บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนตั้งข้อสงสัยกลุ่มแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังโจมตี Binance

Share on Line Share on Facebook Share on X
บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนตั้งข้อสงสัยกลุ่มแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังโจมตี Binance

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนของสหรัฐฯ 2 แห่ง ได้แก่ ทีอาร์เอ็ม แล็บส์ (TRM Labs) และเชนอะลิซิส (Chainalysis) ประเมินว่ากลุ่มผู้โจมตีไบแนนซ์ (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ อาจมีความเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ 

อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังเป็นเพียงผลการวิเคราะห์เบื้องต้น และยังไม่มีข้อสรุปที่ยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ โดยทีอาร์เอ็ม แล็บส์ ระบุว่า ผู้โจมตีมุ่งเป้าไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallets) ของ Binance บนเครือข่ายบล็อกเชน 10 แห่ง และเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ภายในเวลาประมาณ 20 นาที

การดำเนินการของไบแนนซ์

บริษัท ไบแนนซ์ เปิดเผยว่า บริษัทกำลังประสานงานกับพันธมิตรเพื่อติดตามและอายัดสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตี โดยสามารถระบุและติดตามเส้นทางของสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 แสนล้านบาทได้แล้ว อย่างไรก็ตาม การติดตามเส้นทางสินทรัพย์ได้ไม่ได้หมายความว่าบริษัทสามารถกู้คืนเงินจำนวนดังกล่าวกลับมาได้ทั้งหมด ขณะที่ยี่ เฮ (Yi He) ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ระบุว่า บริษัทจะรับผิดชอบชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งหมดโมง

นอกจากนี้ Binance ยังยืนยันว่า เงินฝากของผู้ใช้งานไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และคาดว่าจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการถอนสินทรัพย์ได้ตามปกติภายใน 48 ชั่วโมง โดยบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน

สรุปข่าว

TRM Labs และ Chainalysis ชี้ว่าแฮกเกอร์เกาหลีเหนืออาจอยู่เบื้องหลังการโจมตี Binance โดยเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ข้าม 10 บล็อกเชนภายในราว 20 นาที อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังเป็นเพียงผลการวิเคราะห์เบื้องต้น และยังไม่มีข้อสรุปที่ยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ

วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนของสหรัฐฯ 2 แห่ง ได้แก่ ทีอาร์เอ็ม แล็บส์ (TRM Labs) และเชนอะลิซิส (Chainalysis) ประเมินว่ากลุ่มผู้โจมตีไบแนนซ์ (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ อาจมีความเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ 

อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานดังกล่าวยังเป็นเพียงผลการวิเคราะห์เบื้องต้น และยังไม่มีข้อสรุปที่ยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ โดยทีอาร์เอ็ม แล็บส์ ระบุว่า ผู้โจมตีมุ่งเป้าไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallets) ของ Binance บนเครือข่ายบล็อกเชน 10 แห่ง และเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ส่วนใหญ่ภายในเวลาประมาณ 20 นาที

การดำเนินการของไบแนนซ์

บริษัท ไบแนนซ์ เปิดเผยว่า บริษัทกำลังประสานงานกับพันธมิตรเพื่อติดตามและอายัดสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตี โดยสามารถระบุและติดตามเส้นทางของสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1 แสนล้านบาทได้แล้ว อย่างไรก็ตาม การติดตามเส้นทางสินทรัพย์ได้ไม่ได้หมายความว่าบริษัทสามารถกู้คืนเงินจำนวนดังกล่าวกลับมาได้ทั้งหมด ขณะที่ยี่ เฮ (Yi He) ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ระบุว่า บริษัทจะรับผิดชอบชดเชยความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งหมดโมง

นอกจากนี้ Binance ยังยืนยันว่า เงินฝากของผู้ใช้งานไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว และคาดว่าจะสามารถกลับมาเปิดให้บริการถอนสินทรัพย์ได้ตามปกติภายใน 48 ชั่วโมง โดยบริษัทอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้งาน

เหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ

ทีอาร์เอ็ม แล็บส์ (TRM Labs) ระบุว่า รูปแบบและวิธีการบางประการที่พบในการโจมตีครั้งนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตที่หน่วยงานสหรัฐฯ เคยเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้โจมตีจากเกาหลีเหนือ รวมถึงเหตุการณ์โจมตีแพลตฟอร์มบายบิต (Bybit) ในปี 2025 ซึ่งสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) เคยระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม ความคล้ายคลึงของรูปแบบการโจมตีไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าผู้ก่อเหตุในครั้งนี้เป็นกลุ่มเดียวกัน หรือได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือโดยตรง ข้อมูลที่เผยแพร่ในขณะนี้จึงยังอยู่ในระดับข้อสันนิษฐานของบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน ไม่ใช่ผลการพิสูจน์ความรับผิดของเกาหลีเหนือ 

ในขณะที่คณะผู้แทนเกาหลีเหนือประจำเจนีวาและสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำประเทศจีน ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นจากสำนักข่าวรอยเตอร์ในทันที จึงยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายเกาหลีเหนือเกี่ยวกับข้อกล่าวหาครั้งนี้

การตอบสนองของตลาด

ภายหลังมีรายงานเหตุโจมตีไบแนนซ์ (Binance) ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญแรงขาย โดยราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) ปรับตัวลดลงมากกว่า 3% แตะระดับ 76,368 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ 

ในขณะที่อีเทอร์ (Ether) ปรับตัวลดลงกว่า 3% สู่ระดับ 2,178 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 73,000 บาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการปรับตัวลดลงของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดเป็นผลโดยตรงจากเหตุโจมตีครั้งนี้เพียงปัจจัยเดียว

ทั้งนี้ ข้อมูลบนเว็บไซต์ระบุว่า ไบแนนซ์ (Binance) มีกองทุนรักษาความปลอดภัยของสินทรัพย์สำหรับผู้ใช้ (Secure Asset Fund for Users - SAFU) ซึ่งเป็นเงินสำรองที่ถือครองในรูปบิตคอยน์ทั้งหมด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสินทรัพย์ของผู้ใช้ในกรณีที่เกิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Getty Images