“BAE Systems” ยกระดับ “โดรนแสงอาทิตย์” PHASA-35 ส่งพลังงานผ่านไมโครเวฟจากพื้นดิน

Share on Line Share on Facebook Share on X
“BAE Systems” ยกระดับ “โดรนแสงอาทิตย์” PHASA-35 ส่งพลังงานผ่านไมโครเวฟจากพื้นดิน

บีเออี ซิสเต็ม (BAE Systems) บริษัทผลิตยุทโธปกรณ์ อากาศยาน และเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศสัญชาติอังกฤษ เตรียมอัปเกรดโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ เฟซา สามสิบห้า (PHASA-35) ซึ่งเป็นโดรนไร้คนขับสำหรับปฏิบัติการในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ โดยจะติดตั้งระบบที่ช่วยให้ตัวโดรนสามารถรับและใช้พลังงานที่ส่งตรงขึ้นมาจากพื้นดินได้ดีขึ้น

สรุปข่าว

บริษัท บีเออี ซิสเต็ม (BAE Systems) ร่วมกับบริษัทลูก พริซแมทิค (Prismatic) และได้รับทุนจากหน่วยงาน ARIA ของอังกฤษ กำลังพัฒนาระบบส่งพลังงานด้วยคลื่นไมโครเวฟจากพื้นดินเพื่อจ่ายไฟให้โดรนพลังงานแสงอาทิตย์รุ่น PHASA-35 ซึ่งเป็นโดรนเพดานบินสูงที่มีเป้าหมายบินได้นานสูงสุด 1 ปี การใช้ไมโครเวฟจะช่วยแก้ข้อจำกัดด้านพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนหรือมีแสงน้อย ทำให้โดรนสามารถปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนหรือเป็นสถานีสื่อสารในชั้นบรรยากาศได้อย่างต่อเนื่องยาวนานขึ้น พร้อมทั้งลดน้ำหนักแบตเตอรี่และเพิ่มพื้นที่สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นได้มากขึ้น

บีเออี ซิสเต็ม (BAE Systems) บริษัทผลิตยุทโธปกรณ์ อากาศยาน และเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศสัญชาติอังกฤษ เตรียมอัปเกรดโดรนพลังงานแสงอาทิตย์ เฟซา สามสิบห้า (PHASA-35) ซึ่งเป็นโดรนไร้คนขับสำหรับปฏิบัติการในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ โดยจะติดตั้งระบบที่ช่วยให้ตัวโดรนสามารถรับและใช้พลังงานที่ส่งตรงขึ้นมาจากพื้นดินได้ดีขึ้น

โดรนบินที่กินพลังงานแสงอาทิตย์เป็นอาหาร

เฟซา สามสิบห้า (PHASA-35) จัดอยู่ในกลุ่มอากาศยานเพดานบินสูงและบินได้ยาวนาน หรือเรียกว่า ดาวเทียมเสมือน แฮปส์ (High Altitude Pseudo Satellite) น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 150 กิโลกรัม บรรทุกน้ำหนักสูงสุด 15 กิโลกรัม โดยสามารถปฏิบัติการได้ที่ระดับความสูงมากกว่าราว 20,000 เมตร โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งตามทฤษฎีแล้วตั้งเป้าไว้ให้บินอยู่บนฟ้าได้ยาวนานสูงสุดถึง 1 ปีเต็ม โดยไม่ต้องแวะพักลงจอด

โครงสร้างของโดรนบินลำนี้ มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษด้วยปีกที่ทำจากคาร์บอนคอมโพสิตกว้าง 35 เมตร ตัวโดรนทำหน้าที่บินวนรอบพื้นที่เป้าหมาย เพื่อใช้เป็นสถานีเชื่อมต่อการสื่อสาร หรือแพลตฟอร์มเฝ้าระวังภัยอย่างต่อเนื่อง 

ปรับปรุงการรับพลังงานเพื่อการบินที่ยาวนานขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของโดรนลำนี้ คือระบบที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์จำเป็นต้องพึ่งพาแบตเตอรี่เพื่อประคองการทำงานให้ผ่านพ้นช่วงเวลากลางคืนไปให้ได้ ดังนั้นหากปฏิบัติงานในบางพื้นที่ ที่ในบางช่วงเวลาของปีจะมีปริมาณแสงอาทิตย์ลดลง หรือไม่มีแสงเลยเป็นระยะเวลานาน จะทำให้แบตเตอรี่หมดลงในที่สุด และบังคับให้โดรน ต้องร่อนกลับลงสู่พื้น

ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานวิจัยและนวัตกรรมชั้นสูงแห่งสหราชอาณาจักร (Advanced Research + Invention Agency - ARIA) จึงได้มอบทุนแก่บริษัท พริซแมทิค (Prismatic) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บีเออี ซิสเต็ม (BAE Systems) ในการพัฒนาระบบใหม่เป็นระยะเวลา 3 ปีครึ่ง ภายใต้สัญญาจ้างมูลค่า 15 ล้านปอนด์ หรือราว 670 ล้านบาท

โดยระบบนี้จะใช้สถานีบนพื้นดินยิงคลื่นไมโครเวฟขึ้นไปหาโดรน ซึ่งมีตัวรับสัญญาณติดตั้งไว้ที่ปีกเพื่อแปลงคลื่นพลังงานกลับมาเป็นกระแสไฟฟ้าสำหรับขับเคลื่อนมอเตอร์และชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้โดรนสามารถบินลาดตระเวนได้นานสูงสุดถึง 1 ปีเต็มเท่านั้น แต่ยังช่วยลดน้ำหนักของแบตเตอรี่ที่ต้องแบกขึ้นไป ส่งผลให้มีพื้นที่และน้ำหนักเหลือพอสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์สื่อสาร และเซนเซอร์ที่ทรงประสิทธิภาพขึ้นด้วย

ที่มาข้อมูล : newatlas.com baesystems.com

ที่มารูปภาพ : BAE Systems