
การใช้ "ปากกาลดน้ำหนัก" กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่กรณีล่าสุดที่หน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจสอบคลินิกลดน้ำหนักแห่งหนึ่งในพื้นที่รามอินทรา หลังมีผู้ป่วยหญิงเข้ารับบริการแล้วเกิดอาการรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ได้กลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงความปลอดภัยในการใช้ยาประเภทนี้ โดยเฉพาะเมื่อให้บริการโดยบุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
สั่งปิดคลินิกทันที 15 วัน หลังพบผิดหลายประเด็น
นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า กรม สบส. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกดังกล่าว หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์
จากการสอบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผู้ป่วยหญิงได้เข้ารับบริการลดน้ำหนัก โดยเดิมต้องการใช้ยา Mounjaro แต่ได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ "NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix" ก่อนจะมีการปักปากกาลดน้ำหนักโดยเจ้าหน้าที่ของคลินิก
หลังรับบริการในวันแรก ผู้ป่วยยังไม่มีอาการผิดปกติ แต่วันที่ 30 พฤษภาคมเริ่มมีไข้ และในวันที่ 31 พฤษภาคม อาการรุนแรงขึ้นจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่สายไหม
พบ 4 ความผิดหลัก สั่งดำเนินคดี
ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบการกระทำที่เข้าข่ายผิดมาตรฐานตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 รวม 4 ประเด็น ได้แก่
- ผู้ทำหัตถการปักยาลดน้ำหนักไม่ใช่แพทย์
- มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่สถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
- เวชระเบียนผู้ป่วยมีข้อมูลไม่ครบ ไม่มีลายมือชื่อผู้ประกอบวิชาชีพ
- ฉลากและซองยาระบุข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่น ชื่อคลินิก ที่ตั้ง และวันหมดอายุ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ อย. และตำรวจ ปคบ. ยังตรวจพบว่า ผลิตภัณฑ์ "NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix" เป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. จึงมีคำสั่งปิดคลินิกเป็นเวลา 15 วัน พร้อมดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง
สรุปข่าว
การใช้ "ปากกาลดน้ำหนัก" กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่กรณีล่าสุดที่หน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจสอบคลินิกลดน้ำหนักแห่งหนึ่งในพื้นที่รามอินทรา หลังมีผู้ป่วยหญิงเข้ารับบริการแล้วเกิดอาการรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ได้กลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงความปลอดภัยในการใช้ยาประเภทนี้ โดยเฉพาะเมื่อให้บริการโดยบุคลากรที่ไม่ใช่แพทย์ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
สั่งปิดคลินิกทันที 15 วัน หลังพบผิดหลายประเด็น
นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า กรม สบส. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิกดังกล่าว หลังมีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์
จากการสอบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผู้ป่วยหญิงได้เข้ารับบริการลดน้ำหนัก โดยเดิมต้องการใช้ยา Mounjaro แต่ได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ "NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix" ก่อนจะมีการปักปากกาลดน้ำหนักโดยเจ้าหน้าที่ของคลินิก
หลังรับบริการในวันแรก ผู้ป่วยยังไม่มีอาการผิดปกติ แต่วันที่ 30 พฤษภาคมเริ่มมีไข้ และในวันที่ 31 พฤษภาคม อาการรุนแรงขึ้นจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่สายไหม
พบ 4 ความผิดหลัก สั่งดำเนินคดี
ผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบการกระทำที่เข้าข่ายผิดมาตรฐานตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 รวม 4 ประเด็น ได้แก่
- ผู้ทำหัตถการปักยาลดน้ำหนักไม่ใช่แพทย์
- มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่สถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
- เวชระเบียนผู้ป่วยมีข้อมูลไม่ครบ ไม่มีลายมือชื่อผู้ประกอบวิชาชีพ
- ฉลากและซองยาระบุข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่น ชื่อคลินิก ที่ตั้ง และวันหมดอายุ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ อย. และตำรวจ ปคบ. ยังตรวจพบว่า ผลิตภัณฑ์ "NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix" เป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. จึงมีคำสั่งปิดคลินิกเป็นเวลา 15 วัน พร้อมดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร
ปากกาลดน้ำหนัก คือ ยาฉีดควบคุมน้ำหนักในรูปแบบปากกาอัตโนมัติ ภายในบรรจุยากลุ่มฮอร์โมนเลียนแบบ Incretin เช่น GLP-1 หรือ GLP-1 ร่วมกับ GIP ซึ่งออกฤทธิ์ช่วยลดความหิว ทำให้อิ่มเร็ว อิ่มนาน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
เดิมยากลุ่มนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ก่อนจะพบว่าสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงถูกนำมาใช้รักษาภาวะอ้วนในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ปากกาลดน้ำหนักเป็น "ยารักษาโรคอ้วน" ไม่ใช่ "ยาผอมแฟชั่น" และต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ กลุ่มที่อาจได้รับประโยชน์จากยาประเภทนี้ ได้แก่
- ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 30
- ผู้ที่มี BMI มากกว่า 27 และมีโรคร่วมจากความอ้วน เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันพอกตับ หรือโรคหัวใจ
- ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะอ้วนร่วมด้วย
ส่วนกลุ่มที่ไม่ควรใช้ ได้แก่ สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์บางชนิด รวมถึงผู้ป่วยโรคตับและโรคไตบางกลุ่มที่ต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อน
ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง
แม้ปากกาลดน้ำหนักจะมีข้อมูลวิจัยรองรับเรื่องประสิทธิภาพ แต่ยังอาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ท้องอืด ท้องผูก
- เบื่ออาหาร
- เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย
- ระคายเคืองบริเวณที่ฉีด
ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ตับอ่อนอักเสบ หรือปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดี จึงจำเป็นต้องติดตามอาการและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
สบส. เตือนประชาชนตรวจสอบก่อนใช้บริการ
ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. ระบุว่า ยาและเวชภัณฑ์ทุกชนิดที่ใช้กับผู้ป่วยต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานและได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. เพื่อยืนยันความปลอดภัย
ประชาชนควรสอบถามชื่อยาและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุกครั้ง ตรวจสอบเลขทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของ อย. และควรระวังการโฆษณาที่อ้างว่าสามารถลดน้ำหนักได้รวดเร็วภายใน 3-7 วัน หรืออ้างว่าสามารถลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกาย เนื่องจากอาจเป็นการโฆษณาเกินจริง
หากพบเบาะแสสถานพยาบาลที่อาจให้บริการไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งกรม สบส. ได้ที่หมายเลข 02-193-7000 เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
- อย. เปิดสถิติปราบโฆษณาสุขภาพเถื่อน ปิดกว่า 1.2 แสนรายการ
- ปากกาลดน้ำหนัก ฮิตทั่วโลก แพทย์เตือนอย่าซื้อมาใช้เอง
- ประกาศ ปากกาลดน้ำหนัก หรือ ยา GLP-1 แบบฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ
- อย. เตือนภัย ปากกาฉีดลดน้ำหนัก ใช้ผิดเสี่ยงโยโย่
- เร่งฟื้นฟู รพ.หาดใหญ่ หลังน้ำท่วม—พร้อมเปิดบริการฉุกเฉิน–ผู้ป่วยนอก–ICU วันที่ 4 ธ.ค. นี้
บรรณาธิการออนไลน์
