
ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นวาระแห่งชาติที่สร้างความเสียหายให้กับสังคมไทยในทุกระดับ ตั้งแต่ความรุนแรงในครอบครัวไปจนถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศบนเวทีโลก ล่าสุด อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ถึงสถานการณ์การลักลอบขนยาเสพติดผ่านประเทศไทย ทำไมถึงตกเป็นเป้าที่ขบวนการข้ามชาติใช้เป็น “ฮับ” และ เบื้องลึกคดีสำคัญที่ลูกเรือสายการบินไทยถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย
สรุปข่าว
ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นวาระแห่งชาติที่สร้างความเสียหายให้กับสังคมไทยในทุกระดับ ตั้งแต่ความรุนแรงในครอบครัวไปจนถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศบนเวทีโลก ล่าสุด อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ถึงสถานการณ์การลักลอบขนยาเสพติดผ่านประเทศไทย ทำไมถึงตกเป็นเป้าที่ขบวนการข้ามชาติใช้เป็น “ฮับ” และ เบื้องลึกคดีสำคัญที่ลูกเรือสายการบินไทยถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย
เปิดโปงขบวนการข้ามชาติทำไมไทยกลายเป็น "ฮับ" ยาเสพติด
รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีย้อนหลัง ประเทศไทยไม่มีแหล่งผลิตยาเสพติดเลยแม้แต่แห่งเดียว แต่ปัจจัยสำคัญมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบริเวณ “สามเหลี่ยมทองคำ” ซึ่งเป็นแหล่งผลิตขนาดใหญ่ ขบวนการเหล่านี้เร่งผลิตยาเสพติดเพื่อสร้างรายได้ไปใช้ในสถานการณ์ภายในประเทศและการจัดซื้ออาวุธ
อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพภูมิประเทศและระบบโลจิสติกส์ของประเทศต้นทางที่ไม่เอื้อต่อการส่งออกโดยตรง ประเทศไทยจึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่ขบวนการค้ายาเสพติดเลือกใช้เป็น “ฮับ (Hub)” หรือศูนย์กลางในการกระจายสินค้า เนื่องจากไทยมีความพร้อมทั้งระบบท่าอากาศยานนานาชาติ (Airport) ที่เป็นศูนย์กลางการบินของเอเชีย และท่าเรือ (Seaport) ขนาดใหญ่ที่สะดวกต่อการขนส่งสารตั้งต้น
กลยุทธ์ "ซีลชายแดน" สกัดขาเข้ากวาดยาบ้าร้อยล้านเม็ด
ในการรับมือกับยาเสพติดขาเข้า ป.ป.ส. ได้บูรณาการร่วมกับกองทัพและตำรวจในการตั้งแนวสกัดกั้นตามตะเข็บชายแดนอย่างเข้มงวดมาเกือบ 2 ปี โดยแบ่งออกเป็น 2 สายงานหลัก wfhcdjจัดตั้งหน่วยบัญชาการแก้ไขปัญหายาเสพติดบริเวณชายแดน หรือ นบยส. 35 (กองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับ ปปส. ภาค 5) สามารถสกัดกั้นและจับกุมยาบ้าได้หลายสิบล้านถึงร้อยล้านเม็ด
เมื่อฝั่งภาคเหนือถูกกดดันอย่างหนัก ขบวนการได้เปลี่ยนเส้นทางมาทางอีสาน ป.ป.ส. จึงจัดตั้ง นบยส. 24 (กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับ ปปส. ภาค 4) เพื่ออุดรอยรั่วทางฝั่งจังหวัดนครพนมและบึงกาฬ ซึ่งสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ในปริมาณมหาศาลเช่นกัน
ออสเตรเลียยืนหนึ่งปลายทางฮิต “ไอซ์-เฮโรอีน” ตลาดโลกต้องการสูง
สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดขาออก สถิติการจับกุมในห้วงปีที่ผ่านมาพบว่า ประเทศปลายทางยอดนิยม 10 อันดับแรก มีดังนี้
1.ออสเตรเลีย (อันดับ 1)
2.นิวซีแลนด์ (อันดับ 2)
3.ฮ่องกง
4.เกาหลี
5.ไต้หวัน
6.อิสราเอล
7.อังกฤษ
8.นอร์เวย์
อารีภักดิ์ ระบุว่า ตัวยาที่ส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้จะแตกต่างจากที่ระบาดในไทย ยาบ้าจะนิยมเฉพาะในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (ไทย, สปป.ลาว, กัมพูชา) แต่ในระดับสากล “ไอซ์” คือตัวยาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ “เฮโรอีน” ซึ่งมีรูปแบบเป็นผงแป้ง ทำให้ขบวนการค้ายามีวิธีซุกซ่อนที่หลากหลาย
นอกจากนี้ ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิดเป็นต้นมา พฤติกรรมการขนส่งได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ขบวนการค้ายาไม่กล้าเสี่ยงให้คนหิ้วของโดยตรง แต่หันมาใช้ระบบไปรษณีย์ภัณฑ์และบริษัทโลจิสติกส์รายใหญ่ในการส่งออกแทน ซึ่ง ป.ป.ส. สามารถตรวจยึดพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดที่ส่งไปยังออสเตรเลียได้เป็นจำนวนมาก โดยในปี 2568 ตรวจพบสูงถึง 42 ชิ้น และปี 2569 พบอีก 10 ชิ้น
เจาะลึกคดีลูกเรือสาว ช่องว่างสายการบิน และ กลลวง “รับหิ้ว”
จากกรณีข่าวครึกโครมที่ลูกเรือสาววัย 26 ปี ชาวไทยถูกจับกุมพร้อมยาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลีย รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้วิเคราะห์ถึงช่องว่างและพฤติการณ์ในคดีนี้ไว้ 2 ประเด็นหลัก ได้แก่
ข้อจำกัดของระบบตรวจค้นขาออกและการอาศัยความน่าเชื่อถือ
โดยปกติ มาตรฐานท่าอากาศยานทั่วโลกจะเน้นตรวจค้นขาออกเพื่อป้องกันภัยทางอากาศยาน (เน้นวัตถุระเบิดและโลหะ) เป็นหลัก ประกอบกับอาชีพลูกเรือเป็นอาชีพที่ต้องเดินทางบ่อย มีความเร่งรีบในการขึ้นบิน และได้รับความเชื่อใจภายใต้ระเบียบขององค์กร ทำให้สายการบินได้รับความผ่อนปรนในระดับหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นรอยรั่วที่ขบวนการค้ายาเสพติดจ้องใช้ประโยชน์
พุ่งเป้า “คนธรรมดา” อยากมีรายได้เสริม
ปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดจะเสาะหา "คนหน้าใหม่" ที่ต้องการเงินหรือรายได้พิเศษ โดยจะใช้ช่องทางออนไลน์หรือกลุ่มปิดเฉพาะในแวดวงการบินเพื่อส่งสัญญาณชักชวนให้รับงานหิ้วของ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะตามกฎระเบียบการบิน ลูกเรือต้องจัดกระเป๋า แพ็คของ และรับผิดชอบสิ่งของทั้งหมดด้วยตนเอง แต่ในคดีนี้พบความน่ากลัวตรงที่ผู้ต้องหาไม่รู้จักผู้ส่ง ไม่รู้ชื่อ-นามสกุลจริง และไม่ทราบที่มาที่ไปของสินค้าอย่างชัดเจน โดยใช้การซุกซ่อนยาเสพติดปะปนมากับอุปกรณ์เครื่องสำอาง
ย้อนวันเกิดเหตุ เกิดอะไรขึ้นที่สนามบินเมลเบิร์น
สนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามบินที่ตรวจค้นเข้มงวดที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นประเทศเกาะที่เข้มงวดเรื่องสิ่งของต้องห้าม ในวันเกิดเหตุ ลูกเรือรายนี้ได้เลือกเดินเข้า “ช่องแดง” (ช่องสำแดงสิ่งของ) เพื่อดีแคลร์ว่ามีกระเป๋าผ้า 12 ชิ้นจากประเทศไทยที่ไม่ใช่ของตนเอง แต่เจ้าหน้าที่ศุลกากรพบน้ำหนักที่ผิดปกติ จึงทำการกรีดตรวจกระเป๋าใบแรกและพบยาเสพติดในที่สุด
ความคืบหน้าของคดีและการแก้ปัญหาในอนาคต
หลังเกิดเหตุ ทางการออสเตรเลียได้เข้าพบเลขาธิการ ปปส. เพื่อประสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลการข่าวในการขยายผลร่วมกัน เบื้องต้น ป.ป.ส. ทราบข้อมูลต้นทางและผู้เกี่ยวข้องหลายรายแล้ว โดยยืนยันว่าต้นทางหลักมาจากต่างประเทศเนื่องจากไทยไม่ใช่แหล่งผลิต แต่ยอมรับว่าในกระบวนการลำเลียงผ่านไทยนั้น “ต้องมีคนไทยร่วมขบวนการด้วยอย่างแน่นอน” ซึ่งจะมีการแถลงข่าวสรุปผลลัพธ์การดำเนินงานร่วมกันอีกครั้ง
อารีภักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงแนวคิดการแก้ปัญหายาเสพติดในอนาคตว่า ในความเป็นจริงยาเสพติดไม่มีวันหมดไปจากโลก เพราะมันคือสารเคมีที่มนุษย์พร้อมจะดัดแปลงโครงสร้างเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย หรือนำยารักษาโรคในบ้านมาใช้ในทางที่ผิดอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ ปปส. และทุกภาคส่วนต้องทำควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายและสกัดกั้นอย่างเข้มงวด คือ “การป้องกันและปลูกฝังคนของเรา” ให้ตระหนักว่า การเข้าไปพัวพันกับยาเสพติดไม่ว่าจะรูปแบบใด หรือเพียงเพราะต้องการรายได้ชั่วครั้งชั่วคราว สามารถเปลี่ยนชีวิตจากที่มีอนาคตให้หมดอนาคตลงได้ภายในข้ามคืน
- เปิดสถิติคดียาเสพติดผ่านสนามบินไทย ออสเตรเลียจับ 6 คดีใน 6 เดือน
- 6 เคส ใน 6 เดือน คดีลักลอบขนยาเสพติด จากไทยเข้าออสเตรเลีย มีคดีไหนบ้าง ?
- "สีหศักดิ์" ชี้ ออสเตรเลียอาจมีเบาะแสแอร์ "การบินไทย" ลอบขนเฮโรอีน ย้ำสายการบินต้องเข้มงวด
- “ออสเตรเลีย” เพิ่มโทษปรับ 2 เท่า คุมเข้ม “แบนโซเชียลมีเดีย” เด็กต่ำกว่า 16 ปี
- กางสถิติ 8 เดือน ปราบยาเสพติดปี 69 จับทะลุ 2 แสนราย ยึดยาบ้าเฉียด 1,000 ล้านเม็ด
ที่มาข้อมูล : ป.ป.ส.
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
