
รู้ไหมว่า โลกเคยเผชิญปรากฎการณ์ระดับ “ซูเปอร์เอลนีโญ” มาแล้วหลายครั้ง และครั้งรุนแรงที่สุดเมื่อเกือบ 150 ปีก่อน มันคือภัยธรรมชาติใหญ่หลวง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกหลายสิบล้านคนเลยทีเดียว
และปรากฎการณ์ระดับซูเปอร์เอลนีโญ มีความเสี่ยงจะเกิดขึ้นสูงมากในปลายปีนี้
ตามที่ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาอธิบายถึงช่วงเวลาการเปิดเอลนีโญ พร้อมระบุว่า ช่วงพฤศจิกายน ธันวาคม ปีนี้ และมกราคม ปีหน้า จะเป็นช่วงพีคจริงของซูเปอร์เอลนีโญ ฝนจะน้อยผิดปกติ ร้อนกว่าปกติ และแม้จะเป็นหน้าหนาว ก็จะหนาวน้อยกว่าปกติ
ดัชนีที่ชี้วัดว่าเป็นซูเปอร์เอลนีโญคือ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในพื้นที่ Nino 3.4 เกิน 2 องศาเซลเซียส ถึงจะเรียกว่าเป็นซูเปอร์เอลนีโญ
เมื่อย้อนไปดูข้อมูลการเกิดเอลนีโญครั้งรุนแรง รวมถึงเข้าข่ายซูเปอร์เอลนีโญ พบว่า เกิดมาแล้ว 5 ครั้ง
สรุปข่าว
รู้ไหมว่า โลกเคยเผชิญปรากฎการณ์ระดับ “ซูเปอร์เอลนีโญ” มาแล้วหลายครั้ง และครั้งรุนแรงที่สุดเมื่อเกือบ 150 ปีก่อน มันคือภัยธรรมชาติใหญ่หลวง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกหลายสิบล้านคนเลยทีเดียว
และปรากฎการณ์ระดับซูเปอร์เอลนีโญ มีความเสี่ยงจะเกิดขึ้นสูงมากในปลายปีนี้
ตามที่ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ออกมาอธิบายถึงช่วงเวลาการเปิดเอลนีโญ พร้อมระบุว่า ช่วงพฤศจิกายน ธันวาคม ปีนี้ และมกราคม ปีหน้า จะเป็นช่วงพีคจริงของซูเปอร์เอลนีโญ ฝนจะน้อยผิดปกติ ร้อนกว่าปกติ และแม้จะเป็นหน้าหนาว ก็จะหนาวน้อยกว่าปกติ
ดัชนีที่ชี้วัดว่าเป็นซูเปอร์เอลนีโญคือ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในพื้นที่ Nino 3.4 เกิน 2 องศาเซลเซียส ถึงจะเรียกว่าเป็นซูเปอร์เอลนีโญ
เมื่อย้อนไปดูข้อมูลการเกิดเอลนีโญครั้งรุนแรง รวมถึงเข้าข่ายซูเปอร์เอลนีโญ พบว่า เกิดมาแล้ว 5 ครั้ง
ช่วงปี 1877-1878
แม้จะยังไม่ใช้วิธีการนับด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ แต่ได้รับการบันทึกว่าเป็นซูเปอร์เอลนีโญรุนแรงที่สุดในเชิงผลกระทบ ก่อให้เกิดความแห้งแล้ง และภาวะขาดแคลนอาหารกว้างขวาง ในระดับ ทุพภิกขภัย ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 50 ล้านคนทั่วโลก รวมถึงในอินเดียและจีน ส่วนในแถบอเมริกาเหนือ ก็ร้อนรุนแรง จนเกิดปีที่ไร้ฤดูหนาวเลยทีเดียว
ช่วงปี 1982-1983
เกิดซูเปอร์เอลนีโญอีกครั้ง ก่อให้เกิดภัยแล้งรุนแรงในแถบแอฟริกา อินโดนีเซีย และอีกหลายประเทศ ส่วนฝั่งอเมริกาใต้ก็เกิดอุทกภัยและพายุเฮอริเคนรุนแรง สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลในระดับโลก
ช่วงปี 1997-1998
นับว่าเป็นซูเปอร์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุด ถึงขั้นทำให้อุณหภูมิโลกร้อนขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสแบบชั่วคราว ก่อให้เกิดปัญหาไฟป่ารุนแรง น้ำท่วมใหญ่ ทำลายแนวปะการังทั่วโลกมหาศาล คนเสียชีวิตกว่า 20,000 คน
ช่วงปี 2014-2016
เก่อให้เกิดมวลน้ำอุ่นผิดปกติ เกิดวิกฤตแห้งแล้งในหลายประเทศ และเกิดพายุหมุนเขตร้อนในแปซิฟิกสูงเป็นประวัติการณ์ครั้งหนึ่ง
ช่วงปี 2023-2024
ถือเป็นเอลนีโญครั้งรุนแรงที่สุดอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์ ก่อให้เกิดภัยแล้งกว้างขวาง อุทกภัยและภัยธรรมชาติทั่วโลก
ส่วนเอลนีโญ ที่สุ่มเสี่ยงกลายเป็นซูเปอร์เอลนีโญ ในปี 2569 ถึง 2570 มีโอกาสเกิดขึ้นถึง 63% และหากเกิดขึ้นจริง จะจัดอยู่ในกลุ่มเอลนีโญครั้งรุนแรงที่สุด นับแต่ปี 1950 เลยทีเดียว
ที่มาข้อมูล : TNN Online รวบรวม
ที่มารูปภาพ : Freepik
