงยังไม่มีเหตุให้ประชาชนต้องกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนสินค้าอาหารหลักในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์นมและน้ำมันปรุงอาหารบางประเภทเป็นกลุ่มสินค้าที่อาจต้องวางแผนบริหารจัดการเพิ่มเติม เพื่อให้มีความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ

การเตรียมความพร้อมด้านอาหารจะดำเนินการควบคู่กับมาตรการด้านพลังงานและความมั่นคงในภาพรวม โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำข้อมูลและข้อเสนอจากที่ประชุมไปพิจารณาจัดทำแผนรองรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์

สมช.ย้ำเป็นการเตรียมพร้อมตามปกติ ไม่ใช่ประกาศภาวะวิกฤต

พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวย้ำว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความพร้อมให้ประเทศสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับความมั่นคงและการดูแลประชาชน

หลังจากนี้ สมช. จะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมไปพัฒนาแผนปฏิบัติการ รวมถึงประสานหน่วยงานด้านการสื่อสารของภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์

พร้อมยืนยันว่า การเตรียมแผนรับมือไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยกำลังเผชิญเหตุการณ์ฉุกเฉิน แต่เป็นการดำเนินงานตามแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถบริหารจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในการดำเนินชีวิตตามปกติ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์