ธนาคารอังกฤษและ IMF เตือน ! สแกมเมอร์หลอกเงิน สั่นคลอนความเชื่อมั่นในระบบ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ธนาคารอังกฤษและ IMF เตือน ! สแกมเมอร์หลอกเงิน สั่นคลอนความเชื่อมั่นในระบบ

ในการเสวนาเรื่องการฉ้อโกงทางออนไลน์ระหว่างการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก 2026 หรือ IMF World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ แอนดรูว์ เบลีย์ (Andrew Bailey) ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ได้หยิบยกกรณีที่น่ากังวล เช่น ข่าวเรื่องเอไอ (AI) ที่สามารถจำลองตัวเองและเข้ายึดอุปกรณ์ส่วนตัวของผู้ใช้งาน หรือเหตุการณ์แฮกเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส จนส่งผลให้ตู้แช่สินค้ามีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 50 องศาเซลเซียส

เขากล่าวว่า หัวใจสำคัญของการถกเถียงเรื่อง AI สำหรับเขาคือ เรื่องของ ‘ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี’ พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยีที่เป็นรากฐานของระบบการเงินในปัจจุบันว่า “หากเราไม่มีความเชื่อมั่นในเงินตรา เราก็ไม่สามารถดำเนินชีวิตในฐานะสังคมได้”

สรุปข่าว

เวที IMF–World Bank 2026 เตือนว่าอาชญากรรมไซเบอร์และการใช้ AI ในทางมิชอบกำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีและระบบการเงินทั่วโลก IMF กังวลว่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ประชาชนบางส่วนเลิกใช้ระบบการเงินอย่างเป็นทางการ ขณะที่ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษเรียกร้องให้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีร่วมรับผิดชอบต่อเนื้อหาหลอกลวง การเสวนาครั้งนี้ยังเปิดตัว “กรอบแนวทางกรุงเทพฯ” ซึ่งเป็นหลักการสากลชุดใหม่สำหรับช่วยสถาบันการเงินป้องกันและรับมือการฉ้อโกงทางไซเบอร์

ในการเสวนาเรื่องการฉ้อโกงทางออนไลน์ระหว่างการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก 2026 หรือ IMF World Bank 2026 ที่กรุงเทพฯ แอนดรูว์ เบลีย์ (Andrew Bailey) ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ ได้หยิบยกกรณีที่น่ากังวล เช่น ข่าวเรื่องเอไอ (AI) ที่สามารถจำลองตัวเองและเข้ายึดอุปกรณ์ส่วนตัวของผู้ใช้งาน หรือเหตุการณ์แฮกเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส จนส่งผลให้ตู้แช่สินค้ามีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 50 องศาเซลเซียส

เขากล่าวว่า หัวใจสำคัญของการถกเถียงเรื่อง AI สำหรับเขาคือ เรื่องของ ‘ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี’ พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยีที่เป็นรากฐานของระบบการเงินในปัจจุบันว่า “หากเราไม่มีความเชื่อมั่นในเงินตรา เราก็ไม่สามารถดำเนินชีวิตในฐานะสังคมได้”

ความเสียหายมีมูลค่ามหาศาล

ด้าน คริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้แสดงความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่า ความเสียหายจากการฉ้อโกงทางไซเบอร์ในปัจจุบันมีมูลค่ามหาศาล จนอาจทำให้บางคนตัดสินใจถอนตัวออกจากระบบการเงินที่เป็นทางการไปเลย

เธอได้แสดงความกังวลว่า หากเราไม่สามารถหาทางรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ทันท่วงที โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากความรวดเร็ว ขอบเขตความเสียหาย และมูลค่าความสูญเสียจากการฉ้อโกงที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น เราอาจลงเอยด้วยการมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องหันกลับไปเก็บเงินไว้ในกล่องรองเท้าใต้เตียงอีกครั้ง

บริษัทเทคโนโลยีควรมีส่วนในการรับผิดชอบ

เบลีย์ (Bailey) เน้นย้ำว่า ปัจจุบันการฉ้อโกงมักเกิดขึ้นผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันต่าง ๆ ไม่ใช่แค่ผ่านช่องทางการเงินแบบดั้งเดิม พร้อมทั้งเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่แสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้

เขาเปรียบเทียบสถานการณ์ในปัจจุบันกับสถานะทางกฎหมายของสื่อต่าง ๆ ในสหราชอาณาจักร เช่น หนังสือพิมพ์ ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของเนื้อหาทุกอย่างที่ตนเผยแพร่

ในทางกลับกัน ผู้ว่าการธนาคารกลางกล่าวว่า “เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างสุดโต่ง กล่าวคือ แพลตฟอร์มเหล่านี้เปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแทบไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ต่อเนื้อหาที่ปรากฏอยู่บนนั้น ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกนำมาไว้บนแพลตฟอร์มเหล่านี้ ทั้งสิ่งที่ดี สิ่งที่เลวร้าย สิ่งที่เลวร้ายอย่างยิ่ง ไปจนถึงสิ่งที่เข้าข่ายอาชญากรรมและเลวร้ายอย่างที่สุด”

การเสวนาที่ทั้งสองท่านได้เข้าร่วมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเปิดตัวหลักการสากลชุดใหม่สำหรับการป้องกันการฉ้อโกงทางไซเบอร์ในสถาบันการเงิน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “กรอบแนวทางกรุงเทพฯ” (Bangkok blueprint)

ที่มาข้อมูล : The Guardian

ที่มารูปภาพ : Reuters