
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์อำนวยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ม.รังสิต และผู้เชี่ยวชาญ IPCC ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทีมข่าวTNNข่าวเที่ยง เกี่ยวกับสภาพอากาศสุดขั้ว คลื่นความร้อน รวมถึง อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดลมแรงและฝนตกหนักในประเทศไทยช่วงระหว่างวันที่ 12-13 กรกฎาคมนี้
ปัจจัยอะไรที่ทำให้ช่วงเวลา 12-13 ก.ค.นี้ ฝนหนักในหลายพื้นที่ แล้วเราต้อง ระมัดระวังขนาดไหน?
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกข่าวของอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นบาหวี่ ถ้าเราดูทิศทางกระแสลมที่เขาดึงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ให้มีกำลังแรง ฉะนั้นยิ่งแรงมากก็ยิ่งเข้ามาในพื้นที่แผ่นดินได้มากขึ้น แน่นอนด่านแรกคือ ภาคใต้ฝั่งตะวันตกเข้าปะทะก่อน ด่านที่2 คือภาคตะวันออก ก็ต้องผ่านเข้ามาทางทะเลจีนใต้ ก็จะเป็นเฉพาะวันที่12-13 เท่านั้นเอง ที่มีโอกาสน้ำท่วม น้ำหลาก น้ำท่วมรอการระบาย ซึ่งตอนนี้ฝนก็ตกอยู่ ตอนนี้ก็คือแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ขนทรัพย์สินมีค่าก่อนไม่อย่างนั้นถ้าน้ำหลากมาก็ไปกันหมด
สรุปข่าว
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์อำนวยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ม.รังสิต และผู้เชี่ยวชาญ IPCC ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทีมข่าวTNNข่าวเที่ยง เกี่ยวกับสภาพอากาศสุดขั้ว คลื่นความร้อน รวมถึง อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดลมแรงและฝนตกหนักในประเทศไทยช่วงระหว่างวันที่ 12-13 กรกฎาคมนี้
ปัจจัยอะไรที่ทำให้ช่วงเวลา 12-13 ก.ค.นี้ ฝนหนักในหลายพื้นที่ แล้วเราต้อง ระมัดระวังขนาดไหน?
กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกข่าวของอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นบาหวี่ ถ้าเราดูทิศทางกระแสลมที่เขาดึงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ให้มีกำลังแรง ฉะนั้นยิ่งแรงมากก็ยิ่งเข้ามาในพื้นที่แผ่นดินได้มากขึ้น แน่นอนด่านแรกคือ ภาคใต้ฝั่งตะวันตกเข้าปะทะก่อน ด่านที่2 คือภาคตะวันออก ก็ต้องผ่านเข้ามาทางทะเลจีนใต้ ก็จะเป็นเฉพาะวันที่12-13 เท่านั้นเอง ที่มีโอกาสน้ำท่วม น้ำหลาก น้ำท่วมรอการระบาย ซึ่งตอนนี้ฝนก็ตกอยู่ ตอนนี้ก็คือแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ขนทรัพย์สินมีค่าก่อนไม่อย่างนั้นถ้าน้ำหลากมาก็ไปกันหมด
น้ำก้อนนี้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุบาหวี่ที่ดึงมรสุมให้แรงมากขึ้น อาจารย์ประเมินว่าจะมีความรุนแรงมากขนาดไหน รวมถึงมีการเติมน้ำในพื้นที่ต่างๆ ไหม?
ถ้าเป็นบริเวณด่านหน้า กับภาคตะวันออก ถ้าเราประเมินก็จะมีคะแนน 1 คือรุนแรงสุด แต่วีคนี้ประมาณ 0.7 ก็ประมาณว่าอาจทำรายทรัพย์สินได้ เพราะฉนั้นก็ต้องเตือนกัน ถามว่าเติมน้ำไหมอย่างภาคตะวันออก อนาคตข้างหน้า EEC จะเหนื่อยมากกับปริมาณน้ำต้นทุน เพราะว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์เกิดขึ้นเยอะ ประเด็นที่ 2 การใช้น้ำจาก EEC เขาไม่ได้มีน้ำเองต้องอาศัยน้ำจากจังหวัดข้างเคียง โดยเฉพาะจาก จ.จันทบุรี เป็นจังหวัดที่มีการปลูกผลไม้เยอะต้องการน้ำมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ การที่จะแบ่งมาก็ต้องคุยอย่างมีข้อตกลง ถ้าฝนดีน้ำดีก็แบ่งให้กันได้ แต่อนาคตที่เป็นห่วงคือการประเมินว่าในพื้นที่นี้จะมีการใช้น้ำประมาณปีละ 3 พันล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะสนองความต้องการขนาดนั้น เพราะว่าทั้งลุ่ม ลุ่มวังตะโหนดมีน้ำประมาณปีละ พันกว่าล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าอนาคตข้างหน้าหน่วยงานราชการเองอนุมัติดาต้าเซ็นเตอร์ กันโดยไม่ดูตัวนี้ก็พังกันหมดทั้งระบบ เพราะว่าจะไม่มีน้ำใช้ ก็ต้องกลับมาที่การจัดการว่าต่อไปนี้เราจะไม่มีการสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่ม เนื่องจากใช้น้ำไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีการประหยัดน้ำ เพราะอนาคตน้ำหายาก นี่คือจุดสำคัญที่สุด
ปัจจัยภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบให้ภูมิอากาศในพื้นที่ต่างๆไม่เป็นไปตามฤดูการ ประเมินอย่างไรเพื่อให้ทันกับสถานการณ์จริง?
เราต้องยอมรับตรง ๆ ว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้น้ำที่เราส่งไปให้ตามคูคลองมันระเหยไปหมด ประเด็นแรกก็ต้องมาดูว่าทำอย่างไรในการกระจายน้ำแบบระบบปิด ประเด็นที่สอง ประเทศไทยบริหารงานมาตั้งแต่ในอดีตตั้งแต่ตั้งกรมชลประทานมา เวลาต้องการน้ำเพิ่มก็หาน้ำเพิ่มตลอด เพราะมันไม่พอ แต่เราไม่เคยกลับไปดูว่าความต้องการเหล่านั้นเป็นความต้องการที่ต้องการให้เหล่าเกษตรกรมีฐานะ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นรึเปล่า พอกลับไปที่ข้อมูลในอดีตพบว่าเกษตรกร หรือชาวนาทำไมยังจนอยู่ แสดงให้เห็นว่าถ้าหาน้ำให้เขามากเขายิ่งจนแสดงว่าทิศทางไปไม่ได้แล้ว ต้องกลับมาทำให้เห็นว่าใช้น้ำให้เหมาะ ส่งเสริมด้านอื่นให้มีประสิทธิผลมากขึ้น ผลผลิตไม่ดีไม่ใช่เพราะน้ำอย่างเดียว เป็นเพราะการจัดการ ถ้าเราส่งเสริมให้เขาใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เราไม่จำเป็นต้องสร้างอ่าง ถ้าทุก 5-6 ปีต้องสร้างอ่างน้ำขนาดใหญ่ก็ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างที่เห็น แล้วในอนาคตก็ไม่มีที่ที่จะให้ทำด้วย ดังนั้นทุกคนมุ่งเน้นไปที่ดีมานไซด์ คือการจัดการอุปสงค์ พูดดัง ๆพูดบ่อย ๆ
ส่วนเรื่องของโลกกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะฐานอุณหภูมิใหม่ (New Climate Normal) ต่างจากสภาวะโลกร้อนที่เรารู้จักอย่างไรบ้าง?
เราก็ติดตามอุณหภูมิของพื้นดินและมหาสมุทรมาตลอด ช่วงหลังปี 2565 สีของอุณหภูมิเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเลย ก็คือฐานอุณหภูมิยกขึ้นมา เราก็เลยตรวจสอบว่าจริงรึเปล่า ก็พบว่าในปี2566 –2567อุณหภูมิทำลายสถิติสูงสุดในโลกตั้งแต่มีการจดบันทึก พอฐานอุณภูมิยกขึ้นแล้วไม่กลับไปก็ยังคงเป็นสีนั้นตลอด แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่ปี 2566เป็นต้นมา ฐานอุณหภูมิได้กลับเข้าไปสู่ New Normal แล้ว การคาดการณ์ การบริหารจัดการไปแบบเดิมไม่ได้แล้ว การเกิดภาวะสุดขีดที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้เช่น พื้นที่ใกล้กันฝนไม่ตกเลย แต่ห่างแค่ 10 กิโลเมตร ทำไมฝนตก น้ำท่วม กรณีนี้คือฝนจะกระจุกแต่ไม่กระจาย มันบ่งชี้การกระจุกตัวเฉพาะที่มีความชื้นเหมาะสม มีไอน้ำเยอะ มีความเย็น การพยากรณ์ก็ยากขึ้นที่จะไปแตะถึงจุดอย่างนั้น จึงเป็นประเด็นว่าเราจะทำยังไงสร้างภูมิคุ้นกันให้กับชุมชนเข้มแข็ง
จากภาวะโลกร้อน ถ้าดูตอนนี้ผลกระทบคลื่นความร้อนในแถบยุโรป ถ้ามองย้อนกลับไปดูข้อมูลเรื่องของการคาดการณ์ ประเมินสถานการณ์จะเห็นว่ารุนแรง อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น และสร้างผลกระทบต่อประชาชน?
โดยปกติเดือนกรกฎาคมเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของยุโรป และเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของโลกด้วย เพราะว่าพื้นที่ซีกโลกเหนือมีพื้นที่มากว่าพื้นที่ซีกโลกใต้ แล้วก็โลกเอียงอยู่เดือนกรกฎาคมก็จะแตะอุณหภูมิสูงสุด ซึ่งแน่นอนยุโรปขณะนี้ก้าวเข้าสู่เดือนกรกฎาคมพอดี มันก็จะร้อนขึ้น ๆ แน่นอนว่าตรงข้ามกับประเทศไทย ประเทศไทยจะร้อนสูงสุดในเดือนเมษายน เพราะเราอยู่ในโซนร้อน ผลกระทบที่ยุโรปตอนนี้ยิ่งสูงเท่าไรก็ส่งนัยยะว่าประเทศไทยมีนาคม-เมษายนร้อนว่าเดิมแน่ เราก็ต้องติดตามสถิติตอนนนี้องกรค์อุตุนิยมวิทยาโลกก็จะอัปเดทข่าวบ่อยทุกสัปดาห์ ว่าสถิติ 2567 ที่ทำไว้โลกมีอุณหภูมิแตะ 1.5 องศาเซลเซียส จะทำลายไหมเขาสนใจตรงนั้น
เน้นย้ำการปรับตัวของประชาชน หรือว่าภาครัฐ สำหรับสภาพอากาศสุดขั้วที่เราต้องเผชิญในช่วงครึ่งปีหลังนี้ต่อเนื่องจนถึงปีหน้าเลย?
3 เรื่องหลัก ๆ ที่เราจะเจอ ความร้อนสุดขั้วแน่น โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีหิน คอนกรีต ยางมะตอย เราจะทำยังไงให้ประชาชนที่เขาออกจากบ้านไปได้มีที่หายใจเช่นต้องทำห้องเย็นให้ประชาชนโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ประเด็นที่ 2 ความมั่นคงด้านน้ำ ขณะนี้ดูเหมือนฝนจะตกหนักแต่ดูเป็น จุด ๆ ภาพรวมเรายังมีน้ำในต้นทุนน้อย มีฝนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ แล้วมีการคาดการณ์ว่าตั้งแต่เดือนกันยายน ตุลาคม ฝนจะลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ถึงเวลาฝนตกหนักทั่วประเทศไม่มีฝนให้ ก็จำเป็นต้องกลับมาประกาศมาตรการปีหน้าจะทำยังไงในการทำนาปรัง อันสุดท้ายคือเรื่องท่องเที่ยว เรื่องนี้สำคัญมากทะเลจะร้อนมาก ปะการังอาจจะเกิดการฟอกขาว จะทำยังไงเพื่อแจ้งประชาชนว่าในช่วงเวลาดังกล่าวให้ระวัง กว่าจะฟื้นฟูกลับมา 30-40 ปี
- ฝนถล่ม “บังกลาเทศ” น้ำท่วม-ดินถล่ม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 44 ราย
- UN เตือนอากาศสุดขั้ว ทำไทยเสี่ยงเจอร้อน ภัยแล้ง-น้ำท่วมยาวนาน
- “สะพานโป๊ะติดเครื่องยนต์” เทคโนโลยีกู้ภัยน้ำท่วม “จีน” อพยพผู้ประสบภัยนับพันคน
- เตือนภัย 19 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วม-ดินถล่ม-คลื่นลมแรง 10-15 ก.ค. 69
- โลกร้อนลามถึง “บิลค่าน้ำ” ยิ่งอากาศแปรปรวน ค่าน้ำยิ่งพุ่ง
