Meta เปิดตัว Horizon Create เครื่องมือ AI สร้างเกมด้วยข้อความ

เมตา (Meta) เปิดตัวเทคโนโลยีชุดใหญ่ภายในงาน Meta Connect 2026 โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ ฮอไรซัน ครีเอต (Horizon Create) และฮอไรซัน สตูดิโอ (Horizon Studio) เครื่องมือพัฒนาเกมที่นำ AI เข้ามาช่วยสร้างเกมจากคำสั่งข้อความ พร้อมเผยโฉม Meta VR Glasses แว่น VR รุ่นใหม่ที่ลดน้ำหนักลงอย่างมาก และเตรียมวางจำหน่ายในปี 2027
การเปิดตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นทิศทางใหม่ของ Meta ที่ไม่ได้มุ่งพัฒนาเฉพาะอุปกรณ์ VR แต่กำลังสร้างระบบนิเวศตั้งแต่เครื่องมือสร้างคอนเทนต์ด้วย AI ไปจนถึงฮาร์ดแวร์สำหรับนำคอนเทนต์เหล่านั้นไปใช้งาน โดยเฉพาะการลดขั้นตอนการสร้างเกม เพื่อเปิดทางให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเริ่มพัฒนาเกมได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมในระดับสูง
สรุปข่าว
เมตา (Meta) เปิดตัวเทคโนโลยีชุดใหญ่ภายในงาน Meta Connect 2026 โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ ฮอไรซัน ครีเอต (Horizon Create) และฮอไรซัน สตูดิโอ (Horizon Studio) เครื่องมือพัฒนาเกมที่นำ AI เข้ามาช่วยสร้างเกมจากคำสั่งข้อความ พร้อมเผยโฉม Meta VR Glasses แว่น VR รุ่นใหม่ที่ลดน้ำหนักลงอย่างมาก และเตรียมวางจำหน่ายในปี 2027
การเปิดตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นทิศทางใหม่ของ Meta ที่ไม่ได้มุ่งพัฒนาเฉพาะอุปกรณ์ VR แต่กำลังสร้างระบบนิเวศตั้งแต่เครื่องมือสร้างคอนเทนต์ด้วย AI ไปจนถึงฮาร์ดแวร์สำหรับนำคอนเทนต์เหล่านั้นไปใช้งาน โดยเฉพาะการลดขั้นตอนการสร้างเกม เพื่อเปิดทางให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถเริ่มพัฒนาเกมได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมในระดับสูง
⬛️ พิมพ์ข้อความให้ AI ช่วยสร้างเกม
Horizon Create ถูกพัฒนาเป็นเครื่องมือสร้างเกมบนสมาร์ตโฟน ขณะที่ Horizon Studio ทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ทั้งสองระบบทำงานบนพื้นฐานของ Meta Horizon Engine และถูกออกแบบให้ผู้ใช้เริ่มสร้างเกมได้จากการอธิบายแนวคิดด้วยภาษาธรรมชาติ ก่อนให้ AI ช่วยเปลี่ยนคำสั่งเหล่านั้นเป็นองค์ประกอบของเกมที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้
แนวคิดดังกล่าวช่วยลดขั้นตอนที่เดิมต้องอาศัยเครื่องมือพัฒนาเกมหลายประเภท รวมถึงความรู้ด้านการเขียนโค้ด การสร้างวัตถุ 3 มิติ และการออกแบบฉาก ผู้สร้างยังสามารถย้ายการทำงานระหว่างสมาร์ตโฟนกับเว็บเบราว์เซอร์ผ่านระบบหลังบ้านเดียวกัน ทำให้สามารถเริ่มสร้างงานจากอุปกรณ์หนึ่ง แล้วกลับมาปรับแต่งรายละเอียดบนอีกอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องเริ่มโครงการใหม่
เมื่อพัฒนาเสร็จแล้ว คอนเทนต์สามารถนำไปเผยแพร่ผ่านระบบของ Meta ทั้ง Horizon, Facebook และ Instagram แนวทางนี้ทำให้ Meta พยายามเชื่อมเครื่องมือสร้างเกมเข้ากับเครือข่ายโซเชียลที่บริษัทมีฐานผู้ใช้อยู่แล้ว เพื่อให้กระบวนการตั้งแต่สร้าง ทดลองเล่น ไปจนถึงเผยแพร่ผลงานเกิดขึ้นภายในระบบนิเวศเดียวกัน
⬛️ เปิดให้นักพัฒนาเตรียมแอปรอก่อนขายจริงปี 2027
Meta เปิดเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาให้เริ่มสร้างซอฟต์แวร์รองรับ Meta VR Glasses ล่วงหน้า ผ่านชุดพัฒนา v207 SDKs และ ยูนิตี 6.6 (Unity 6.6) เพื่อเพิ่มจำนวนแอปและคอนเทนต์ให้พร้อมก่อนผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด โดยบริษัทมีกำหนดวางจำหน่ายแว่นรุ่นนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027
ราคาจำหน่ายถูกกำหนดไว้ที่ 1,299.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 41,000 บาท ทำให้ Meta VR Glasses ถูกวางไว้ในตลาดอุปกรณ์ Spatial Computing ระดับสูง แต่ยังมีราคาต่ำกว่าผลิตภัณฑ์บางรุ่นในตลาด จุดที่ต้องติดตามหลังวางจำหน่ายจริงคือประสิทธิภาพของสถาปัตยกรรมแบบแยกส่วน ความสะดวกในการพก Compute Pack และประสบการณ์ใช้งานเมื่อต้องสวมแว่นเป็นเวลานาน
⬛️ ขยาย Muse จาก AI ผู้ช่วย สู่เครื่องมือสำหรับนักพัฒนา
ภายในงานเดียวกัน Meta ยังขยายเทคโนโลยี AI ตระกูลมิวส์ (Muse) ด้วย Muse Spark 1.3 ที่เน้นความสามารถด้านการเขียนโปรแกรม พร้อมนำ Muse Code ระบบ AI สำหรับงานพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Multi-Agent ออกจากช่วงทดสอบเบต้า และขยายการใช้งานบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows)
บริษัทยังเปิดตัว Muse Glimmer โมเดล AI แบบเปิดขนาด 30,000 ล้านพารามิเตอร์ พร้อมขยาย Meta Model API สำหรับนักพัฒนาในตลาดทั่วโลก เป้าหมาย คือ ทำให้โมเดลของ Meta สามารถถูกนำไปต่อยอดเป็นบริการ ซอฟต์แวร์ และประสบการณ์ AI บนอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น
ภาพรวมของ Meta Connect 2026 จึงไม่ได้อยู่ที่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียว แต่เป็นการเชื่อม AI เครื่องมือสร้างคอนเทนต์ และฮาร์ดแวร์เข้าด้วยกัน ตั้งแต่ Horizon Create ที่ลดกำแพงในการสร้างเกม ไปจนถึง Meta VR Glasses ที่พยายามย่อเทคโนโลยี VR ให้เบาและสวมใส่ง่ายขึ้น ก่อนที่ผลิตภัณฑ์จริงจะเข้าสู่ตลาดในปี 2027
