ศาลสั่งประหาร 2 จำเลยคดีระเบิดราชประสงค์ ปิดคดี 11 ปี

Share on Line Share on Facebook Share on X
ศาลสั่งประหาร 2 จำเลยคดีระเบิดราชประสงค์ ปิดคดี 11 ปี

ศาลพิพากษาประหาร 2 จำเลย คดีระเบิดราชประสงค์

ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ให้ประหารชีวิต นายอาเด็ม คาราดัก หรือ บิลาล มูฮัมหมัด และนายไมไรลียูซุฟู หรือ ยูซูฟู เมียไรลี จำเลยชาวอุยกูร์ ในคดีวางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 100 คน

ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต พร้อมปรับคนละ 1,000 บาท

ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นายไมไรลียูซุฟูได้กล่าวเป็นภาษาไทยว่า "ขอไว้อาลัยให้กับความยุติธรรมของประเทศไทย" พร้อมยืนยันไม่ยอมรับคำตัดสิน ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพยานหลักฐาน โดยเฉพาะประเด็นการใช้โทรศัพท์มือถือที่ฝ่ายโจทก์นำมาเชื่อมโยงกับคดี พร้อมขอให้สังคมไทยติดตามและให้ความเป็นธรรมกับตน

ย้อนคดีระเบิดราชประสงค์ จุดเปลี่ยนสำคัญของไทย

เหตุระเบิดเกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 17 สิงหาคม 2558 บริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร นับเป็นหนึ่งในเหตุความรุนแรงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยยุคใหม่ โดยมีผู้เสียชีวิต 20 คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 120 คน

ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายอาเด็ม คาราดัก และนายไมไรลียูซุฟู ก่อนถูกฟ้องในข้อหาหนักหลายกระทง รวมถึงข้อหาก่อการร้ายและความผิดเกี่ยวกับวัตถุระเบิด

สรุปข่าว

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาประหารชีวิต 2 จำเลยชาวอุยกูร์ คดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ปี 2558 หลังใช้เวลาพิจารณาคดีกว่า 11 ปี จากความซับซ้อนของคดี พยานกว่า 400 ปาก เอกสารกว่า 10,000 หน้า และการโอนคดีจากศาลทหารสู่ศาลยุติธรรม

ศาลพิพากษาประหาร 2 จำเลย คดีระเบิดราชประสงค์

ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ให้ประหารชีวิต นายอาเด็ม คาราดัก หรือ บิลาล มูฮัมหมัด และนายไมไรลียูซุฟู หรือ ยูซูฟู เมียไรลี จำเลยชาวอุยกูร์ ในคดีวางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 100 คน

ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต พร้อมปรับคนละ 1,000 บาท

ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นายไมไรลียูซุฟูได้กล่าวเป็นภาษาไทยว่า "ขอไว้อาลัยให้กับความยุติธรรมของประเทศไทย" พร้อมยืนยันไม่ยอมรับคำตัดสิน ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพยานหลักฐาน โดยเฉพาะประเด็นการใช้โทรศัพท์มือถือที่ฝ่ายโจทก์นำมาเชื่อมโยงกับคดี พร้อมขอให้สังคมไทยติดตามและให้ความเป็นธรรมกับตน

ย้อนคดีระเบิดราชประสงค์ จุดเปลี่ยนสำคัญของไทย

เหตุระเบิดเกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 17 สิงหาคม 2558 บริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ใจกลางกรุงเทพมหานคร นับเป็นหนึ่งในเหตุความรุนแรงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยยุคใหม่ โดยมีผู้เสียชีวิต 20 คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 120 คน

ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายอาเด็ม คาราดัก และนายไมไรลียูซุฟู ก่อนถูกฟ้องในข้อหาหนักหลายกระทง รวมถึงข้อหาก่อการร้ายและความผิดเกี่ยวกับวัตถุระเบิด

ทำไมคดีนี้ใช้เวลานานกว่า 11 ปี

คดีระเบิดราชประสงค์ถูกจัดเป็นคดีความมั่นคงขนาดใหญ่ มีความซับซ้อนทั้งด้านพยานหลักฐานและมิติระหว่างประเทศ ทำให้กระบวนการพิจารณาใช้เวลายาวนานกว่าทศวรรษ

1. เริ่มต้นในศาลทหาร ก่อนโอนสู่ศาลยุติธรรม

หลังการจับกุม จำเลยถูกฟ้องต่อศาลทหารกรุงเทพตามกฎหมายที่ใช้ในช่วงหลังรัฐประหารปี 2557 ก่อนที่ภายหลังจะมีการโอนคดีเข้าสู่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ส่งผลให้ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาบางส่วนใหม่

2. พยานและเอกสารจำนวนมหาศาล

ฝ่ายโจทก์นำพยานเข้าสืบมากกว่า 400 ปาก ขณะที่ฝ่ายจำเลยมีพยานกว่า 45 ปาก นอกจากนี้ยังมีเอกสารในสำนวนมากกว่า 10,000 หน้า รวมถึงพยานวัตถุ ภาพจากกล้องวงจรปิด และข้อมูลทางเทคนิคจำนวนมาก

3. ปัญหาด้านภาษาและการใช้ล่าม

จำเลยเป็นชาวต่างชาติ ทำให้ทุกขั้นตอนในชั้นพิจารณาต้องใช้ล่ามหลายภาษา ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และอุยกูร์ ส่งผลให้การสืบพยานแต่ละครั้งใช้เวลานานกว่าคดีทั่วไป

4. การตรวจสอบพยานหลักฐานเชิงเทคนิค

คดีนี้เกี่ยวข้องกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การสื่อสารโทรคมนาคม ภาพจากกล้องวงจรปิด และเส้นทางการเคลื่อนไหวของผู้ต้องหา ซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเข้ามาให้การต่อศาล

ไทม์ไลน์คดีระเบิดราชประสงค์

17 ส.ค. 2558 เกิดเหตุระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์

ปลายปี 2558 จับกุมผู้ต้องหาหลัก 2 ราย

2558-2561 ดำเนินคดีในศาลทหารกรุงเทพ

หลังปี 2562 โอนคดีเข้าสู่ศาลอาญากรุงเทพใต้

2562-2568 สืบพยานโจทก์และจำเลยต่อเนื่อง

11 มิ.ย. 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้อ่านคำพิพากษา สั่งประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง

คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีอาญาและคดีความมั่นคงที่ใช้เวลาพิจารณายาวนานที่สุดของไทย โดยกินเวลาตั้งแต่เกิดเหตุในปี 2558 จนถึงวันพิพากษาในปี 2569 รวมกว่า 11 ปี

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ

คดีระเบิดราชประสงค์
ศาลท้าวมหาพรหม
อาเด็ม คาราดัก
ไมไรลียูซุฟู
ศาลอาญากรุงเทพใต้