6 หน่วยงานรัฐเซ็น MOU ปราบทุจริตทะเบียน-บัตร ป้องกันภัยออนไลน์

Share on Line Share on Facebook Share on X
6 หน่วยงานรัฐเซ็น MOU ปราบทุจริตทะเบียน-บัตร ป้องกันภัยออนไลน์

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 หน่วยงานภาครัฐ 6 แห่ง ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อยกระดับการทำงานเชิงบูรณาการ และรองรับความเสี่ยงจากอาชญากรรมออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น

สรุปข่าว

6 หน่วยงานรัฐลงนาม MOU ยกระดับปราบปรามทุจริตทะเบียนและบัตรประชาชน ครอบคลุม 5 ด้าน ทั้งข้อมูล ป้องปราม บังคับใช้กฎหมาย พัฒนาศักยภาพ และความปลอดภัยข้อมูล มีระยะเวลา 2 ปี มุ่งเสริมความมั่นคงและป้องกันภัยออนไลน์อย่างเป็นระบบ

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 หน่วยงานภาครัฐ 6 แห่ง ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อยกระดับการทำงานเชิงบูรณาการ และรองรับความเสี่ยงจากอาชญากรรมออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น

ความร่วมมือดังกล่าวกำหนดกรอบดำเนินงาน 5 ด้านหลัก เริ่มจากการพัฒนาระบบข่าวและข้อมูล โดยเน้นการรวบรวม วิเคราะห์ และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อใช้ติดตามพฤติกรรมการกระทำผิดเกี่ยวกับระบบทะเบียนและบัตรประชาชนอย่างเป็นระบบ

ด้านการป้องปราม มีการกำหนดมาตรการเชิงรุก รวมถึงการสื่อสารและรณรงค์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อป้องกันการถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ ขณะที่ด้านการบังคับใช้กฎหมาย เน้นการทำงานร่วมกันในการสืบสวน จับกุม และดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน พร้อมทั้งใช้มาตรการทางภาษีและกฎหมายฟอกเงินเพื่อติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

ในส่วนของการพัฒนาศักยภาพ มีการจัดทำมาตรฐานขั้นตอนปฏิบัติงาน (SOP) และการฝึกอบรมบุคลากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ขณะที่ด้านความปลอดภัยของข้อมูล กำหนดให้ทุกกระบวนการดำเนินงานอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และใช้ช่องทางสื่อสารที่มีความปลอดภัยเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง

การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะการรับมือกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทะเบียนและบัตรประชาชน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับภัยออนไลน์ในหลายรูปแบบ

ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงดังกล่าวมีระยะเวลา 2 ปี นับจากวันที่ลงนาม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึก และขยายผลเครือข่ายการกระทำผิดที่มีความซับซ้อน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์