“เอลเลน โอชัว” ผู้หญิงฮิสแปนิกคนแรกที่ได้ขึ้นสู่อวกาศ

เอลเลน โอชัว (Ellen Ochoa) ผู้หญิงเชื้อสายฮิสแปนิกคนแรกที่ได้ขึ้นสู่อวกาศ และเป็นหนึ่งในลูกเรือ 5 คนบนกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (Discovery) เมื่อครั้งทะยานขึ้นจากศูนย์อวกาศเคนเนดีในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2536 ออกมาร่วมแบ่งปันความทรงจำเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพครั้งประวัติศาสตร์กับ NASA ในการเสวนาที่จัดโดยสมาคมพัฒนาหมู่บ้านในไอดาโฮฟอลส์ (Village Improvement Society in Idaho Falls)
เอลเลน โอชัว
โอชัว ปัจจุบันมีอายุ 68 ปี และมีเชื้อสายฮิสแปนิก (Hispanic) ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่ใช้ภาษาสเปนในการสื่อสาร โดยในที่นี้อาจมีบรรพบุรุษมาจากสเปนในยุโรป หรือบางประเทศที่พูดภาษาสเปนในทวีปอเมริกากลาง หรือใต้ แต่เนื่องจากภาษาสเปนมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย การได้เป็นตัวแทนของผู้หญิงฮิสแปนิกคนแรกของโลก จึงเป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมาก
โดยโอชัว ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว EastIdahoNews ภายหลังจบงานที่เธอถูกชวนไปเป็นวิทยากร ในการเสวนาที่จัดโดยกลุ่ม Village Improvement Society ในเมืองไอดาโฮฟอลส์ เมื่อคืนวันพุธที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ Frontier Credit Union โดยโอชัวได้กล่าวถึงความหมายของการเป็นหญิงเชื้อสายฮิสแปนิกคนแรก ที่ได้ขึ้นสู่อวกาศสำหรับตัวเธอเอง
สรุปข่าว
เอลเลน โอชัว (Ellen Ochoa) ผู้หญิงเชื้อสายฮิสแปนิกคนแรกที่ได้ขึ้นสู่อวกาศ และเป็นหนึ่งในลูกเรือ 5 คนบนกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (Discovery) เมื่อครั้งทะยานขึ้นจากศูนย์อวกาศเคนเนดีในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2536 ออกมาร่วมแบ่งปันความทรงจำเกี่ยวกับเส้นทางอาชีพครั้งประวัติศาสตร์กับ NASA ในการเสวนาที่จัดโดยสมาคมพัฒนาหมู่บ้านในไอดาโฮฟอลส์ (Village Improvement Society in Idaho Falls)
เอลเลน โอชัว
โอชัว ปัจจุบันมีอายุ 68 ปี และมีเชื้อสายฮิสแปนิก (Hispanic) ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่ใช้ภาษาสเปนในการสื่อสาร โดยในที่นี้อาจมีบรรพบุรุษมาจากสเปนในยุโรป หรือบางประเทศที่พูดภาษาสเปนในทวีปอเมริกากลาง หรือใต้ แต่เนื่องจากภาษาสเปนมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย การได้เป็นตัวแทนของผู้หญิงฮิสแปนิกคนแรกของโลก จึงเป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนมาก
โดยโอชัว ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว EastIdahoNews ภายหลังจบงานที่เธอถูกชวนไปเป็นวิทยากร ในการเสวนาที่จัดโดยกลุ่ม Village Improvement Society ในเมืองไอดาโฮฟอลส์ เมื่อคืนวันพุธที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ Frontier Credit Union โดยโอชัวได้กล่าวถึงความหมายของการเป็นหญิงเชื้อสายฮิสแปนิกคนแรก ที่ได้ขึ้นสู่อวกาศสำหรับตัวเธอเอง
นักบินหญิงเชื้อสายฮิสแปนิกคนแรก
เธอกล่าวว่า การได้เป็นนักบินอวกาศหญิงเชื้อสายฮิสแปนิกคนแรก ได้มอบโอกาสมากมาย ในตลอดช่วง 35 ปีที่ผ่านมา ในการได้พูดคุยกับผู้ฟังกลุ่มต่าง ๆ โดยเธอกล่าวว่า การได้เห็นผู้หญิงอเมริกันคนแรกและชาวอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิกคนแรกที่ได้ขึ้นสู่อวกาศเป็นแรงบันดาลใจให้เธออย่างมาก และหากเธอสามารถสร้างแรงบันดาลใจแบบเดียวกันนั้นให้กับผู้อื่นได้ ก็ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
หน้าที่ของโอชัวบนยานอวกาศ
ทั้งนี้ โอชัวปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญประจำภารกิจ (mission specialist) ตลอดทั้ง 4 ภารกิจ และใช้เวลาในอวกาศรวมเกือบ 1,000 ชั่วโมง โดยภารกิจสองครั้งแรก มุ่งเน้นไปที่การวิจัยชั้นบรรยากาศ ซึ่งรวมถึงการศึกษาชั้นบรรยากาศตอนบน ดวงอาทิตย์ และชั้นโอโซนของโลก ส่วนภารกิจครั้งที่สามและสี่นั้น เธอมีบทบาทสำคัญในการก่อสร้างสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
เมื่อถูกถามว่าภารกิจใดเป็นภารกิจที่เธอประทับใจที่สุด โอชัวตอบว่า ทุกภารกิจ ให้ความทรงจำที่ดีกับเธอ โดยสำหรับโอชัวแล้ว เป็นเรื่องน่าปลื้มใจที่ได้เห็นสถานีอวกาศนานาชาติยังคงมีการใช้งานและมีนักบินอวกาศประจำการอยู่ แม้เวลาจะล่วงเลยมากว่าหนึ่งในสี่ศตวรรษ นับตั้งแต่เที่ยวบินแรกของเธอ
จากการเดินทางไปอวกาศของเธอนั้น ทำให้เธอได้รับการจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ในฐานะหญิงเชื้อสายฮิสแปนิกคนแรกที่ได้ขึ้นสู่อวกาศ
ความหลากหลายในนักบินอวกาศจึงไม่ใช่แค่ภาพสะท้อนของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นหลักฐานที่พิสูจน์ให้คนรุ่นหลังเห็นว่า ไม่ว่าคุณจะมาจากที่ใด พื้นที่บนอวกาศเปิดกว้างสำหรับทุกคนเสมอ
- นาซาเปิดระบบกล้องอวกาศโรมัน เล็งส่งภาพแรกปี 2027
- นาซาเปิดตัวภารกิจ "ไขความลับจักรวาล" ที่มนุษย์ไม่เคยรู้มาก่อน
- นาซาปล่อยกล้องโรมันโดยจรวด Falcon Heavy ไขปริศนาสสารมืด ดาวเคราะห์นอกระบบ
- นาซาเตรียมปล่อยกล้องอวกาศโรมัน 30 ส.ค. นี้ ไขปริศนาจักรวาล
- นักบินอวกาศ “Artemis 2” เตรียมรับเหรียญเกียรติยศสูงสุด ในฐานะมนุษย์ที่เดินทางจากโลกไกลที่สุดในประวัติศาสตร์
