โดนรวบ ! ชายสหรัฐฯ ปั่นวิวด้วย AI กวาดรายได้มหาศาล เทียบวิวรวม แซง Taylor Swift

ไมเคิล สมิธ (Michael Smith) ชายวัย 54 ปีจากรัฐนอร์ทแคโรไลนา (North Carolina) สหรัฐฯ ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 18 เดือน หลังยอมรับสารภาพผิดในคดีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างเพลงขึ้นมา เพื่อฉ้อโกง ขโมยเงินจากแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลง
วิธีการที่ทำ
สมิธ (Smith) เริ่มก่อเหตุในปี 2017 โดยกระทรวงยุติธรรมระบุว่า สมิธ (Smith) ใช้อีเมลปลอมและใช้บัตรเดบิตที่ได้มาโดยไม่ถูกต้องในการสร้างบัญชีปลอมจำนวนหลายพันบัญชี บนบริการต่าง ๆ เช่นแอมะซอน มิวสิก (Amazon Music), แอปเปิล มิวสิก (Apple Music), สปอติฟาย (Spotify) และ ยูทูบ มิวสิก (YouTube Music) จากนั้นเขาใช้ซอฟต์แวร์สั่งการให้บอตต่าง ๆ สตรีมเพลงที่เขาอ้างว่าเป็นเจ้าของอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพลงเหล่านั้นล้วนถูกสร้างขึ้นด้วย AI
เขาดำเนินแผนการนี้ได้นานถึง 7 ปีโดยไม่ถูกตรวจพบ แต่ท้ายที่สุดก็ถูกจับกุมตัวในปี 2024 ตำรวจพบว่า เขาได้สร้างเพลงที่ผลิตโดย AI ขึ้นมาหลายแสนเพลง และกระจายยอดเข้าฟังแบบอัตโนมัติรวมหลายพันล้านครั้งไปยังเพลงเหล่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบตรวจพบความผิดปกติจากการที่บอตทั้งหมดรุมสตรีมเพลงเดียวกันในเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคมว่าสมิธ (Smith) เป็นชาวอเมริกันคนแรกที่ถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกงยอดสตรีมมิ่งโดยใช้ AI เข้ามาช่วย
สรุปข่าว
ไมเคิล สมิธ (Michael Smith) ชายวัย 54 ปีจากรัฐนอร์ทแคโรไลนา (North Carolina) สหรัฐฯ ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 18 เดือน หลังยอมรับสารภาพผิดในคดีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างเพลงขึ้นมา เพื่อฉ้อโกง ขโมยเงินจากแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลง
วิธีการที่ทำ
สมิธ (Smith) เริ่มก่อเหตุในปี 2017 โดยกระทรวงยุติธรรมระบุว่า สมิธ (Smith) ใช้อีเมลปลอมและใช้บัตรเดบิตที่ได้มาโดยไม่ถูกต้องในการสร้างบัญชีปลอมจำนวนหลายพันบัญชี บนบริการต่าง ๆ เช่นแอมะซอน มิวสิก (Amazon Music), แอปเปิล มิวสิก (Apple Music), สปอติฟาย (Spotify) และ ยูทูบ มิวสิก (YouTube Music) จากนั้นเขาใช้ซอฟต์แวร์สั่งการให้บอตต่าง ๆ สตรีมเพลงที่เขาอ้างว่าเป็นเจ้าของอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพลงเหล่านั้นล้วนถูกสร้างขึ้นด้วย AI
เขาดำเนินแผนการนี้ได้นานถึง 7 ปีโดยไม่ถูกตรวจพบ แต่ท้ายที่สุดก็ถูกจับกุมตัวในปี 2024 ตำรวจพบว่า เขาได้สร้างเพลงที่ผลิตโดย AI ขึ้นมาหลายแสนเพลง และกระจายยอดเข้าฟังแบบอัตโนมัติรวมหลายพันล้านครั้งไปยังเพลงเหล่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบตรวจพบความผิดปกติจากการที่บอตทั้งหมดรุมสตรีมเพลงเดียวกันในเวลาเดียวกัน
ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคมว่าสมิธ (Smith) เป็นชาวอเมริกันคนแรกที่ถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกงยอดสตรีมมิ่งโดยใช้ AI เข้ามาช่วย
ยอดสตรีมสูงกว่า Taylor Swift
อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมยอดทั้งหมดแล้ว เพลงปลอมเหล่านี้มียอดสตรีมสูงกว่าศิลปินชื่อดังระดับโลกในปัจจุบันบางคนเสียอีก จากข้อมูลของกระทรวงยุติธรรม จะพบตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเดือนเมษายน 2023 ว่า เพลงปลอมของสมิธ (Smith) มียอดสตรีมสูงถึง 80.9 ล้านครั้ง ในขณะที่ผลงานเพลงทั้งหมดของเทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) มียอดสตรีมเพียง 9.3 ล้านครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน
ความเสียหายที่เกิดขึ้น
กระทรวงยุติธรรมระบุว่า การฉ้อโกงยอดสตรีมของสมิธ (Smith) ได้ส่งผลกระทบต่อศิลปินตัวจริงที่ต้องแบ่งส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ (royalty pools) บนบริการสตรีมมิ่งด้วย การกระทำของสมิธ (Smith) เข้าไปแย่งชิงส่วนแบ่งดังกล่าว ทำให้ศิลปินคนอื่น ๆ ได้รับค่าลิขสิทธิ์ลดลงตามไปด้วย ดังนั้น นอกเหนือจากการรับโทษจำคุก 18 เดือนแล้ว ศาลยังมีคำสั่งให้เขาต้องส่งคืนเงินจำนวน 8,091,843.64 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ศาลอ้างว่าเขาได้รับจากการโกงด้วย AI นี้
ในด้านของ สมิธ (Smith) มองว่าคำตัดสินของศาลมีความรุนแรงเกินไป โดยทนายความชี้ว่า คดีนี้เป็นความล้มเหลวเชิงระบบของอุตสาหกรรม จึงไม่ควรลงโทษจำเลยเพียงคนเดียวเพื่อใช้เป็นกรณีตัวอย่าง อีกทั้งทนายยังระบุอีกว่า สมิธ (Smith) ไม่ได้ครอบครองเงิน 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐไว้เอง
ทั้งนี้ทางสมิธ (Smith) ขอรับโทษคุมประพฤติแทนการจำคุกและแสดงความสำนึกผิด พร้อมอ้างว่าเขามีงานด้านเพลงรองรับ และพร้อมหาเงินมาชดใช้ค่าเสียหาย โดยฝั่งทนายของเขาก็ยังย้ำอีกว่า การสั่งขังคุกจะทำให้การชำระเงินตามคำสั่งศาลล่าช้าลง แต่กระทรวงยุติธรรมกลับคัดค้านและเห็นว่าต้องรับโทษหนักเนื่องจากจำเลยใช้กลอุบายซับซ้อน ปั่นยอดสตรีม และโกหกเจ้าหน้าที่ จึงต้องการให้ลงโทษสถานหนักเพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการทำซ้ำ
ที่มาข้อมูล : arstechnica
ที่มารูปภาพ : Getty Images
