สหรัฐฯ พัฒนายานไร้คนขับ Razorback ขนส่งเสบียงอัตโนมัติในสนามรบ

Share on Line Share on Facebook Share on X
สหรัฐฯ พัฒนายานไร้คนขับ Razorback ขนส่งเสบียงอัตโนมัติในสนามรบ

บริษัทฟอร์เทอร์รา (Forterra) และไฮเปอร์คราฟต์ (Hypercraft) นำยานพาหนะภาคพื้นไร้คนขับรุ่นเรเซอร์แบ็ค (Razorback) ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและป้อมปืนต่อต้านโดรน มาจัดแสดงภายในงานประชุมประจำปีของสมาคมกองทัพบกสหรัฐฯ (Association of the U.S. Army: AUSA) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับภารกิจขนส่งเสบียงและยุทโธปกรณ์ในพื้นที่สู้รบ ช่วยลดความจำเป็นในการส่งพลขับเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงอันตราย

พาหนะภาคพื้นดินไร้คนขับและระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

พาหนะนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างยานพาหนะภาคพื้นดินไร้คนขับรุ่นเรเซอร์แบ็ค (Razorback) ของ ไฮเปอร์คราฟต์ (Hypercraft) เข้ากับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ของฟอร์เทอร์รา (Forterra) นอกจากนี้ยังติดตั้งป้อมปืนสำหรับต่อต้านโดรนจากบริษัทนายน์มาเธอร์ (9 Mothers) ทำให้ยานพาหนะคันเดียวสามารถทำได้ทั้งภารกิจส่งกำลังบำรุงอัตโนมัติและการป้องกันภัยจากโดรน

ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์เทอร์รา (Forterra) จะผสานซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ยานพาหนะสามารถปฏิบัติงานได้โดยไม่ต้องมีพลขับ 

ข้อมูลจากไฮเปอร์คราฟต์ (Hypercraft) ระบุว่า ยานพาหนะรุ่นนี้มีความยาวกว่า 4 เมตร รองรับการบรรทุกสัมภาระได้สูงสุดกว่า 1,800 กิโลกรัม และสามารถจ่ายกำลังไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 38 กิโลวัตต์ เพื่อรองรับการใช้งานอุปกรณ์และระบบสนับสนุนต่าง ๆ ระหว่างปฏิบัติภารกิจ

สรุปข่าว

Forterra และ Hypercraft เปิดตัวยานไร้คนขับ Razorback สำหรับขนส่งเสบียงและยุทโธปกรณ์ในพื้นที่สู้รบ ช่วยลดความเสี่ยงของพลขับ ตัวรถบรรทุกสัมภาระได้กว่า 1,800 กิโลกรัม ใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 38 กิโลวัตต์ Razorback ยังติดตั้งป้อมปืน Edda ซึ่งตรวจจับเสียงใบพัด ติดตามเป้าหมายด้วยกล้อง และยิงสกัดโดรนขนาดเล็กได้ในระยะ 10–100 เมตร

บริษัทฟอร์เทอร์รา (Forterra) และไฮเปอร์คราฟต์ (Hypercraft) นำยานพาหนะภาคพื้นไร้คนขับรุ่นเรเซอร์แบ็ค (Razorback) ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและป้อมปืนต่อต้านโดรน มาจัดแสดงภายในงานประชุมประจำปีของสมาคมกองทัพบกสหรัฐฯ (Association of the U.S. Army: AUSA) ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับภารกิจขนส่งเสบียงและยุทโธปกรณ์ในพื้นที่สู้รบ ช่วยลดความจำเป็นในการส่งพลขับเข้าสู่พื้นที่เสี่ยงอันตราย

พาหนะภาคพื้นดินไร้คนขับและระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

พาหนะนี้ เป็นการผสมผสานระหว่างยานพาหนะภาคพื้นดินไร้คนขับรุ่นเรเซอร์แบ็ค (Razorback) ของ ไฮเปอร์คราฟต์ (Hypercraft) เข้ากับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ของฟอร์เทอร์รา (Forterra) นอกจากนี้ยังติดตั้งป้อมปืนสำหรับต่อต้านโดรนจากบริษัทนายน์มาเธอร์ (9 Mothers) ทำให้ยานพาหนะคันเดียวสามารถทำได้ทั้งภารกิจส่งกำลังบำรุงอัตโนมัติและการป้องกันภัยจากโดรน

ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของฟอร์เทอร์รา (Forterra) จะผสานซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ยานพาหนะสามารถปฏิบัติงานได้โดยไม่ต้องมีพลขับ 

ข้อมูลจากไฮเปอร์คราฟต์ (Hypercraft) ระบุว่า ยานพาหนะรุ่นนี้มีความยาวกว่า 4 เมตร รองรับการบรรทุกสัมภาระได้สูงสุดกว่า 1,800 กิโลกรัม และสามารถจ่ายกำลังไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 38 กิโลวัตต์ เพื่อรองรับการใช้งานอุปกรณ์และระบบสนับสนุนต่าง ๆ ระหว่างปฏิบัติภารกิจ

ภารกิจที่พลขับมักเสี่ยงอันตราย

สก็อตต์ แซนเดอร์ (Scott Sanders) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเติบโต (Chief Growth Officer) ของฟอร์เทอร์รา (Forterra) กล่าวกับเทคโทนิค Tectonic สำนักข่าวด้านเทคโนโลยีว่า พวกเขามุ่งเน้นไปที่ภารกิจส่งกำลังบำรุงในพื้นที่สู้รบและภารกิจอื่น ๆ ที่พลขับมักเสี่ยงอันตราย

เขากล่าวเสริมว่า การผสานเรเซอร์แบ็ค (Razorback) เข้ากับการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ทำให้เกิดพาหนะที่สามารถเดินทางได้ไกลขึ้น ผ่านภูมิประเทศที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น และจ่ายพลังงานให้กับระบบต่างๆ ได้ในรูปแบบที่ยานพาหนะภาคพื้นดินไร้คนขับแบบดั้งเดิมไม่สามารถทำได้

ป้อมปืนลูกซองสำหรับจัดการโดรนขนาดเล็ก

ยานพาหนะเรเซอร์แบ็ค (Razorback) ที่นำมาจัดแสดงในงานประชุมประจำปีของสมาคมกองทัพบกสหรัฐฯ  ติดตั้งระบบที่มีชื่อว่า เอ็ดด้า (Edda) ซึ่งเป็นป้อมปืนสำหรับต่อต้านโดรนที่มีน้ำหนักประมาณ 23 กิโลกรัมพัฒนาโดยบริษัทนายน์มาเธอร์ (9 Mothers) จากเมืองออสติน รัฐเท็กซัส (Austin, Texas)

ระบบเอ็ดด้า (Edda) ทำงานโดยตรวจจับเสียงจากใบพัดของโดรนขนาดเล็ก ใช้กล้องในการติดตามเป้าหมาย และยิงกระสุนลูกซองเข้าใส่ โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อจัดการกับโดรนที่มีขนาดกว้างประมาณ 18 เซนติเมตร ในระยะห่างระหว่าง 10–100 เมตร

ที่มาข้อมูล : Interesting Engineering

ที่มารูปภาพ : YT/MechDesignTV