
แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติของไทยเกิดขึ้นจากการที่ ครม. อนุมัติเมื่อปี 2565 ครอบคลุมช่วงเวลา 5 ปี ตั้งแต่ 2565-2570 จัดทำร่วมกันโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เป้าหมายหลักคือ ให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศ AI ที่ครบวงจร เชื่อมโยงกันทั้งประเทศ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนภายในปี 2570
แผน "AI Thailand" มีอะไรบ้าง ?
แผนนี้เดินหน้าผ่าน 5 ยุทธศาสตร์ 15 แผนงาน ครอบคลุมตั้งแต่ เรื่องจริยธรรมและการกำกับดูแล AI, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบคลาวด์และแพลตฟอร์ม AI กลางของรัฐ, การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะ AI, การวิจัยและนวัตกรรม ไปจนถึงการผลักดันให้ภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐนำ AI ไปใช้จริง
ยุทธศาสตร์แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) มีดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 เตรียมความพร้อมของประเทศในด้านสังคม จริยธรรม กฏหมาย และกฏระเบียบสำหรับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์
ประชาชนไม่ต่ำกว่า 600,000 คน เกิดความตระหนักทางด้าน AI
กฏหมาย / ระเบียบ / ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับ AI ถูกประกาศใช้งานไม่ต่ำกว่า 1 ฉบับ
1.1 พัฒนาข้อกําหนด กฎหมาย มาตรฐาน และ นโยบายที่เกี่ยวข้องกับ AI ของประเทศ
1.2 สื่อสารและสร้างการรับรู้ด้านจริยธรรม AI
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
พร้อมยกระดับดัชนีความพร้อมด้าน AI ของรัฐบาลไทยให้สูงขึ้นไม่ต่ำกว่าลำดับที่ 50 ของโลก
เกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลสำหรับสนุนงานด้าน AI ในภาครัฐและเอกชน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี
2.1 สร้างเครือข่ายเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
2.2 พัฒนาศูนย์เชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่
2.3 พัฒนาแพลตฟอร์มกลางระดับประเทศเชิงบูรณาการ
2.4 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลและคำนวณขั้นสูง
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การเพิ่มศักยภาพบุคลากรและการพัฒนาการศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์
บุคลากรด้าน AI ของประเทศ เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30,000 คน
3.1 พัฒนาทักษะและองค์ความรู้ทุกระดับการเรียนรู้
3.2 สนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรภาคธุรกิจ
3.3 พัฒนากลไกความร่วมมือกับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ความเข้มแข็งทางเทคโนโลยี AI เพิ่มขึ้น โดยเกิดต้นแบบจากผลงานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมด้าน AI ไม่ต่ำกว่า 100 ต้นแบบ
ผลงานวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมด้าน AI ถูกนําไปใช้อย่างทั่วถึงและช่วยสร้างผลกระทบในภาคธุรกิจและภาคสังคมได้ไม่ต่ำกว่า 4.4 หมื่นล้านบาทในปี พ.ศ. 2570
4.1 ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม แก่กลุ่มสาขาเป้าหมาย
4.2 พัฒนาเทคโนโลยีฐาน (core tech) และการวิจัยเพื่อสนุนแพลตฟอร์ด้านปัญญาประดิษฐ์
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การส่งเสริมให้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ ระบบปัญญาประดิษฐ์ในภาครัฐและภาคเอกชน
เกิดจํานวนหน่วยงานที่มีการใช้งานนวัตกรรม AI ทั้งใน รัฐผู้ประกอบการใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี หรือไม่ต่ำกว่า 600 รายใน 6 ปี
ขีดความสามารถในการแข่งขันด้าน AI ของประเทศเพิ่มขึ้น ด้วยมูลค่าตลาด AI ที่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 60,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2570
5.1 ส่งเสริมการใช้ AI ในภาครัฐ
5.2 ส่งเสริมการใช้ AI ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย
5.3 ส่งเสริมอุตสาหกรรมเชื่อมโยง Al สู่การใช้งาน
5.4 พัฒนากลไกและ sandbox เพื่อนวัตกรรมทางธุรกิจและ Al startup
ตอนนี้แผนดังกล่าวอยู่ในช่วง "ระยะที่ 2" ปี 2567-2570 ที่ขยายไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ท่องเที่ยว การค้า การเงิน และความมั่นคง มีโครงการนำร่องออกมาแล้ว เช่น ระบบเชื่อมโยงข้อมูลท่องเที่ยว และการพัฒนาไทยแอลแอลเอ็ม หรือโมเดลภาษาไทยของตัวเอง
สรุปข่าว
แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติของไทยเกิดขึ้นจากการที่ ครม. อนุมัติเมื่อปี 2565 ครอบคลุมช่วงเวลา 5 ปี ตั้งแต่ 2565-2570 จัดทำร่วมกันโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เป้าหมายหลักคือ ให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศ AI ที่ครบวงจร เชื่อมโยงกันทั้งประเทศ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนภายในปี 2570
แผน "AI Thailand" มีอะไรบ้าง ?
แผนนี้เดินหน้าผ่าน 5 ยุทธศาสตร์ 15 แผนงาน ครอบคลุมตั้งแต่ เรื่องจริยธรรมและการกำกับดูแล AI, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบคลาวด์และแพลตฟอร์ม AI กลางของรัฐ, การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะ AI, การวิจัยและนวัตกรรม ไปจนถึงการผลักดันให้ภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐนำ AI ไปใช้จริง
ยุทธศาสตร์แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) มีดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 เตรียมความพร้อมของประเทศในด้านสังคม จริยธรรม กฏหมาย และกฏระเบียบสำหรับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์
ประชาชนไม่ต่ำกว่า 600,000 คน เกิดความตระหนักทางด้าน AI
กฏหมาย / ระเบียบ / ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับ AI ถูกประกาศใช้งานไม่ต่ำกว่า 1 ฉบับ
1.1 พัฒนาข้อกําหนด กฎหมาย มาตรฐาน และ นโยบายที่เกี่ยวข้องกับ AI ของประเทศ
1.2 สื่อสารและสร้างการรับรู้ด้านจริยธรรม AI
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนด้านปัญญาประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
พร้อมยกระดับดัชนีความพร้อมด้าน AI ของรัฐบาลไทยให้สูงขึ้นไม่ต่ำกว่าลำดับที่ 50 ของโลก
เกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลสำหรับสนุนงานด้าน AI ในภาครัฐและเอกชน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี
2.1 สร้างเครือข่ายเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
2.2 พัฒนาศูนย์เชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่
2.3 พัฒนาแพลตฟอร์มกลางระดับประเทศเชิงบูรณาการ
2.4 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลและคำนวณขั้นสูง
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การเพิ่มศักยภาพบุคลากรและการพัฒนาการศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์
บุคลากรด้าน AI ของประเทศ เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30,000 คน
3.1 พัฒนาทักษะและองค์ความรู้ทุกระดับการเรียนรู้
3.2 สนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรภาคธุรกิจ
3.3 พัฒนากลไกความร่วมมือกับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ความเข้มแข็งทางเทคโนโลยี AI เพิ่มขึ้น โดยเกิดต้นแบบจากผลงานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมด้าน AI ไม่ต่ำกว่า 100 ต้นแบบ
ผลงานวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมด้าน AI ถูกนําไปใช้อย่างทั่วถึงและช่วยสร้างผลกระทบในภาคธุรกิจและภาคสังคมได้ไม่ต่ำกว่า 4.4 หมื่นล้านบาทในปี พ.ศ. 2570
4.1 ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม แก่กลุ่มสาขาเป้าหมาย
4.2 พัฒนาเทคโนโลยีฐาน (core tech) และการวิจัยเพื่อสนุนแพลตฟอร์ด้านปัญญาประดิษฐ์
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การส่งเสริมให้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ ระบบปัญญาประดิษฐ์ในภาครัฐและภาคเอกชน
เกิดจํานวนหน่วยงานที่มีการใช้งานนวัตกรรม AI ทั้งใน รัฐผู้ประกอบการใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี หรือไม่ต่ำกว่า 600 รายใน 6 ปี
ขีดความสามารถในการแข่งขันด้าน AI ของประเทศเพิ่มขึ้น ด้วยมูลค่าตลาด AI ที่เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 60,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2570
5.1 ส่งเสริมการใช้ AI ในภาครัฐ
5.2 ส่งเสริมการใช้ AI ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย
5.3 ส่งเสริมอุตสาหกรรมเชื่อมโยง Al สู่การใช้งาน
5.4 พัฒนากลไกและ sandbox เพื่อนวัตกรรมทางธุรกิจและ Al startup
ตอนนี้แผนดังกล่าวอยู่ในช่วง "ระยะที่ 2" ปี 2567-2570 ที่ขยายไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ท่องเที่ยว การค้า การเงิน และความมั่นคง มีโครงการนำร่องออกมาแล้ว เช่น ระบบเชื่อมโยงข้อมูลท่องเที่ยว และการพัฒนาไทยแอลแอลเอ็ม หรือโมเดลภาษาไทยของตัวเอง
ส่องนโยบายแผน AI ประเทศอื่น
เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ก็จะพบว่า หลายประเทศก็ขยับตัวด้าน AI เช่นกัน อย่าง สิงคโปร์ ประกาศใช้ National AI Strategy 2.0 ยกระดับ AI จากเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจสู่ยุทธศาสตร์ความอยู่รอดของชาติ ภายใต้วิสัยทัศน์ “AI for the Public Good, for Singapore and the World” หรือ “AI เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อสิงคโปร์ และเพื่อโลก”
เกาหลีใต้ตั้งเป้าหมายก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 มหาอำนาจด้าน AI ของโลก ภายในปี 2573 ทุ่มงบกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
เช่นเดียวกับจีนก็ตั้งเป้าขึ้นเป็นผู้นำโลกด้าน AI ภายใน 2573 ด้วยกำลังคนระดับล้านคน เงินลงทุนมหาศาล และนโยบายเขตทดลอง AI ทั่วประเทศ
3 ช่องโหว่ แผน AI ที่ไทยต้องเร่งอุด
ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผอ.เนคเทค สวทช. บรรยายในงาน ETDA ถอดบทเรียน 4 ปีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ที่ไทยต้องพัฒนา 3 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. การพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก สะท้อนจากงบประมาณด้านวิจัยและพัฒนาที่แท้จริงมีเพียง 2,086 ล้านบาท ใน 415 โครงการ ขณะที่งบ "โครงการเชิงกลยุทธ์" ซึ่งส่วนใหญ่คือการซื้อเทคโนโลยีจากต่างชาติกลับสูงถึง 41,301 ล้านบาท ใน 651 โครงการ
2. กำลังคนที่ยังพัฒนาไม่ทันความต้องการของตลาด แม้โครงการ Super AI Engineer จะปั้นบุคลากรได้แล้วกว่า 10,000 คนก็ตาม
3. ข้อมูลที่ยังกระจัดกระจายไม่เชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะในภาคท่องเที่ยวและเกษตรกรรม ซึ่งแม้จะมีสัดส่วนต่อ GDP สูง แต่กลับปรับใช้ AI ได้ช้าที่สุด ต่างจากภาคการเงิน โลจิสติกส์ และการแพทย์ที่นำ AI ไปใช้งานจริงแล้ว
กฎควบคุมกำกับดูแล AI ในไทยเป็นอย่างไร ?
สำหรับประเทศไทย แม้ยังไม่มีกฎหมาย AI ฉบับสมบูรณ์เหมือน EU แต่กำลังเร่งวางรากฐานด้านการกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง
ปี 2025 ได้จัดทำ “Draft Principles of the AI Law” หรือร่างหลักการกฎหมาย AI เพื่อเป็นต้นแบบของกฎหมายในอนาคต ภายใต้การขับเคลื่อนของ ETDA และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
เว็บไซต์ Regulation.ai ระบุว่า แนวทางของไทยเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมกับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน พร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน AI ที่น่าเชื่อถือ
ของอาเซียน
ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 รัฐบาลไทยวางให้ AI เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570 เพื่อผลักดันการพัฒนา AI ในภาคเศรษฐกิจ สังคม และภาครัฐ
เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการสร้างเทคโนโลยี แต่รวมถึงการพัฒนาคน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบกำกับดูแล เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัล
ปัจจุบัน AI ถูกนำมาใช้งานในหลายภาคส่วนของไทยแล้ว ตั้งแต่ระบบวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ การคาดการณ์ผลผลิตทางการเกษตร การบริหารจัดการเมือง เช่น Traffy Fondue แพลต์ฟอร์มรับแจ้งปัญหาทั่วกรุงเทพฯ ที่สามารถแก้ไขได้แล้วเสร็จสิ้น 1,078,175 เรื่อง คิดเป็น 82%
ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังตั้งเป้ายกระดับ AI Literacy หรือความรู้ความเข้าใจด้าน AI ของประชาชน เพื่อให้คนไทยสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันความเสี่ยง และปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน
ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ AI Leadership and the future จัดโดย TNN ว่า ต้องการให้คนไทยกว่า 20 ล้านคน มี AI Literacy เพราะมองว่า นี่เป็นตัวเลขที่จะขับเคลื่อนประเทศได้อย่างแท้จริง
พร้อมย้ำว่า ปี 2026 ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของประเทศไทยและของโลก ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นรวดเร็วกว่าที่เคย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
- AI ช่วยให้งานง่ายขึ้น แต่ทำไมเรายังเหนื่อย? รู้จัก AI Brain Fry ภาวะสมองล้าจากการใช้ AI มากเกินไป
- HKEX ปั้นดัชนีใหม่ รับเมกะเทรนด์ AI ปลุกตลาดหุ้นฮ่องกง
- “Data Center” บูมใน “ออสเตรเลีย” ขุมพลังไอที หรือระเบิดเวลาเศรษฐกิจ ?
- เปิดลิสต์ 10 "เทคโนโลยี" ดาวรุ่ง รากฐานเศรษฐกิจยุคใหม่
- ไชยชนก ย้ำ TH-AI Passport โปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบจากฝ่ายค้าน
ที่มาข้อมูล : AI Thailand, Business Information Centre, Regulation.ai, DigiChina Stanford University
ที่มารูปภาพ : Getty Images
