เปิด 3 มาตรการ "ข่าวดีคุณครู" คืนตำแหน่ง-ปลดล็อกระบบย้าย-ลดเวลาวิทยฐานะ

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิด 3 มาตรการ "ข่าวดีคุณครู" คืนตำแหน่ง-ปลดล็อกระบบย้าย-ลดเวลาวิทยฐานะ

ครูไทยกับภารกิจที่มากกว่าการสอน เมื่อ “ขวัญกำลังใจ” คือพลังขับเคลื่อนการศึกษา

ในทุกห้องเรียน “ครู” ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน แต่ยังเป็นทั้งผู้สร้างแรงบันดาลใจ ผู้ดูแลเด็ก และกำลังสำคัญในการพัฒนาคนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมและภาระงานที่เพิ่มขึ้น การดูแลคุณภาพชีวิตและสร้างขวัญกำลังใจให้ครูจึงเป็นอีกโจทย์สำคัญของการยกระดับการศึกษาไทย

คืนตำแหน่งเกษียณ 7 พันกว่าอัตรา

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตครูและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุดคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ค.ศ. ได้อนุมัติมาตรการ 3 ด้านหลัก ที่เป็นข่าวดีของครูและสถานศึกษาทั่วประเทศ

โดยมาตรการดังกล่าวประกอบด้วย การคืนตำแหน่งครูเกษียณ 7,276 อัตรา โดยจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเติมเต็มบุคลากรในชั้นเรียน ลดภาระงานครู และทดแทนอัตรากำลังที่ขาดหาย

ปลดล็อกระบบย้ายครู-ลดเงื่อนไขขอวิทยฐานะ

นอกจากนี้ยังปลดล็อกระบบการย้ายครูให้คล่องตัวขึ้น ด้วยการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูฯ (ตำแหน่งครู) โดยยกเลิกเงื่อนไขการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนเดิมกรณีรับโอนระหว่างเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมเปิดทางให้เขตพื้นที่การศึกษาสามารถบริหารจัดการตำแหน่งว่างได้ เพื่อช่วยให้การจัดสรรครูลงสู่โรงเรียนที่ขาดแคลน ทำได้รวดเร็วและเป็นธรรมยิ่งขึ้น

กระทรวงศึกษาธิการยังได้มอบสิทธิพิเศษให้กับครูที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ทุรกันดารและพื้นที่เสี่ยงภัย 3,657 แห่ง โดยออกมาตรการลดเวลาขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะผ่านระบบ DPA จากเดิม 4 ปี เหลือเพียง 3 ปี เพื่อตอบแทนความเสียสละของครู

สรุปข่าว

รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปคุณภาพชีวิตครู ก.ค.ศ. ไฟเขียว 3 มาตรการสำคัญ คืนตำแหน่งครูเกษียณ 7,276 อัตรา ปลดล็อกการย้ายครูให้คล่องตัว พร้อมลดเวลาขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะจาก 4 ปี เหลือ 3 ปี สำหรับครูในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร และเสี่ยงภัย 3,657 แห่ง

ครูไทยกับภารกิจที่มากกว่าการสอน เมื่อ “ขวัญกำลังใจ” คือพลังขับเคลื่อนการศึกษา

ในทุกห้องเรียน “ครู” ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน แต่ยังเป็นทั้งผู้สร้างแรงบันดาลใจ ผู้ดูแลเด็ก และกำลังสำคัญในการพัฒนาคนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคมและภาระงานที่เพิ่มขึ้น การดูแลคุณภาพชีวิตและสร้างขวัญกำลังใจให้ครูจึงเป็นอีกโจทย์สำคัญของการยกระดับการศึกษาไทย

คืนตำแหน่งเกษียณ 7 พันกว่าอัตรา

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตครูและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยล่าสุดคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ค.ศ. ได้อนุมัติมาตรการ 3 ด้านหลัก ที่เป็นข่าวดีของครูและสถานศึกษาทั่วประเทศ

โดยมาตรการดังกล่าวประกอบด้วย การคืนตำแหน่งครูเกษียณ 7,276 อัตรา โดยจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ให้แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเติมเต็มบุคลากรในชั้นเรียน ลดภาระงานครู และทดแทนอัตรากำลังที่ขาดหาย

ปลดล็อกระบบย้ายครู-ลดเงื่อนไขขอวิทยฐานะ

นอกจากนี้ยังปลดล็อกระบบการย้ายครูให้คล่องตัวขึ้น ด้วยการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูฯ (ตำแหน่งครู) โดยยกเลิกเงื่อนไขการตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือนเดิมกรณีรับโอนระหว่างเขตพื้นที่การศึกษา พร้อมเปิดทางให้เขตพื้นที่การศึกษาสามารถบริหารจัดการตำแหน่งว่างได้ เพื่อช่วยให้การจัดสรรครูลงสู่โรงเรียนที่ขาดแคลน ทำได้รวดเร็วและเป็นธรรมยิ่งขึ้น

กระทรวงศึกษาธิการยังได้มอบสิทธิพิเศษให้กับครูที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่ทุรกันดารและพื้นที่เสี่ยงภัย 3,657 แห่ง โดยออกมาตรการลดเวลาขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะผ่านระบบ DPA จากเดิม 4 ปี เหลือเพียง 3 ปี เพื่อตอบแทนความเสียสละของครู

เพราะคุณภาพการศึกษา เริ่มต้นจากคุณภาพชีวิตของครู

การมีครูเพียงพอในห้องเรียน ระบบการย้ายที่มีประสิทธิภาพ และเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพที่ชัดเจน ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อการทำงานของครู

เมื่อครูสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการสอนได้มากขึ้น ลดภาระจากปัญหาอัตรากำลัง และมีโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างเป็นธรรม ย่อมช่วยสร้างแรงจูงใจและทำให้ครูสามารถกลับมาโฟกัสกับภารกิจสำคัญที่สุด นั่นคือ “การดูแลและพัฒนาผู้เรียน”

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาครูไม่ได้จบเพียงการเพิ่มอัตรากำลังหรือปรับหลักเกณฑ์เท่านั้น แต่ยังต้องเดินหน้าควบคู่ไปกับการลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน พัฒนาทักษะครูให้เท่าทันโลกยุคใหม่ และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของทั้งครูและนักเรียน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การลงทุนกับครู คือการลงทุนกับอนาคตของเด็กไทย หากครูมีพลัง มีความสุข และได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ห้องเรียนก็ย่อมมีโอกาสเป็นพื้นที่ที่สร้างทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และอนาคตที่ดีให้กับผู้เรียนได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ การอนุมัติจัดสรรอัตรากำลังทดแทน การปลดล็อกระบบย้ายครู และการมอบสิทธิประโยชน์ลดเวลาประเมินวิทยฐานะให้แก่ครูในพื้นที่ทุรกันดารนี้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสร้างขวัญกำลังใจ ให้คนเก่งคนดีมีโอกาสเติบโตในสายงาน และพร้อมทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ 

ที่มาข้อมูล : รัฐบาล/TNN รวบรวม

ที่มารูปภาพ : Getty Images

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ