
ยกระดับคุมวงเงินโอนบัญชีเยาวชน ป้องกันถูกหลอกใช้เป็นบัญชีม้า
ปัจจุบันมิจฉาชีพพยายามหลอกให้เยาวชนเปิดบัญชีหรือยืมบัญชี เพื่อใช้เป็น "บัญชีม้า" โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีเข้าถึงชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ช่องทางการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนทุกวัย ไม่เว้นแม้กระทั่ง "เด็กและเยาวชน"
แต่ในขณะเดียวกัน ความสะดวกสบายนี้กลับกลายเป็นช่องทางใหม่ที่กลุ่มมิจฉาชีพและเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉวยโอกาสนำมาใช้เป็นเครื่องมือ มิจฉาชีพอาจหลอกลวงชักชวนให้ยินยอม "เปิดบัญชีใหม่" หรือ "ยืมบัญชีส่วนตัว" เพื่อนำไปใช้เป็น "บัญชีม้า" ในการหมุนเวียนและฟอกเงินจากการกระทำความผิด
พบเยาวชนเป็นบัญชีม้า กระทำความผิดมากขึ้น
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ของเยาวชนเป็นบัญชีม้าในการกระทำความผิดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่ได้เจตนา จากการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ธปท. จึงร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า (Customer Profiling) โดยกำหนดมาตรฐานวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน และได้พิจารณาให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน ดังนี้
สรุปข่าว
ยกระดับคุมวงเงินโอนบัญชีเยาวชน ป้องกันถูกหลอกใช้เป็นบัญชีม้า
ปัจจุบันมิจฉาชีพพยายามหลอกให้เยาวชนเปิดบัญชีหรือยืมบัญชี เพื่อใช้เป็น "บัญชีม้า" โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีเข้าถึงชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ช่องทางการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนทุกวัย ไม่เว้นแม้กระทั่ง "เด็กและเยาวชน"
แต่ในขณะเดียวกัน ความสะดวกสบายนี้กลับกลายเป็นช่องทางใหม่ที่กลุ่มมิจฉาชีพและเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉวยโอกาสนำมาใช้เป็นเครื่องมือ มิจฉาชีพอาจหลอกลวงชักชวนให้ยินยอม "เปิดบัญชีใหม่" หรือ "ยืมบัญชีส่วนตัว" เพื่อนำไปใช้เป็น "บัญชีม้า" ในการหมุนเวียนและฟอกเงินจากการกระทำความผิด
พบเยาวชนเป็นบัญชีม้า กระทำความผิดมากขึ้น
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ของเยาวชนเป็นบัญชีม้าในการกระทำความผิดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่ได้เจตนา จากการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ธปท. จึงร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ยกระดับมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า (Customer Profiling) โดยกำหนดมาตรฐานวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน และได้พิจารณาให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน ดังนี้
กำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัล
สำหรับมาตรการดังกล่าว เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน ดังนี้
- อายุ 10 ปี – ไม่เกิน 12 ปี : โอนเงินได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน
- อายุ 12 ปี – ไม่เกิน 15 ปี : โอนเงินได้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน
- อายุ 15 ปี – ไม่เกิน 18 ปี : โอนเงินได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน
ทั้งนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้สุจริต ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนการปรับวงเงิน และจัดให้มีช่องทางติดต่อที่สะดวก เช่น Mobile Application คอลเซนเตอร์ และสาขา สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอปรับเพิ่มวงเงิน โดยธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะทยอยปรับวงเงินตามที่กำหนดไว้ข้างต้นให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนและตุลาคม 2569 ตามลำดับ
ลดความเสี่ยงเยาวชนจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอก
ธปท. หวังว่าการยกระดับมาตรการในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกให้นำบัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้าได้ และขอให้ผู้ปกครองสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นมาใช้บัญชี มีความเสี่ยงที่บัญชีจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดซึ่งมีผลทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องดังกล่าวนั้นทาง ธปท. จะติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
บัญชีม้าคืออะไร มีโทษตามกฎหมายอย่างไรบ้าง?
บัญชีม้า คือ บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ที่เจ้าของบัญชีตัวจริงยินยอมเปิดให้บุคคลอื่นนำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของผู้กระทำผิด และใช้เป็นทางผ่านในการรับ-โอนเงินที่ได้มาจากอาชญากรรมต่าง ๆ
เมื่อเปิดบัญชีม้า มีโทษตามกฎหมายอย่างไรบ้าง?
- หลายคนอาจคิดว่าตนเป็นเพียงผู้เปิดบัญชี ไม่ได้กระทำผิดโดยตรง แต่ตามกฎหมายแล้วถือว่ามีความผิดร้ายแรงและมีบทลงโทษที่ชัดเจน ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ได้กำหนดโทษสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้าไว้ ดังนี้
- ผู้เปิดบัญชีหรือยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชี (เจ้าของบัญชีม้า): มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ผู้ที่เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือชักชวนเพื่อให้มีการซื้อขายบัญชีม้า: มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 - 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ความผิดฐานฟอกเงิน: นอกเหนือจากโทษข้างต้น เจ้าของบัญชีม้าอาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งมีโทษจำคุก 1 - 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย
*สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำ คือ แม้เจ้าของบัญชีจะไม่รู้ว่าผู้ที่นำบัญชีไปใช้จะนำไปทำผิดกฎหมาย ก็ยังคงมีความผิด เพียงเพราะคุณเป็นผู้เปิดหรือยินยอมให้ใช้บัญชีนั้น ดังนั้น หากมีใครที่มายื่นข้อเสนอให้คุณช่วยไปเปิดบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อของคุณ ก็ให้พิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วนเพราะหากบัญชีนั้นเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ และถูกตำรวจจับกุมได้ คุณก็จะต้องรับโทษทางกฎหมายทุกกรณีเช่นกัน
ผลกระทบระยะยาวของการเปิดบัญชีม้า มีอะไรบ้าง ?
หลังจากที่ทราบแล้วว่า บัญชีม้าคืออะไร ส่วนต่อมาคือที่คุณต้องทราบคือการเปิด บัญชีม้าโทษมีอะไรบ้างนอกเหนือจากโทษทางอาญาแล้ว การเข้าไปพัวพันกับบัญชีม้ายังส่งผลกระทบต่อชีวิตรวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินในระยะยาวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น
1. ถูกอายัดบัญชีและติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโร
เมื่อบัญชีถูกใช้ในการกระทำผิด จะถูกอายัดทันที ทำให้ไม่สามารถทำธุรกรรมใด ๆ ได้ และชื่อของคุณจะถูกบันทึกในระบบฐานข้อมูลของสถาบันการเงิน ทำให้เสียประวัติทางการเงินอย่างรุนแรง อาจถึงขั้นไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารต่าง ๆ ได้
2. เสียประวัติการเงิน ทำให้กู้เงิน/ทำธุรกรรมการเงินยาก
ประวัติที่เสียหายจากการที่คุณเปิดบัญชีม้า จะทำให้การขอสินเชื่อต่าง ๆ ในอนาคต เช่น สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อรถยนต์ หรือแม้แต่บัตรเครดิต ก็จะเป็นไปได้ยากมาก หรืออาจไม่ได้รับอนุมัติเลย
3. เสียโอกาสในการสมัครงานบางตำแหน่ง (โดยเฉพาะสายการเงิน)
หลายบริษัทเอกชน โดยเฉพาะสถาบันการเงินและองค์กรชั้นนำ จะมีกระบวนการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและประวัติทางการเงินของผู้สมัครงานก่อนการเริ่มเข้าทำงาน และถ้าหากพบว่าเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า คุณจะถูกตัดสิทธิ์จากการพิจารณาเข้ารับทำงานทันที เหมือนเป็นการถูกปิดโอกาสในการทำงานในองค์กรชั้นนำไปด้วย
วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อบัญชีม้า
- การป้องกันถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้าที่ดีที่สุดคือการมีความรู้และตระหนักถึงความเสี่ยงของบัญชีม้าโทษอยู่เสมอ
- ไม่เปิดบัญชีให้คนอื่นเด็ดขาด: ไม่ว่าผู้ที่มาขอจะเป็นเพื่อนสนิทหรือญาติก็ตาม และปฏิเสธข้อเสนอรับจ้างเปิดบัญชีทุกรูปแบบ
- ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินทุกครั้ง: หากต้องโอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จัก ควรตรวจสอบชื่อบัญชีและประวัติอย่างละเอียดก่อนเสมอ
- ระวังงานออนไลน์ที่ขอใช้บัญชีส่วนตัว: งานที่ถูกกฎหมายจะไม่มีนโยบายให้พนักงานใช้บัญชีส่วนตัวในการทำธุรกรรมของบริษัท
- ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัย: รับฟังข่าวสารจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เพื่อให้รู้ทันกลโกงรูปแบบใหม่ ๆ อยู่เสมอ
มาตรการควบคุมวงเงินโอนสำหรับบัญชีเยาวชนตามช่วงอายุ ถือเป็นเครื่องมือเชิงรุกในการตัดวงจรการหลอกลวงและการนำบัญชีไปใช้ในทางที่ผิด เพราะการกระทำความผิด โดยที่ตัวเยาวชนเองอาจไม่เคยตระหนัก ผลกระทบที่ตามมาไม่ได้หยุดอยู่แค่การโดนหลอก แต่คือการต้องรับโทษตามกฎหมาย รวมทั้งเสียประวัติทางการเงิน (Blacklist) ซึ่งอาจกระทบถึงการเสียอนาคตทางการศึกษาและการทำงานอีกด้วย
ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) / ธนาคารกรุงไทย
- ทะเบียนราษฎร ด่านแรกความมั่นคง เปิดภารกิจ DOPA N.I.C.E. Center สกัดภัยอาชญากรรม
- จบแล้ว! แบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจไทยพ้น "Perfect Storm" หลังจากนี้ทิศทางดีขึ้น
- เปิดตัวเลขภัยออนไลน์! ตำรวจพบ “บัญชีม้า” ยังเป็นกลไกหลักฟอกเงิน
- ธปท. ระบุ รายได้ท่องเที่ยวโต หนุนเศรษฐกิจไทย พ.ค.ทรงตัว แม้ส่งออกบางกลุ่มชะลอ
- วันหยุดธนาคาร ธปท. ประกาศวันหยุดเพิ่มเป็นกรณีพิเศษในพื้นที่กทม. 16 ตุลาคม 2569
ที่มาข้อมูล : ธนาคารแห่งประเทศไทย / ธนาคารกรุงไทย
ที่มารูปภาพ : Getty Images
อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว
