

สัมมนาสาธารณะ "RE-THINK THAILAND : รื้อ ปรับ ขยับเศรษฐกิจ หาทางรอดให้คนไทย" จัดโดย สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย โดยหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลางด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บสก.) รุ่นที่ 12 ระดมความเห็นจากหลากหลายภาคส่วนที่สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมเสนอแนะทางออก
ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทำให้ขณะนี้แรงงานในหลายอุตสาหกรรมมีความเสี่ยงตกงานสูง หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มสถาบันทางการเงิน โดยมีการประเมินแนวโน้มว่าในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า อาจมีแรงงานในกลุ่มนี้คนตกงานเป็นหลักหมื่นคน เป็นผลมาจากการปรับตัวเข้าสู่ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) เช่นเดียวกับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการจ้างงานในอนาคต
“สิ่งที่น่ากังวลของคนทำงาน คือกลุ่ม Gen X และ Gen Y ที่กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ต้องทำตัวอย่างไรไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะแนวโน้มธุรกิจในอนาคตใช้คนน้อยลง และเน้นแต่คนเก่ง ขณะที่เครื่องจักรและหุ่นยนต์ก็มีราคาถูกลงเรื่อย ๆ พร้อมเสนอแนะสำหรับวัยทำงานอายุ 40 ปีขึ้นไป จำเป็นจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่มองว่าปัญหาเศรษฐกิจโลก ก็มีส่วนสำคัญเพราะเมื่อเศรษฐกิจโลกป่วยก็ย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจไทยป่วยตามด้วย
ส่วนมุมมองจากนายแสงชัย ธีรกุลวาณิช กล่าวว่า สถานการณ์ของผู้ประกอบการ SME กำลังเผชิญแรงกดดันหนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนกิจการ SME ที่ขาดทุนต่อเนื่องและมีความเสี่ยงกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18 ไตรมาสสุดท้ายปี 2568 เป็นร้อยละ 22 ในไตรมาสแรกปี 2569 ในขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง แม้ผู้ประกอบการรายย่อยจะมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 84 ของทั้งระบบ แต่กลับมีอำนาจต่อรองต่ำเมื่อเทียบกับทุนขนาดใหญ่ ส่งผลให้การแข่งขันเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งเรื่องหนี้สินครัวเรือนที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและเศรษฐกิจไทย จนกลายเป็นกับดักหนี้
ประธานกิตติมศักดิ์และประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ยังเห็นว่าทางออกสำคัญคือการปรับวิธีคิดของ SME จากการมุ่งแข่งขันด้านราคา ไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) สร้างนวัตกรรม และพัฒนามาตรฐานตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ รวมถึงปรับบทบาทจากผู้ผลิตปลายน้ำมาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
สรุปข่าว

สัมมนาสาธารณะ "RE-THINK THAILAND : รื้อ ปรับ ขยับเศรษฐกิจ หาทางรอดให้คนไทย" จัดโดย สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย โดยหลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลางด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บสก.) รุ่นที่ 12 ระดมความเห็นจากหลากหลายภาคส่วนที่สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมเสนอแนะทางออก
ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทำให้ขณะนี้แรงงานในหลายอุตสาหกรรมมีความเสี่ยงตกงานสูง หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มสถาบันทางการเงิน โดยมีการประเมินแนวโน้มว่าในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า อาจมีแรงงานในกลุ่มนี้คนตกงานเป็นหลักหมื่นคน เป็นผลมาจากการปรับตัวเข้าสู่ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) เช่นเดียวกับกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการจ้างงานในอนาคต
“สิ่งที่น่ากังวลของคนทำงาน คือกลุ่ม Gen X และ Gen Y ที่กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ต้องทำตัวอย่างไรไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะแนวโน้มธุรกิจในอนาคตใช้คนน้อยลง และเน้นแต่คนเก่ง ขณะที่เครื่องจักรและหุ่นยนต์ก็มีราคาถูกลงเรื่อย ๆ พร้อมเสนอแนะสำหรับวัยทำงานอายุ 40 ปีขึ้นไป จำเป็นจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่มองว่าปัญหาเศรษฐกิจโลก ก็มีส่วนสำคัญเพราะเมื่อเศรษฐกิจโลกป่วยก็ย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจไทยป่วยตามด้วย
ส่วนมุมมองจากนายแสงชัย ธีรกุลวาณิช กล่าวว่า สถานการณ์ของผู้ประกอบการ SME กำลังเผชิญแรงกดดันหนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนกิจการ SME ที่ขาดทุนต่อเนื่องและมีความเสี่ยงกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18 ไตรมาสสุดท้ายปี 2568 เป็นร้อยละ 22 ในไตรมาสแรกปี 2569 ในขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง แม้ผู้ประกอบการรายย่อยจะมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 84 ของทั้งระบบ แต่กลับมีอำนาจต่อรองต่ำเมื่อเทียบกับทุนขนาดใหญ่ ส่งผลให้การแข่งขันเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งเรื่องหนี้สินครัวเรือนที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและเศรษฐกิจไทย จนกลายเป็นกับดักหนี้
ประธานกิตติมศักดิ์และประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ยังเห็นว่าทางออกสำคัญคือการปรับวิธีคิดของ SME จากการมุ่งแข่งขันด้านราคา ไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) สร้างนวัตกรรม และพัฒนามาตรฐานตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ รวมถึงปรับบทบาทจากผู้ผลิตปลายน้ำมาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
ด้านดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญปัญหาการเติบโตช้า รายได้ต่อหัวประชากรอยู่ในระดับต่ำ แม้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะขยายตัว หากไม่เร่งปรับตัวโดยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโดยเร็วอาจมีความเสี่ยงที่ไม่หลุดพ้นจากการติดกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว หรือประเทศที่มีรายได้สูงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้
นักวิชาการอาวุโส ทีดีอาร์ไอ ยังมองว่า ประเทศไทยสามารถขยับไปสู่โอกาสได้ท่ามกลางความท้าทายของไทยที่ยังมีต่อเนื่อง โดยทางออกที่ยั่งยืนที่สุด คือ การสร้างคนเก่งที่เป็น “ฮีโร่” เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เติบโตแบบก้าวกระโดด ยกตัวอย่างหากสามารถสร้างคนอย่าง อีลอน มัสก์ ได้เพียงคนเดียว สามารถสร้างมูลค่าที่เกิดขึ้นอาจสูงถึง 3 เท่าของ GDP ประเทศไทย และน่าจะเห็นผลไวกว่าการพัฒนาแบบกระจายตัวในภาคเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว ขณะที่ภาคบริการประเทศไทยควรหาทางรองรับการรั่วไหลของแพล็ตฟอร์มบริการจากต่างชาติ ซึ่งไม่สามารถสร้างรายได้เข้าประทศไทยอย่างแท้จริง
ขณะที่มุมมองรศ.ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน มี 4 ประเด็นใหญ่ หรือ “4 Bug” ที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข หากต้องการให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน Bug แรก คือ การอัดฉีดเงินแล้วเงินไม่หมุน แม้ภาครัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์กลับไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าที่ควร Bug ที่สอง คือ ไทยมีปริมาณการส่งออกสินค้ามาก แต่กลับส่งออกแต่สินค้าเทคโนโลยีต่ำหรือ Low-Tech สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอยเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง Bug ที่สาม คือ FDI ไม่สร้างอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แม้ประเทศไทยจะได้รับการลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่หรือยกระดับทักษะแรงงานได้อย่างเพียงพอ และ Bug ตัวสุดท้าย คือภาคเกษตรไทยเปลี่ยนไม่ทันโลก โดยตั้งคำถามว่าประเทศไทยกำลังดูแลภาคเกษตรในลักษณะ “เลี้ยงไข้” มากกว่าการรักษาให้หายหรือไม่ แม้ไทยจะได้รับการยอมรับว่าเป็นครัวของโลก แต่เกษตรกรจำนวนมากยังเผชิญปัญหารายได้ต่ำ หนี้สินสูง และเข้าสู่สังคมสูงวัย
ผู้ร่วมเสวนาทั้งหมดยังได้มีข้อเสนอแนะถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดย ทีดีอาร์ไอ เสนอว่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI โดยนำโมเดลจากประเทศต่าง ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ทั้ง ยุโรป และจีน ที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนรองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอว่า ภาครัฐต้องเร่งปรับของยุทธศาสตร์เกษตร โดยต้องหยุดการแก้ปัญหาการแจกแบบเลี้ยงไข้ และหันมาสร้างความรุ่มรวยให้กับเกษตรกรด้วยการเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตร พร้อมกันนี้ยังต้องเร่งหาทางสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมไฮเทคควบคู่กันไปด้วย
ขณะที่ภาคธุรกิจเสนอว่า ทางรอดภาคธุรกิจต้องเปลี่ยน mindset เปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่โดยไม่ยึดติดสิ่งเดิม มีแนวคิดการบริหารจัดการธุรกิจสมัยใหม่ มีกระบวนการรองรับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการสร้างทักษะให้กับแรงงานเพื่อรองรับความท้าทายในโลกยุคใหม่ ด้าน ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอี มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ โดยเน้นย้ำว่า ควรเร่งขยับกลไกสนับสนุน โดยเฉพาะการลดข้อจำกัดด้านกฎหมายที่สร้างต้นทุนแฝง และเพิ่มโอกาสให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกทางตรง (Direct Exporter) และผลักดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าในระดับที่สูงขึ้น เพื่อพาประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน
- เปิด 14 ข้อ MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน ปูทางยุติสงคราม-เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- นักวิเคราะห์ ชี้ "ราคาน้ำมัน" อาจใช้เวลา 4-8 สัปดาห์กว่าจะมีเสถียรภาพ
- ทำไม "ราคาน้ำมัน" ผันผวน ไม่ลงทันที แม้จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซสัปดาห์นี้
- สหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลง! จ่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังลงนาม 19 มิ.ย.
- สายการบินสหรัฐฯ แบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงสูงขึ้น 78% ราคาน้ำมันพุ่งจากสงคราม
ที่มาข้อมูล : บสก.12 สถาบันอิศรา
ที่มารูปภาพ : บสก.12 สถาบันอิศรา
