ข้อมูล TSD รั่ว จุดเสี่ยงใหม่ของนักลงทุน มิจฉาชีพใช้ AI เพิ่มความแนบเนียน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ข้อมูล TSD รั่ว จุดเสี่ยงใหม่ของนักลงทุน มิจฉาชีพใช้ AI เพิ่มความแนบเนียน

ข้อมูล TSD รั่ว เพิ่มความกังวลด้านความปลอดภัยข้อมูล

กรณีศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (Thailand Securities Depository : TSD) ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจ แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยืนยันว่า ระบบการถือครองและการโอนหลักทรัพย์ยังทำงานได้ตามปกติ และยังไม่พบผลกระทบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุนโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ความกังวลของผู้ลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความปลอดภัยของระบบ แต่ขยายไปถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ก่อเหตุหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการแอบอ้างตัวตนผ่านช่องทางออนไลน์

AI ทำให้การหลอกลวงมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนมองว่า ปัจจุบันการก่อเหตุของมิจฉาชีพเปลี่ยนรูปแบบจากการสุ่มโทรศัพท์หรือส่งข้อความจำนวนมาก มาเป็นการใช้ข้อมูลจริงของเหยื่อประกอบการติดต่อ ทำให้การหลอกลวงมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังถูกนำมาใช้ช่วยจัดทำข้อความ เอกสาร และบทสนทนาให้ใกล้เคียงกับการติดต่อของหน่วยงานจริง ส่งผลให้ผู้รับการติดต่อสังเกตความผิดปกติได้ยากกว่าเดิม

หากข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลถูกนำไปใช้ร่วมกับ AI ผู้ก่อเหตุสามารถอ้างอิงรายละเอียดของผู้เสียหายได้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ก่อนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือสถาบันการเงิน เพื่อแจ้งว่ามีเงินปันผลตกค้าง สิทธิประโยชน์ที่ยังไม่ได้รับ หรือมีเอกสารที่ต้องดำเนินการ พร้อมส่งลิงก์หรือชักชวนให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นลักษณะของการหลอกลวงแบบ Social Engineering

สรุปข่าว

กรณีข้อมูลผู้ใช้บริการ TSD ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้นักลงทุนกังวลว่าข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกนำไปใช้ในการหลอกลวงผ่าน AI และ Social Engineering แม้ระบบการถือครองหลักทรัพย์ยังไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ ACSC เปิดเผยสถิติ 4 เดือนแรกปี 2569 พบคดีอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดี ความเสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท โดยการหลอกลงทุนยังเป็นกลุ่มที่สร้างความเสียหายสูงที่สุด

ข้อมูล TSD รั่ว เพิ่มความกังวลด้านความปลอดภัยข้อมูล

กรณีศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (Thailand Securities Depository : TSD) ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจ แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยืนยันว่า ระบบการถือครองและการโอนหลักทรัพย์ยังทำงานได้ตามปกติ และยังไม่พบผลกระทบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุนโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ความกังวลของผู้ลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความปลอดภัยของระบบ แต่ขยายไปถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ก่อเหตุหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการแอบอ้างตัวตนผ่านช่องทางออนไลน์

AI ทำให้การหลอกลวงมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนมองว่า ปัจจุบันการก่อเหตุของมิจฉาชีพเปลี่ยนรูปแบบจากการสุ่มโทรศัพท์หรือส่งข้อความจำนวนมาก มาเป็นการใช้ข้อมูลจริงของเหยื่อประกอบการติดต่อ ทำให้การหลอกลวงมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังถูกนำมาใช้ช่วยจัดทำข้อความ เอกสาร และบทสนทนาให้ใกล้เคียงกับการติดต่อของหน่วยงานจริง ส่งผลให้ผู้รับการติดต่อสังเกตความผิดปกติได้ยากกว่าเดิม

หากข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลถูกนำไปใช้ร่วมกับ AI ผู้ก่อเหตุสามารถอ้างอิงรายละเอียดของผู้เสียหายได้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ก่อนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือสถาบันการเงิน เพื่อแจ้งว่ามีเงินปันผลตกค้าง สิทธิประโยชน์ที่ยังไม่ได้รับ หรือมีเอกสารที่ต้องดำเนินการ พร้อมส่งลิงก์หรือชักชวนให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นลักษณะของการหลอกลวงแบบ Social Engineering

ACSC พบคดีออนไลน์กว่า 1.2 แสนคดีใน 4 เดือน

ข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 30 เมษายน 2569 พบว่า มีการรับแจ้งคดีอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท

เมื่อจำแนกประเภทคดี พบว่า

  • หลอกซื้อขายสินค้าและบริการ จำนวน 85,215 คดี คิดเป็น 69.9% ของคดีทั้งหมด ความเสียหายเฉลี่ย 15,727 บาทต่อคดี
  • หลอกลงทุนและแสวงหาผลประโยชน์ สร้างความเสียหายรวม 5,997.7 ล้านบาท หรือ 80.2% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด โดยมีความเสียหายเฉลี่ย 166,449 บาทต่อคดี
  • การโจมตีทางเทคนิค เช่น Phishing, Hacking และ Ransomware แม้มีเพียง 673 คดี แต่มีความเสียหายเฉลี่ยสูงถึง 211,686 บาทต่อคดี

ในกลุ่มการหลอกลงทุน ACSC ระบุว่า ยังพบการหลอกให้ทำงานออนไลน์ หลอกลงทุนหุ้น คริปโทเคอร์เรนซี แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงการหลอกสร้างความสัมพันธ์ก่อนชักชวนลงทุน ซึ่งยังพบผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการโจมตีทางเทคนิค มีทั้งการขโมยข้อมูล การเจาะระบบ และการเรียกค่าไถ่ข้อมูล ซึ่งส่วนใหญ่สร้างความเสียหายต่อภาคธุรกิจและองค์กร

ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือ

ในช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์พบว่า การหลอกลวงจำนวนมากเริ่มจากการใช้ข้อมูลจริงของผู้เสียหายประกอบการติดต่อ ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เบอร์โทรศัพท์ หรือข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน เพื่อให้เหยื่อเชื่อว่าผู้ติดต่อเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานจริง

เมื่อเหยื่อเชื่อถือแล้ว มิจฉาชีพจะพยายามขอข้อมูลเพิ่มเติม ส่งลิงก์ให้กด ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หรือโน้มน้าวให้โอนเงิน โดยอ้างเหตุผลเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชี การรับสิทธิประโยชน์ หรือการดำเนินการด้านการลงทุน

คำแนะนำจาก ACSC

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) แนะนำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังทุกครั้งที่ได้รับการติดต่อจากบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อมีการขอข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้กดลิงก์ หรือต้องการให้โอนเงิน

แนวทางป้องกัน ได้แก่

  • ไม่กดลิงก์จาก SMS อีเมล หรือข้อความที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
  • ตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงผ่านช่องทางทางการก่อนดำเนินการ
  • ตรวจสอบบริษัทลงทุนผ่านระบบ SEC Check First
  • ตรวจสอบบัญชีปลายทางก่อนโอนเงินทุกครั้ง
  • ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน รหัส OTP หรือข้อมูลสำคัญให้บุคคลอื่น
  • หากพบความผิดปกติ ควรยุติการสนทนาและตรวจสอบข้อมูลก่อนดำเนินการต่อ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ

ข้อมูล TSD รั่ว
มิจฉาชีพ AI
ACSCCyber Security
Social Engineering