แก้กฎหมาย-เพิ่มบทลงโทษ มาตรการคุมปืน 100% ของรัฐบาล มีอะไรบ้าง ?

Share on Line Share on Facebook Share on X
แก้กฎหมาย-เพิ่มบทลงโทษ มาตรการคุมปืน 100% ของรัฐบาล มีอะไรบ้าง ?

จากเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และไม่กี่วันต่อมาก็เกิดเหตุ อดีต สส.บุกยิง นายกฯ อบจ. เสียชีวิต ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายควบคุมปืนในไทยมีช่องโหว่ใหญ่ และเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล 

ซึ่งนายกฯ อนุทิน ก็ได้เตรียมแผนควบคุมปืน 100% ไปถึงการแก้กฎหมายในอนาคต แต่แผนนี้มีอะไรบ้าง จะใช้ได้จริงหรือไม่ ?

โดยรัฐบาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน เพื่อจัดการการครอบครองปืนผิดกฎหมายและปืนเถื่อน โดยมีมาตรการระยะเร่งด่วน 7 ข้อด้วยกัน ได้แก่

1.ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น

2.ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (ป.3) จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น

3.ตรวจสอบใบ ป.3 ทั่วประเทศ ให้นายทะเบียนตรวจสอบจำนวนใบ ป.3 ที่ค้างและยังไม่มีการซื้อขาย พร้อมรายงานกระทรวงมหาดไทยภายใน 30 วัน

4.เร่งจัดระเบียบใบ ป.4 ให้ผู้ได้รับใบ ป.3 และซื้อปืนแล้ว ดำเนินการขอใบอนุญาตให้มีและใช้ (ป.4) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ ครม. มีมติ มิฉะนั้นจะถือว่ามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

5.ตรวจสอบผู้ค้าปืนทั่วประเทศ ให้กรมการปกครองตรวจสอบยอดจำหน่ายให้สอดคล้องกับใบ ป.3 หากพบไม่ตรงกันให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมให้กรมสรรพากรตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี

6.ตรวจสอบเครื่องกระสุนของสนามยิงปืน ให้กรมการปกครองร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานด้านการกีฬาตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี

7.เร่งปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย ให้ฝ่ายปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการ หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเข้มงวด และเสนอขอให้ศาลลงโทษขั้นรุนแรง

สรุปข่าว

หลังเกิดเหตุรุนแรงต่อเนื่อง รัฐบาลอนุทินเตรียมยกระดับการควบคุมอาวุธปืน ตั้งแต่ระงับการออกใบอนุญาตซื้อและพกพา ตรวจสอบใบอนุญาตและผู้ค้าปืน ไปจนถึงปราบปรามปืนเถื่อน ขณะที่แนวทางระยะยาวเตรียมแก้กฎหมายปืนที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2490 ด้วยระบบอนุญาตแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มโทษ ต่ออายุใบ ป.4 ทุก 3 ปี และคุมเครื่องกระสุนเข้มขึ้น แต่โจทย์ใหญ่คือมาตรการเหล่านี้จะสามารถลดการเข้าถึงปืนของผู้ก่อเหตุได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะปืนที่อยู่ในครอบครัว

จากเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และไม่กี่วันต่อมาก็เกิดเหตุ อดีต สส.บุกยิง นายกฯ อบจ. เสียชีวิต ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายควบคุมปืนในไทยมีช่องโหว่ใหญ่ และเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล 

ซึ่งนายกฯ อนุทิน ก็ได้เตรียมแผนควบคุมปืน 100% ไปถึงการแก้กฎหมายในอนาคต แต่แผนนี้มีอะไรบ้าง จะใช้ได้จริงหรือไม่ ?

โดยรัฐบาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน เพื่อจัดการการครอบครองปืนผิดกฎหมายและปืนเถื่อน โดยมีมาตรการระยะเร่งด่วน 7 ข้อด้วยกัน ได้แก่

1.ระงับโครงการปืนสวัสดิการใหม่ จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น

2.ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (ป.3) จนกว่าจะมีมติ ครม. เป็นอย่างอื่น

3.ตรวจสอบใบ ป.3 ทั่วประเทศ ให้นายทะเบียนตรวจสอบจำนวนใบ ป.3 ที่ค้างและยังไม่มีการซื้อขาย พร้อมรายงานกระทรวงมหาดไทยภายใน 30 วัน

4.เร่งจัดระเบียบใบ ป.4 ให้ผู้ได้รับใบ ป.3 และซื้อปืนแล้ว ดำเนินการขอใบอนุญาตให้มีและใช้ (ป.4) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ ครม. มีมติ มิฉะนั้นจะถือว่ามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

5.ตรวจสอบผู้ค้าปืนทั่วประเทศ ให้กรมการปกครองตรวจสอบยอดจำหน่ายให้สอดคล้องกับใบ ป.3 หากพบไม่ตรงกันให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมให้กรมสรรพากรตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี

6.ตรวจสอบเครื่องกระสุนของสนามยิงปืน ให้กรมการปกครองร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานด้านการกีฬาตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษี

7.เร่งปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย ให้ฝ่ายปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการ หากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินคดีอย่างเข้มงวด และเสนอขอให้ศาลลงโทษขั้นรุนแรง

นอกจากมาตรการเร่งด่วนแล้ว สิ่งสำคัญคือการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็ชี้ว่ากฎหมายปืนของไทย เป็นกฎหมายตั้งแต่ปี 2490 ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จึงจำเป็นต้องปรับปรุงระบบการควบคุมอาวุธปืนให้เหมาะสมกับยุคสมัย โดยเปิดเผยถึงแนวทาง 3 ข้อ ที่จะวางมาตรการเข้มตามรูปแบบต่างประเทศได้แก่ 

1.เร่งปรับปรุงกฎหมายอาวุธปืนให้ทันสมัย เน้นนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในกระบวนการอนุญาตและซื้อขายทุกขั้นตอนแบบ และเพิ่มโทษผู้กระทำผิด

2.กำหนดให้ใบ ป.4 ต้องต่ออายุทุก 3 ปี

3.เพิ่มความเข้มงวดการควบคุมเครื่องกระสุน 

ก่อนหน้านี้ นายกฯ อนุทิน พยายามแก้ไขกฎหมายปีนมาตั้งแต่ปี 2566 ในสมัยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.มหาดไทยโดยชี้ว่าต้องขึ้นทะเบียนสิ่งเทียมปืน และการพกปืน โดยในตอนนั้น อนุทินได้กล่าวว่า “ในยุคที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะไม่มีการออกใบอนุญาตพกอาวุธปืนแล้ว และจะไม่ให้มีร้านปืนเพิ่มขึ้น ตามมาด้วยกฎเกณฑ์ต่างๆ มากมาย ที่สุดแล้ว มันจะเหลือแต่คนที่มุ่งจะทำผิด ที่พกปืนไปไหนมาไหน เราพยายามให้คนที่จะทำผิด ทำอะไรยากขึ้น"

โดยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2569 นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงนามสั่งระงับการออกใบอนุญาตพกพาชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี เพื่อจำกัดการไหลเวียนของอาวุธในพื้นที่สาธารณะด้วย แต่ตอนนี้ได้ดำเนินการห้ามต่อใบอนุญาตทั้ง ใบอนุญาตซื้อ, ให้มีและใช้ และพกพา จนกว่ามติอื่น และล่าสุด นายกฯ อนุทินได้ให้สัมภาษณ์ว่าต้องจัดระเบียบ เพราะขณะนี้ปืนเมืองไทยมี 10 ล้านกระบอก ขณะที่ประชากรมีแค่ 70 ล้านเท่านั้น

ทั้งจำนวน 10 ล้านนี้ ยังไม่รวมถึงปืนเถื่อน ที่ไทยมีจำนวนสูงพอๆ กับปืนขึ้นทะเบียน มีการกวาดจับเป็นประจำในทุกๆ เดือนซึ่งรัฐบาลชี้ว่า เร่งศึกษาวิธีออกกฎหมายเรียกคืนหลวง หรือนิรโทษปืนเถื่อน ไปถึงสั่งการราชการห้ามพกปืน 100% 

และเพื่อให้การควบคุมบังคับใช้เป็นไปได้โดยเร็วที่สุด รองนายกฯ ยังชี้ว่า ระหว่างการตรากฎหมาย ซึ่งอาจใช้เวลานั้น จะมีแนวทางการออกประกาศกฎกระทรวงชั่วคราวแทน แต่ต้องมีการพูดคุยกับกรมการปกครองและกฤษฎีกาก่อนด้วย

แท็กบทความ