รู้จัก ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร? ช่วยลดความอ้วนได้จริงไหม ปลอดภัยแค่ไหน

Share on Line Share on Facebook Share on X
รู้จัก ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร? ช่วยลดความอ้วนได้จริงไหม ปลอดภัยแค่ไหน

การใช้ "ปากกาลดน้ำหนัก" กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่กรณีล่าสุดที่หน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจสอบคลินิกลดน้ำหนักแห่งหนึ่งในพื้นที่รามอินทรา หลังมีผู้ป่วยหญิงเข้ารับบริการแล้วเกิดอาการรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ได้กลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงความปลอดภัยในการใช้ยาประเภทนี้ โดยเฉพาะเมื่อให้บริการโดยบุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

สั่งปิดคลินิกทันที 15 วัน หลังพบผิดหลายประเด็น

นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า กรม สบส. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกดังกล่าว หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์

จากการสอบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผู้ป่วยหญิงได้เข้ารับบริการลดน้ำหนัก โดยเดิมต้องการใช้ยา Mounjaro แต่ได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ "NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix" ก่อนจะมีการปักปากกาลดน้ำหนักโดยเจ้าหน้าที่ของคลินิก

หลังรับบริการในวันแรก ผู้ป่วยยังไม่มีอาการผิดปกติ แต่วันที่ 30 พฤษภาคมเริ่มมีไข้ และในวันที่ 31 พฤษภาคม อาการรุนแรงขึ้นจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่สายไหม

พบ 4 ความผิดหลัก สั่งดำเนินคดี

ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบการกระทำที่เข้าข่ายผิดมาตรฐานตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 รวม 4 ประเด็น ได้แก่

  • ผู้ทำหัตถการปักยาลดน้ำหนักไม่ใช่แพทย์
  • มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่สถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • เวชระเบียนผู้ป่วยมีข้อมูลไม่ครบ ไม่มีลายมือชื่อผู้ประกอบวิชาชีพ
  • ฉลากและซองยาระบุข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่น ชื่อคลินิก ที่ตั้ง และวันหมดอายุ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ อย. และตำรวจ ปคบ. ยังตรวจพบว่า ผลิตภัณฑ์ "NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix" เป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. จึงมีคำสั่งปิดคลินิกเป็นเวลา 15 วัน พร้อมดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง

สรุปข่าว

กรม สบส. ร่วม อย. และ ปคบ. สั่งปิดคลินิกลดน้ำหนักย่านรามอินทรา 15 วัน หลังพบผู้ช่วยแพทย์ทำหัตถการปักปากกาลดน้ำหนักให้ผู้ป่วยจนต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล พร้อมตรวจพบการใช้ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนและความผิดด้านมาตรฐานสถานพยาบาลรวม 4 ประเด็น

การใช้ "ปากกาลดน้ำหนัก" กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่กรณีล่าสุดที่หน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจสอบคลินิกลดน้ำหนักแห่งหนึ่งในพื้นที่รามอินทรา หลังมีผู้ป่วยหญิงเข้ารับบริการแล้วเกิดอาการรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ได้กลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงความปลอดภัยในการใช้ยาประเภทนี้ โดยเฉพาะเมื่อให้บริการโดยบุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

สั่งปิดคลินิกทันที 15 วัน หลังพบผิดหลายประเด็น

นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า กรม สบส. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกดังกล่าว หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์

จากการสอบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผู้ป่วยหญิงได้เข้ารับบริการลดน้ำหนัก โดยเดิมต้องการใช้ยา Mounjaro แต่ได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ "NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix" ก่อนจะมีการปักปากกาลดน้ำหนักโดยเจ้าหน้าที่ของคลินิก

หลังรับบริการในวันแรก ผู้ป่วยยังไม่มีอาการผิดปกติ แต่วันที่ 30 พฤษภาคมเริ่มมีไข้ และในวันที่ 31 พฤษภาคม อาการรุนแรงขึ้นจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่สายไหม

พบ 4 ความผิดหลัก สั่งดำเนินคดี

ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบการกระทำที่เข้าข่ายผิดมาตรฐานตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 รวม 4 ประเด็น ได้แก่

  • ผู้ทำหัตถการปักยาลดน้ำหนักไม่ใช่แพทย์
  • มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่สถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • เวชระเบียนผู้ป่วยมีข้อมูลไม่ครบ ไม่มีลายมือชื่อผู้ประกอบวิชาชีพ
  • ฉลากและซองยาระบุข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่น ชื่อคลินิก ที่ตั้ง และวันหมดอายุ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ อย. และตำรวจ ปคบ. ยังตรวจพบว่า ผลิตภัณฑ์ "NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix" เป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. จึงมีคำสั่งปิดคลินิกเป็นเวลา 15 วัน พร้อมดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร

ปากกาลดน้ำหนัก คือ ยาฉีดควบคุมน้ำหนักในรูปแบบปากกาอัตโนมัติ ภายในบรรจุยากลุ่มฮอร์โมนเลียนแบบ Incretin เช่น GLP-1 หรือ GLP-1 ร่วมกับ GIP ซึ่งออกฤทธิ์ช่วยลดความหิว ทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

เดิมยากลุ่มนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ก่อนจะพบว่าสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงถูกนำมาใช้รักษาภาวะอ้วนในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ปากกาลดน้ำหนักเป็น "ยารักษาโรคอ้วน" ไม่ใช่ "ยาผอมแฟชั่น" และต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ กลุ่มที่อาจได้รับประโยชน์จากยาประเภทนี้ ได้แก่

  • ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 30
  • ผู้ที่มี BMI มากกว่า 27 และมีโรคร่วมจากความอ้วน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันพอกตับ หรือโรคหัวใจ
  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะอ้วนร่วมด้วย

ส่วนกลุ่มที่ไม่ควรใช้ ได้แก่ สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์บางชนิด รวมถึงผู้ป่วยโรคตับและโรคไตบางกลุ่มที่ต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อน

ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง

แม้ปากกาลดน้ำหนักจะมีข้อมูลวิจัยรองรับเรื่องประสิทธิภาพ แต่ยังอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ท้องอืด ท้องผูก
  • เบื่ออาหาร
  • เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย
  • ระคายเคืองบริเวณที่ฉีด

ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ตับอ่อนอักเสบ หรือปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดี จึงจำเป็นต้องติดตามอาการและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

สบส. เตือนประชาชนตรวจสอบก่อนใช้บริการ

ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. ระบุว่า ยาและเวชภัณฑ์ทุกชนิดที่ใช้กับผู้ป่วยต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานและได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. เพื่อยืนยันความปลอดภัย

ประชาชนควรสอบถามชื่อยาและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุกครั้ง ตรวจสอบเลขทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของ อย. และควรระวังการโฆษณาที่อ้างว่าสามารถลดน้ำหนักได้รวดเร็วภายใน 3-7 วัน หรืออ้างว่าสามารถลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกาย เนื่องจากอาจเป็นการโฆษณาเกินจริง

หากพบเบาะแสสถานพยาบาลที่อาจให้บริการไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งกรม สบส. ได้ที่หมายเลข 02-193-7000 เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์

แท็กบทความ