
กระแสชวนเบี้ยวหนี้ในโซเชียล ควรแยกจากข้อกฎหมาย
จากกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการแสดงความคิดเห็นหรือชักชวนให้ไม่ชำระหนี้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า การ "เบี้ยวหนี้" มีความผิดตามกฎหมายหรือไม่
ในทางกฎหมาย ควรแยก กระแสในโลกออนไลน์ ออกจาก ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ให้ชัดเจน เพราะการผิดนัดชำระหนี้ ไม่ถือเป็นความผิดทางอาญาโดยอัตโนมัติ แต่เป็นการผิดสัญญาระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
สรุปข่าว
กระแสชวนเบี้ยวหนี้ในโซเชียล ควรแยกจากข้อกฎหมาย
จากกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการแสดงความคิดเห็นหรือชักชวนให้ไม่ชำระหนี้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า การ "เบี้ยวหนี้" มีความผิดตามกฎหมายหรือไม่
ในทางกฎหมาย ควรแยก กระแสในโลกออนไลน์ ออกจาก ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ให้ชัดเจน เพราะการผิดนัดชำระหนี้ ไม่ถือเป็นความผิดทางอาญาโดยอัตโนมัติ แต่เป็นการผิดสัญญาระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกหนี้ตามกฎหมาย
เมื่อเกิดการผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัดหรือค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขในสัญญา ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด
หากไม่สามารถตกลงกันได้ เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกชำระหนี้ และเมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว หากลูกหนี้ยังไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา อาจเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี เช่น การอายัดทรัพย์ การยึดทรัพย์ หรือการบังคับคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ค้างชำระเกิน 90 วัน อาจกระทบข้อมูลเครดิต
หากผู้ให้สินเชื่อเป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) การผิดนัดชำระหนี้อาจส่งผลต่อข้อมูลเครดิตของลูกหนี้
กรณีค้างชำระเกิน 90 วัน ข้อมูลหนี้คงค้างสามารถถูกจัดเก็บในระบบเครดิตบูโรได้ ไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่ผิดนัดเกิน 90 วัน
ส่วนกรณีที่ชำระหนี้ครบหรือปิดบัญชีแล้ว ข้อมูลยังสามารถจัดเก็บต่อได้ ไม่เกิน 3 ปี โดยแสดงสถานะตามข้อเท็จจริงของบัญชี
ทั้งนี้ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติทำหน้าที่เพียงจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่สมาชิกส่งเข้ามา ไม่มีอำนาจขึ้นบัญชีดำ หรือแก้ไขลบข้อมูลที่ถูกต้องก่อนครบกำหนดตามกฎหมาย
กรณีใดจึงอาจเป็นคดีอาญา
แม้ว่าการไม่มีเงินชำระหนี้จะไม่เป็นความผิดทางอาญา แต่หากมีพฤติการณ์ทุจริตตั้งแต่ขั้นตอนการขอสินเชื่อ เช่น ใช้เอกสารปลอม ปลอมแปลงลายมือชื่อ หรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อให้ได้รับอนุมัติสินเชื่อ อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หากเริ่มมีปัญหาการเงิน ควรดำเนินการอย่างไร
หากเริ่มมีปัญหาในการผ่อนชำระ ควรรีบติดต่อเจ้าหนี้ก่อนผิดนัดหรือก่อนค้างชำระเป็นเวลานาน เพื่อสอบถามแนวทางปรับโครงสร้างหนี้หรือมาตรการช่วยเหลือตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน พร้อมเก็บหลักฐานการติดต่อไว้ทุกครั้ง
นอกจากนี้ ลูกหนี้สามารถตรวจสอบรายงานข้อมูลเครดิตของตนเองได้ตามสิทธิ เพื่อเช็กความถูกต้องของข้อมูล โดยการตรวจสอบข้อมูลเครดิตของตนเองจะไม่ส่งผลต่อการพิจารณาสินเชื่อในอนาคต
- จับตาด่วน!! บริษัทไทย "ผิดนัดชำระหนี้พุ่ง" แซงหน้า "วิกฤตต้มยำกุ้ง" เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
- ธปท.เตรียมนำบริษัทร่วมทุน AMC เชื่อมเครดิตบูโร หวังให้ลูกหนี้แก้หนี้แล้วมีประวัติดี
- เครดิตบูโรเผยหนี้เสียพุ่ง 1.14 ล้านล้าน จากสินเชื่อ “รถ - บ้าน - บัตรเครดิต”
- เครดิตบูโร เผยหนี้เสียแนวโน้มสูงต่อเนื่อง ทะลุ 1 ล้านล้านแล้ว!
- เครดิตบูโรแนะตรวจเครดิตการเงินบ่อยๆ ป้องกันภัยไซเบอร์และขบวนการคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ
บรรณาธิการออนไลน์
