เตือน 33 จังหวัดรับมือฝนหนัก น้ำท่วมฉับพลัน พายุบาวี่หนุนมรสุมแรง

Share on Line Share on Facebook Share on X
เตือน 33 จังหวัดรับมือฝนหนัก น้ำท่วมฉับพลัน พายุบาวี่หนุนมรสุมแรง

เตือน 33 จังหวัดรับมือฝนหนัก น้ำท่วมฉับพลัน พายุบาวี่หนุนมรสุมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 10 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมาก คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 13-15 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม 33 จังหวัด โดยจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ระนอง พังงา กาญจนบุรี จันทบุรี และตราด ซึ่งประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

ตราดฝนถล่ม ต้นไม้ล้ม-เสาไฟหัก ไฟฟ้าดับหลายจุด

จังหวัดตราดได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรงตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลทางอ้อมจากพายุโซนร้อน "บาวี่" ที่ช่วยเสริมกำลังมรสุมให้รุนแรงขึ้น

บริเวณถนนสายไร่ป่าด่าน–ชุมพล ตำบลเนินทราย อำเภอเมืองตราด ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง ส่งผลให้เสาไฟฟ้าหักโค่น ปิดเส้นทางการจราจร เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการเคลียร์พื้นที่ ก่อนเปิดการจราจรได้ตามปกติ

ขณะที่อำเภอเขาสมิง พบต้นไม้ล้มกีดขวางการจราจรหลายจุด ทั้งบริเวณถนนสุขุมวิท ซอยดงกลาง 3 และถนนสายเขาสมิง–สระใหญ่ เจ้าหน้าที่เร่งตัดและเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางจนสามารถเปิดเส้นทางได้

นอกจากนี้ ยังพบต้นไม้ล้มทับสายไฟฟ้ามากกว่า 10 จุด ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ก่อนที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาตราด จะระดมเจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซมและสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับสู่ภาวะปกติได้แล้ว

สรุปข่าว

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน 33 จังหวัดเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรงถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 จากมรสุมกำลังแรงที่ได้รับอิทธิพลทางอ้อมจากพายุบาวี่ ขณะที่จังหวัดตราดเกิดต้นไม้ล้ม เสาไฟฟ้าหักหลายจุด ส่วนพัทยาชักธงแดงเตือนการเดินเรือ

เตือน 33 จังหวัดรับมือฝนหนัก น้ำท่วมฉับพลัน พายุบาวี่หนุนมรสุมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 10 เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมาก คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 13-15 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม 33 จังหวัด โดยจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ระนอง พังงา กาญจนบุรี จันทบุรี และตราด ซึ่งประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด

ตราดฝนถล่ม ต้นไม้ล้ม-เสาไฟหัก ไฟฟ้าดับหลายจุด

จังหวัดตราดได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรงตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลทางอ้อมจากพายุโซนร้อน "บาวี่" ที่ช่วยเสริมกำลังมรสุมให้รุนแรงขึ้น

บริเวณถนนสายไร่ป่าด่าน–ชุมพล ตำบลเนินทราย อำเภอเมืองตราด ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง ส่งผลให้เสาไฟฟ้าหักโค่น ปิดเส้นทางการจราจร เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการเคลียร์พื้นที่ ก่อนเปิดการจราจรได้ตามปกติ

ขณะที่อำเภอเขาสมิง พบต้นไม้ล้มกีดขวางการจราจรหลายจุด ทั้งบริเวณถนนสุขุมวิท ซอยดงกลาง 3 และถนนสายเขาสมิง–สระใหญ่ เจ้าหน้าที่เร่งตัดและเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางจนสามารถเปิดเส้นทางได้

นอกจากนี้ ยังพบต้นไม้ล้มทับสายไฟฟ้ามากกว่า 10 จุด ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ก่อนที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาตราด จะระดมเจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซมและสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้ากลับสู่ภาวะปกติได้แล้ว

พัทยาชักธงแดง เตือนคลื่นลมแรง งดสปีดโบ๊ตบางส่วน

ที่จังหวัดชลบุรี สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยา ได้นำธงแดงขึ้นติดตั้งบริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย เพื่อแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนและคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง

ผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ตหลายรายนำเรือเข้าจอดและงดให้บริการชั่วคราว พร้อมกำชับผู้ประกอบการเรือทุกประเภท รวมถึงกิจกรรมทางทะเล ให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม เรือโดยสารขนาดใหญ่ที่ให้บริการเส้นทางไปยังเกาะล้านยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

ทะเลอันดามันคลื่นสูงกว่า 4 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 4 เมตร

ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงเกิน 3 เมตร จึงขอให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งในช่วงที่มีประกาศเตือน

"บาวี่" อ่อนกำลัง แต่ยังส่งผลต่อภูมิภาค

สำหรับพายุโซนร้อน "บาวี่" ล่าสุดได้เคลื่อนตัวเข้าสู่มณฑลเจียงซู ประเทศจีน และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน ก่อนเปลี่ยนทิศทางเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า วันที่ 14 กรกฎาคม พายุจะเคลื่อนออกจากประเทศจีน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในประเทศเกาหลีใต้ ก่อนเคลื่อนตัวเลียบชายฝั่งตะวันออกของจีนไปยังบริเวณเมืองวลาดิวอสต็อก ประเทศรัสเซีย และสลายตัวในช่วงวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2569 แม้ศูนย์กลางพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่ยังคงส่งผลทางอ้อมด้วยการเสริมกำลังมรสุม ทำให้หลายพื้นที่ของไทยมีฝนตกหนักต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์