
คดีแอร์ขนเฮโรอีนคืบหน้า จับเพิ่มอีก 1 ราย รับทำลายหลักฐาน
ความคืบหน้าคดีลักลอบขนเฮโรอีนออกนอกประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลหลังพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทยถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย ล่าสุด วันนี้ (6 กรกฎาคม 2569) เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มอีก 1 ราย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธี รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายล่าสุดคือ นายนันทวัฒน์ ชาวจังหวัดพะเยา ถูกจับกุมได้ที่หอพักแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเป็นเพื่อนของ นายอุทัย ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผู้นำกล่องพัสดุไปส่งให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่คอนโดมิเนียมย่านบางนา
จากการสอบสวน นายนันทวัฒน์ให้การรับสารภาพว่า ได้รับฝากถุงสีดำซึ่งภายในมีกระเป๋าผ้าลายช้างจำนวน 6 ใบ ที่ซุกซ่อนเฮโรอีนไว้ เมื่อทราบข่าวว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย จึงรีบทำลายหลักฐาน โดยใช้มีดกรีดกระเป๋า เทเฮโรอีนทิ้งลงชักโครก และนำเศษกระเป๋าไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงมาถึงตนเอง
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดทิ้งหลักฐานบริเวณถนนสาย 4040 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนพบถุงดำที่ภายในมีเศษกระเป๋าผ้าลายช้างตามคำให้การ เมื่อนำคราบผงสีขาวที่ติดอยู่บนเศษผ้าไปตรวจพิสูจน์ พบว่าเป็นสารเฮโรอีน จึงแจ้งข้อกล่าวหาและส่งตัวดำเนินคดี พร้อมเร่งติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป
สรุปข่าว
คดีแอร์ขนเฮโรอีนคืบหน้า จับเพิ่มอีก 1 ราย รับทำลายหลักฐาน
ความคืบหน้าคดีลักลอบขนเฮโรอีนออกนอกประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลหลังพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทยถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย ล่าสุด วันนี้ (6 กรกฎาคม 2569) เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มอีก 1 ราย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธี รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายล่าสุดคือ นายนันทวัฒน์ ชาวจังหวัดพะเยา ถูกจับกุมได้ที่หอพักแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเป็นเพื่อนของ นายอุทัย ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผู้นำกล่องพัสดุไปส่งให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่คอนโดมิเนียมย่านบางนา
จากการสอบสวน นายนันทวัฒน์ให้การรับสารภาพว่า ได้รับฝากถุงสีดำซึ่งภายในมีกระเป๋าผ้าลายช้างจำนวน 6 ใบ ที่ซุกซ่อนเฮโรอีนไว้ เมื่อทราบข่าวว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย จึงรีบทำลายหลักฐาน โดยใช้มีดกรีดกระเป๋า เทเฮโรอีนทิ้งลงชักโครก และนำเศษกระเป๋าไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหลีกเลี่ยงการเชื่อมโยงมาถึงตนเอง
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดทิ้งหลักฐานบริเวณถนนสาย 4040 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนพบถุงดำที่ภายในมีเศษกระเป๋าผ้าลายช้างตามคำให้การ เมื่อนำคราบผงสีขาวที่ติดอยู่บนเศษผ้าไปตรวจพิสูจน์ พบว่าเป็นสารเฮโรอีน จึงแจ้งข้อกล่าวหาและส่งตัวดำเนินคดี พร้อมเร่งติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป
ผู้เชี่ยวชาญชี้คดีในออสเตรเลียต่อสู้ยาก
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่า คดีนี้แตกต่างจากคดีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียเมื่อปี 2563 เนื่องจากเป็นการรับฝากสัมภาระที่มีการซุกซ่อนยาเสพติดไว้อย่างแนบเนียน แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าไม่ทราบว่าภายในมีเฮโรอีน แต่กฎหมายของออสเตรเลียให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงเรื่องการรับขนสัมภาระและการได้รับค่าตอบแทน ทำให้การอ้างว่าไม่มีเจตนารับรู้เป็นประเด็นที่ต่อสู้คดีได้ค่อนข้างยาก
ทั้งนี้ แนวทางช่วยเหลือที่สามารถดำเนินการได้ คือ การขอโอนตัวผู้ต้องหากลับมารับโทษในประเทศไทยภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งรัฐบาลไทยและรัฐบาลออสเตรเลีย รวมถึงผู้ต้องหาต้องรับโทษในออสเตรเลียตามเงื่อนไขขั้นต่ำของกฎหมายก่อน
การบินพลเรือนออกมาตรการคุมเข้ม
ภายหลังเกิดเหตุ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้แจ้งทุกสายการบินเพิ่มความเข้มงวด โดยกำชับลูกเรือทุกคนห้ามรับฝากสัมภาระหรือสิ่งของจากบุคคลภายนอกเพื่อนำเดินทางข้ามประเทศ พร้อมให้สายการบินทบทวนมาตรการป้องกันความเสี่ยง เพื่อไม่ให้บุคลากรตกเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ
ขณะที่กระทรวงคมนาคมสั่งยกระดับการตรวจค้นในสนามบิน เพิ่มการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องเอกซเรย์ พัฒนางานด้านข่าวกรอง และประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำสุนัขตำรวจมากกว่า 60 ตัว สนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับสุนัขตรวจค้นของกรมศุลกากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นการลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมาย
รัฐบาลย้ำปราบยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง เนื่องจากเครือข่ายยาเสพติดมีรูปแบบการก่อเหตุซับซ้อนและเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ จึงกำชับทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกระดับ
ผลการดำเนินงานช่วง 1 ตุลาคม 2568 – 31 พฤษภาคม 2569 สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 23,677 ราย ตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 997 ล้านเม็ด ไอซ์ 39 ตัน และยึดอายัดทรัพย์สินจากเครือข่ายยาเสพติดได้ไม่น้อยกว่า 7,670 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินการตัดวงจรการเงินของเครือข่ายควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง
- “Great Barrier Reef” รอด ไม่ถูกขึ้นบัญชีมรดกโลกที่อยู่ในอันตราย
- "รินริน" คือใคร? เปิดเบาะแสโค้ดเนมปริศนา ผู้บงการสั่งขนเฮโรอีนซุกกระเป๋าช้าง?
- ทำไม "อนุทิน" วิตกว่า "คนไทย" เที่ยงต่างแดน เสี่ยงเจอตรวจเข้ม-ยากลำบาก หากแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้
- จะเข้า "ออสเตรเลีย" ต้องสำแดงของอะไรบ้าง ป้องกันโดนค่าปรับอ่วม
- เปิดสถิติคดียาเสพติดผ่านสนามบินไทย ออสเตรเลียจับ 6 คดีใน 6 เดือน
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : จ๋อแจ๊ะจับโจร
บรรณาธิการออนไลน์
