ทรัมป์ประกาศตั้ง AI Force ชูเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผงาดนำจีน

วันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ประกาศแผนการจัดตั้ง AI Force หรือกองกำลังปัญญาประดิษฐ์ พร้อมทั้งเตรียมแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์คนใหม่ในตำแหน่งซาร์ AI (AI Tsar) เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางเทคโนโลยีของประเทศ
โดยผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลชุดนี้จะไม่เข้าขัดขวางหรือขัดขวางการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ในทุกรูปแบบ พร้อมทั้งปฏิเสธข้อเรียกร้องจากหลายฝ่ายที่ต้องการให้ชะลอการพัฒนาเพื่อวางมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น
สรุปข่าว
วันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ประกาศแผนการจัดตั้ง AI Force หรือกองกำลังปัญญาประดิษฐ์ พร้อมทั้งเตรียมแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์คนใหม่ในตำแหน่งซาร์ AI (AI Tsar) เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางเทคโนโลยีของประเทศ
โดยผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลชุดนี้จะไม่เข้าขัดขวางหรือขัดขวางการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ในทุกรูปแบบ พร้อมทั้งปฏิเสธข้อเรียกร้องจากหลายฝ่ายที่ต้องการให้ชะลอการพัฒนาเพื่อวางมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น
⬛️ AI การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคใหม่
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังชูปัญญาประดิษฐ์ AI เป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคใหม่ คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 25% ของ GDP ทรัมป์ระบุว่า "ปัญญาประดิษฐ์เปรียบเสมือนการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่หรือการกำเนิดของอินเทอร์เน็ต แต่วิวัฒนาการในครั้งนี้จะมีขนาดใหญ่และสร้างผลกระทบที่กว้างขวางยิ่งกว่า โดยอาจมีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 25 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่สหรัฐฯ ต้องรักษาตำแหน่งความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีเหนือคู่แข่งสำคัญอย่างประเทศจีน ซึ่งปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก และมีกำหนดการที่จะถูกนำขึ้นมาหารือในการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
⬛️ สวนกระแสเสียงเตือนภัย AI จากค่ายเทคโนโลยียักษ์ใหญ่
การประกาศนโยบายของทรัมป์เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความกังวลจากผู้เชี่ยวชาญและบรรดาผู้นำในวงการเทคโนโลยีชั้นนำ โดยบริษัทผู้พัฒนา AI รายใหญ่ทั้ง Anthropic, OpenAI และ Google ต่างกำลังเร่งพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงหรือซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์
ขณะที่ ดาริโอ อโมเดอิ (Dario Amodei) ผู้บริหารของ Anthropic ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการชะลอความเร็วในการพัฒนาลง พร้อมเสนอให้มีมาตรการกำกับดูแลและตรวจสอบจากองค์กรอิสระ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ผู้บริหาร OpenAI และอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้บริหาร xAI
นอกจากนี้ แจ็ค คลาร์ก (Jack Clark) ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic ยังเสนอให้มีปุ่มหยุดฉุกเฉิน (Kill Switch) ที่สามารถตรวจสอบได้โดยบุคคลที่สามเป็นข้อบังคับมาตรฐาน ยิ่งไปกว่านั้น อดีตนักวิจัยยังระบุเตือนถึงความเสี่ยงร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นต่อมนุษยชาติ
⬛️ เวทีการเมืองและระเบียบโลกกับการควบคุมเทคโนโลยี
ในฝั่งของสถาบันการเมืองและนิติบัญญัติ สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ได้พยายามผลักดันกฎหมายควบคุมเทคโนโลยีดังกล่าว ทว่า Sam Altman มองว่าการทำงานของวอชิงตันยังตามไม่ทันความเร็วของเทคโนโลยี และเรียกร้องให้สาธารณชนไว้วางใจให้บริษัทเทคโนโลยีเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยด้วยตนเอง
ขณะเดียวกัน รัฐสภาสหราชอาณาจักรได้ออกรายงานเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายใหม่เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้ ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) มีกำหนดการพบปะกับรองนายกรัฐมนตรีจีน ฮี ไลฟาง (He Lifeng) ณ นครนิวยอร์ก เพื่อหารือเกี่ยวกับความปลอดภัยด้าน AI และประเด็นทางเศรษฐกิจ ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำสองมหาอำนาจ สหรัฐอเมริกาและจีน
ที่มาข้อมูล : Reuters, BBC
ที่มารูปภาพ : Reuters, BBC
