เบื้องหลัง “Tiangong Ultra” หุ่นยนต์จีนทุบสถิติโลกวิ่ง 100 เมตรข้ามขีดจำกัดมนุษย์

Share on Line Share on Facebook Share on X
เบื้องหลัง “Tiangong Ultra” หุ่นยนต์จีนทุบสถิติโลกวิ่ง 100 เมตรข้ามขีดจำกัดมนุษย์

กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น เทียนกง อัลตรา (Tiangong Ultra) ที่สามารถสับเท้าเข้าเส้นชัยในการแข่งวิ่ง 100 เมตรรอบคัดเลือกด้วยเวลาเพียง 9.39 วินาที ในการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก เวิลด์ ฮิวแมนนอยด์ โรบอต เกมส์ (World Humanoid Robot Games) ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งเร็วกว่าสถิติโลกของมนุษย์ที่ ยูเซน โบลต์ (Usain Bolt) นักวิ่งลมกรดชาวจาไมก้า เคยทำไว้ที่ 9.58 วินาที ในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลกปี 2009

สรุปข่าว

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ "เทียนกง อัลตรา" (Tiangong Ultra) ของจีน สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการวิ่ง 100 เมตรในเวลา 9.39 วินาที ในการแข่งขัน World Humanoid Robot Games ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งเร็วกว่าสถิติโลกของมนุษย์ที่ยูเซน โบลต์ เคยทำไว้ที่ 9.58 วินาที ความสำเร็จนี้มาจากการทุ่มเทของทีมวิศวกรที่พัฒนาด้วยเทคนิคการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning) และการทดสอบอย่างเข้มข้น จุดประสงค์หลักของการแข่งขันเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อความบันเทิง แต่เป็นการทดสอบขีดความสามารถของหุ่นยนต์ในสภาวะวิกฤต เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันในอนาคต ซึ่งการพัฒนาต่อไปจำเป็นต้องก้าวหน้าด้านวัสดุศาสตร์ ข้อต่อ และการออกแบบโครงสร้างน้ำหนักเบาควบคู่ไปกับการพัฒนาอัลกอริทึม

กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกสำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น เทียนกง อัลตรา (Tiangong Ultra) ที่สามารถสับเท้าเข้าเส้นชัยในการแข่งวิ่ง 100 เมตรรอบคัดเลือกด้วยเวลาเพียง 9.39 วินาที ในการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก เวิลด์ ฮิวแมนนอยด์ โรบอต เกมส์ (World Humanoid Robot Games) ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งเร็วกว่าสถิติโลกของมนุษย์ที่ ยูเซน โบลต์ (Usain Bolt) นักวิ่งลมกรดชาวจาไมก้า เคยทำไว้ที่ 9.58 วินาที ในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลกปี 2009

เบื้องหลังคือการทุ่มเทพัฒนาของทีมวิศวกรมนุษย์

ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ปักกิ่ง ผู้พัฒนาหุ่นยนต์รุ่นนี้ พาไปเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จว่า ในช่วงวันท้าย ๆ ของการแข่งขัน ทีมวิศวกรต้องโหมงานหนักติดต่อกันหลายคืน เพื่อปรับแต่งและตรวจเช็กสภาพให้นักกีฬาของพวกเขานั้น มีความพร้อมสูงสุดสำหรับการลงสนาม

แจ็ค เกา (Jack Guo) หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ ณ เขตพัฒนาเทคโนโลยีสูงอี้จวง (Yizhuang) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของปักกิ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่สำคัญของจีนว่า ทีมวิจัยใช้เวลาส่วนใหญ่ในช่วงโค้งสุดท้ายไปกับทดสอบข้ามคืน เพื่อผลักดันให้มันวิ่งได้เร็วที่สุด

โดยเขาอธิบายว่า ในการแข่งขันแต่ละรอบ หุ่นยนต์จะใช้กลยุทธ์การเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน ซึ่งฝึกฝนผ่านเทคนิคการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning) โดยหุ่นยนต์จะทดลองเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และได้รับรางวัลตอบแทนเมื่อทำผลงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ทีมงานยังได้ส่งหุ่นยนต์เข้าร่วมการแข่งขันประเภทกรีฑาอื่นๆ เช่น กระโดดสูง และกระโดดไกล

จุดประสงค์การแข่งขันที่ไม่ใช่แค่ความบันเทิง

จุดประสงค์ที่แท้จริงของการแข่งขันเหล่านี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อความบันเทิงทางกีฬาเท่านั้น แต่การวิ่งและการกระโดดถือเป็นการทดสอบสภาวะวิกฤต หรือ Stress Test เพื่อวัดขีดความสามารถที่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จำเป็นต้องมี หากต้องออกไปทำงานในพื้นที่ชีวิตประจำวันของมนุษย์ในอนาคต

ส่วนการวิ่ง จะช่วยพัฒนางานที่ทีมเรียกว่า ความสามารถในการเคลื่อนที่แบบทั่วไป (Generalised Mobility) ซึ่งจะช่วยให้หุ่นยนต์เดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่มนุษย์ไปได้ ขณะที่การกระโดดและการแข่งขันกีฬาอื่นๆ จะช่วยผลักดันการควบคุมร่างกายทั้งหมด (Whole-body control) และความสามารถในการเลียนแบบการเคลื่อนไหวของมนุษย์

ทั้งนี้ทีมพัฒนาเชื่อว่า เทียนกง อัลตรา (Tiangong Ultra) อาจทำเวลาเข้าใกล้ 8 วินาทีได้ในอนาคต แต่นวัตกรรมที่จะก้าวกระโดดครั้งใหญ่อีกระดับได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยก้าวหน้าทางด้านวัสดุศาสตร์ ข้อต่อ และการออกแบบโครงสร้างน้ำหนักเบา ไม่ใช่แค่การพัฒนาอัลกอริทึมเพียงอย่างเดียว และความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าไม่ใชการชนะกีฬา แต่คือการทำให้พวกมันนำไปใช้ทำงานได้จริง

ที่มาข้อมูล : REUTERS

ที่มารูปภาพ : REUTERS