ใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ เริ่ม 1 ส.ค. 69 ค้างจ่ายไม่ได้ป้ายภาษี

Share on Line Share on Facebook Share on X
ใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ เริ่ม 1 ส.ค. 69 ค้างจ่ายไม่ได้ป้ายภาษี


รัฐบาลเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยทางถนน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกลงนามความร่วมมือเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ ปรับระบบให้เป็นไปตามแนวคำพิพากษาศาลปกครอง หลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ลดอุบัติเหตุ และสร้างวินัยจราจรอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1

บันทึกข้อตกลงดังกล่าวแนบท้ายความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกรมการขนส่งทางบก โดยมีผู้บริหารสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ DGA ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม


สรุปข่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกลงนามเชื่อมข้อมูลใบสั่งจราจร เริ่มใช้กับใบสั่งที่ออกตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 ไม่มีผลย้อนหลัง หากไม่ชำระภายในประมาณ 60-90 วัน ข้อมูลจะส่งเข้าสู่ระบบขนส่ง ผู้ค้างชำระต่อภาษีได้ แต่ยังไม่ได้รับป้ายภาษีฉบับจริงจนกว่าจะจ่ายค่าปรับครบ


รัฐบาลเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยทางถนน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกลงนามความร่วมมือเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ ปรับระบบให้เป็นไปตามแนวคำพิพากษาศาลปกครอง หลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ลดอุบัติเหตุ และสร้างวินัยจราจรอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1

บันทึกข้อตกลงดังกล่าวแนบท้ายความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกรมการขนส่งทางบก โดยมีผู้บริหารสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ DGA ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม


เดินหน้าตามแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน

การลงนามครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2565-2570 ซึ่งกำหนดเป้าหมายลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 100,000 คน ให้สอดคล้องกับแนวทางขององค์การสหประชาชาติ

รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากประเทศไทยยังมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนและความสูญเสียในระดับสูง ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการขาดวินัยจราจร รวมถึงการมีใบสั่งจราจรค้างชำระหลายสิบล้านใบ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน และนักท่องเที่ยว

ที่ผ่านมา การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกรมการขนส่งทางบกเคยช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ภาพรวมอุบัติเหตุในช่วงเวลาดังกล่าวลดลงอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงมอบหมายให้ทั้งสองหน่วยงานปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลปกครอง


เพิ่มหลักฐานใบสั่ง ประชาชนตรวจสอบข้อมูลได้

ระบบใหม่จะเปิดให้ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลใบสั่งของตนเองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก่อนดำเนินการชำระค่าปรับ โดยระบบจะเพิ่มรายละเอียดสำคัญ ได้แก่ สำเนาใบสั่ง สำเนาหนังสือแจ้งเตือน สำเนาหลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับ และข้อมูลเจ้าพนักงานจราจรผู้ออกใบสั่ง

ประชาชนที่เดินทางไปชำระภาษีรถประจำปี ณ สำนักงานขนส่ง หากตรวจพบว่ามีใบสั่งจราจรค้างชำระ จะสามารถตรวจสอบรายละเอียดและชำระค่าปรับผ่านนายทะเบียนขนส่งได้ทันที ช่วยลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน

เจ้าของรถที่ยังค้างชำระใบสั่งสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ แต่จะยังไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีหรือป้ายภาษีฉบับจริง จนกว่าจะชำระค่าปรับตามใบสั่งครบถ้วน

เริ่มใช้กับใบสั่งตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569

การเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งค้างชำระจะเริ่มใช้กับใบสั่งจราจรที่ออกให้แก่ผู้ขับขี่ซึ่งกระทำผิดกฎจราจร ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยไม่มีผลย้อนหลังกับใบสั่งที่ออกก่อนวันดังกล่าว

หลังจากออกใบสั่ง หากผู้กระทำผิดยังไม่ชำระค่าปรับ เจ้าหน้าที่จะจัดส่งหนังสือแจ้งเตือนตามขั้นตอนของกฎหมาย หากยังไม่มีการชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด ข้อมูลใบสั่งค้างชำระจะถูกเชื่อมโยงไปยังกรมการขนส่งทางบก

กระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 60-90 วันนับจากวันที่ออกใบสั่ง ส่งผลให้ประชาชนที่เดินทางไปชำระภาษีรถประจำปีในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2569 จะเริ่มตรวจพบข้อมูลใบสั่งค้างชำระในระบบของกรมการขนส่งทางบก

ไทม์ไลน์ใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่


- 23 กรกฎาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกลงนาม MOU เชื่อมโยงข้อมูล

- 1 สิงหาคม 2569 เริ่มใช้ระบบกับใบสั่งที่ออกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

- หลังออกใบสั่ง เจ้าหน้าที่ส่งหนังสือแจ้งเตือนตามขั้นตอนกฎหมาย

- ประมาณ 60-90 วัน หากยังไม่ชำระ ข้อมูลจะส่งไปยังกรมการขนส่งทางบก

- ตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 คาดว่าจะเริ่มพบข้อมูลใบสั่งค้างชำระในระบบต่อภาษี

- ผู้ค้างชำระสามารถชำระภาษีได้ แต่ยังไม่ได้รับป้ายภาษีฉบับจริงจนกว่าจะชำระค่าปรับครบ

รัฐบาลคาดว่าการเชื่อมโยงข้อมูลครั้งนี้จะช่วยกำหนดมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายให้ชัดเจน ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามหลักนิติธรรม พร้อมสนับสนุนการปรับพฤติกรรมผู้ขับขี่ ส่งเสริมวินัยจราจร และเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว

ภายในงานยังจัดนิทรรศการเกี่ยวกับวินัยจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนน เช่น นิทรรศการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 นิทรรศการด้านการบังคับใช้กฎหมายจากกองบังคับการตำรวจจราจร รวมถึงนิทรรศการของ DGA และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)


ที่มาข้อมูล : Tnn

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์