แกะรอยเครือข่าย "หนูเฉิน" จุดชนวนปฏิบัติการยึดสารเคมีกว่า 50 ตัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
แกะรอยเครือข่าย "หนูเฉิน" จุดชนวนปฏิบัติการยึดสารเคมีกว่า 50 ตัน

แกะรอยเครือข่าย "หนูเฉิน" สู่ปฏิบัติการครั้งใหญ่

ปฏิบัติการตรวจค้นโกดังเก็บสารเคมีในพื้นที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นับเป็นหนึ่งในปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดครั้งสำคัญของปี 2569 หลังหน่วยงานด้านความมั่นคงและปราบปรามยาเสพติดร่วมกันขยายผลจากคดี "หนูเฉิน" ซึ่งถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 2569 หลังหลบหนีออกนอกประเทศเป็นเวลานานกว่า 14 ปี

การสืบสวนครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือด้านข่าวกรองระหว่างหน่วยงานไทยกับสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของสาธารณรัฐเกาหลี ก่อนนำไปสู่การติดตามเส้นทางการลักลอบจัดส่งสารตั้งต้นและสารเคมีที่อาจถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติด

ขยายผลสู่ 10 จุดใน 4 จังหวัด

ภายหลังการสืบสวนขยายผล สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าตรวจค้นบริษัทที่เกี่ยวข้องรวม 3 แห่ง จำนวน 10 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระยอง

จากการตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงการลักลอบจัดส่งสารเคมีไปยังพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกจับตาในฐานะแหล่งผลิตยาเสพติดสำคัญของภูมิภาค

สรุปข่าว

การขยายผลจากคดี "หนูเฉิน" นำไปสู่การตรวจค้น 10 จุดใน 4 จังหวัด และตรวจยึดสารตั้งต้นกับเคมีภัณฑ์รวม 50.33 ตัน เจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบส่งสารเคมีไปยังพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ รวมถึงขบวนการผลิตเอทมิเดตผสมน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

แกะรอยเครือข่าย "หนูเฉิน" สู่ปฏิบัติการครั้งใหญ่

ปฏิบัติการตรวจค้นโกดังเก็บสารเคมีในพื้นที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นับเป็นหนึ่งในปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดครั้งสำคัญของปี 2569 หลังหน่วยงานด้านความมั่นคงและปราบปรามยาเสพติดร่วมกันขยายผลจากคดี "หนูเฉิน" ซึ่งถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 2569 หลังหลบหนีออกนอกประเทศเป็นเวลานานกว่า 14 ปี

การสืบสวนครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือด้านข่าวกรองระหว่างหน่วยงานไทยกับสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของสาธารณรัฐเกาหลี ก่อนนำไปสู่การติดตามเส้นทางการลักลอบจัดส่งสารตั้งต้นและสารเคมีที่อาจถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตยาเสพติด

ขยายผลสู่ 10 จุดใน 4 จังหวัด

ภายหลังการสืบสวนขยายผล สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าตรวจค้นบริษัทที่เกี่ยวข้องรวม 3 แห่ง จำนวน 10 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระยอง

จากการตรวจสอบพบข้อมูลเชื่อมโยงการลักลอบจัดส่งสารเคมีไปยังพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกจับตาในฐานะแหล่งผลิตยาเสพติดสำคัญของภูมิภาค

ยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์รวม 50.33 ตัน

ผลการปฏิบัติการสามารถตรวจยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ได้ 5 ชนิด ประกอบด้วย อะซีโตน กรดไฮโดรคลอริก กรดอะซิติก กรดซัลฟิวริก และไดออกโทน รวมปริมาณทั้งสิ้น 50.33 ตัน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า หากสารเคมีดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังแหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ จะสามารถนำไปใช้ผลิตยาบ้าได้ประมาณ 1,100 ล้านเม็ด

พบความเชื่อมโยงขบวนการผลิตเอทมิเดต

นอกจากเส้นทางสารตั้งต้นเพื่อผลิตยาเสพติดแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลเชื่อมโยงกับขบวนการลักลอบผลิต "เอทมิเดต" ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 เพื่อนำไปผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า

ก่อนหน้านี้มีการจับกุมคดีที่เกี่ยวข้องในลักษณะดังกล่าวแล้ว 4 ครั้ง และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามกระบวนการกฎหมาย

รัฐบาลย้ำเดินหน้าตัดวงจรตั้งแต่ต้นทาง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดตั้งแต่ต้นทาง พร้อมชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ร่วมกันสืบสวนและขยายผลจนสามารถตรวจยึดของกลางได้จำนวนมาก

รัฐบาลยืนยันว่าจะสนับสนุนภารกิจปราบปรามยาเสพติดอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของสารตั้งต้นหรือขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาเสพติด และจะเดินหน้าขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : รัฐบาลไทย

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ