น้ำยาทำความสะอาดอาจสร้างมลพิษในบ้าน มากในระดับการจราจรหนาแน่น

Share on Line Share on Facebook Share on X
น้ำยาทำความสะอาดอาจสร้างมลพิษในบ้าน มากในระดับการจราจรหนาแน่น

งานวิจัยของ Brendan Boor วิศวกรจาก Purdue University เปิดเผยข้อมูลบนเวที American Chemical Society (ACS) ค้นพบว่า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในอาคารสามารถทำให้เกิดอนุภาคขนาดเล็กระดับนาโนในอากาศ โดยเฉพาะเมื่อสารเคมีที่ทำให้มีกลิ่นหอมทำปฏิกิริยากับโอโซนภายในอาคาร จนเกิดเป็นมลพิษทางอากาศในระดับเดียวที่เจอในการจราจรที่มีรถยนต์หนาแน่นได้

สรุปข่าว

งานวิจัยของ Brendan Boor วิศวกรจาก Purdue University เปิดเผยข้อมูลบนเวที American Chemical Society (ACS) ค้นพบว่า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในอาคารสามารถทำให้เกิดอนุภาคขนาดเล็กระดับนาโนในอากาศ โดยเฉพาะเมื่อสารเคมีที่ทำให้มีกลิ่นหอมทำปฏิกิริยากับโอโซนภายในอาคาร จนเกิดเป็นมลพิษทางอากาศในระดับเดียวที่เจอในการจราจรที่มีรถยนต์หนาแน่นได้

งานวิจัยของ Brendan Boor วิศวกรจาก Purdue University เปิดเผยข้อมูลบนเวที American Chemical Society (ACS) ค้นพบว่า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อภายในอาคารสามารถทำให้เกิดอนุภาคขนาดเล็กระดับนาโนในอากาศ โดยเฉพาะเมื่อสารเคมีที่ทำให้มีกลิ่นหอมทำปฏิกิริยากับโอโซนภายในอาคาร จนเกิดเป็นมลพิษทางอากาศในระดับเดียวที่เจอในการจราจรที่มีรถยนต์หนาแน่นได้

แค่ฉีดน้ำยาทำความสะอาด ก็เพิ่มสารเคมีในอากาศได้

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจำนวนมากถูกออกแบบให้ไม่เพียงกำจัดสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรค แต่ยังต้องสร้างความรู้สึกว่าสะอาดผ่านกลิ่นหอมด้วย ผู้ผลิตจึงมักเติมสารแต่งกลิ่นหรือน้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่นคล้ายผลไม้ตระกูลส้ม ต้นสน ไธม์ และลาเวนเดอร์ลงไป โดยสารที่พบในกลิ่นเหล่านี้คือเทอร์พีน (Terpenes) ซึ่งเป็นสารประกอบที่พบได้ตามธรรมชาติในพืช เช่น ลิโมนีน (Limonene) เป็นสารที่มีส่วนทำให้มะนาวและผลไม้ตระกูลส้มมีกลิ่นเฉพาะตัว ขณะที่สารกลุ่มอื่น ๆ สามารถพบได้ในต้นสนและพืชที่มีกลิ่นหอมอีกหลายชนิด

ในธรรมชาติ เทอร์พีนไม่ได้มีหน้าที่ทำให้สิ่งต่าง ๆ มีกลิ่นสะอาด แต่พืชสามารถสร้างสารเหล่านี้ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ทางชีวภาพ เช่น เป็นสัญญาณเมื่อพืชถูกคุกคาม หรือช่วยป้องกันแมลงและสัตว์บางชนิด เมื่อมนุษย์นำสารเหล่านี้มาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ปริมาณของเทอร์พีนที่ปล่อยเข้าสู่อากาศภายในพื้นที่ปิดจึงอาจเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังฉีดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

ในการศึกษาครั้งนี้ ทีมวิจัยได้ใช้พื้นที่ทดลองลักษณะเป็นบ้านขนาดเล็กที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะที่ Purdue University เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) ในอากาศ

ผลการตรวจวัดพบว่า การทำความสะอาดพื้นผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีสารแต่งกลิ่นสามารถทำให้ระดับของเทอร์พีนในอากาศเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยในบางสถานการณ์ ระดับดังกล่าวสูงกว่าที่นักวิจัยพบในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างป่าเสียอีก ปัญหาจึงไม่ได้จบลงเพียงการที่เราสูดดมกลิ่นของผลิตภัณฑ์เข้าไปเท่านั้น เพราะเมื่อสารเหล่านี้อยู่ในอากาศภายในอาคาร พวกมันยังสามารถทำปฏิกิริยากับสารเคมีชนิดอื่นที่มีอยู่ในสภาพแวดล้อมได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ โอโซน (Ozone)

โอโซนเป็นโมเลกุลที่ประกอบด้วยออกซิเจน 3 อะตอม และสามารถเข้าสู่สภาพแวดล้อมภายในอาคารจากอากาศภายนอกได้ นอกจากนี้ โอโซนยังสามารถเกิดขึ้นจากกระบวนการบางอย่างภายในอาคาร รวมถึงอุปกรณ์บางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการแตกตัวเป็นไอออน เมื่อเทอร์พีนจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดทำปฏิกิริยากับโอโซน จะเกิดกระบวนการทางเคมีที่เรียกว่า ออกซิเดชัน (Oxidation) ทำให้สารประกอบเดิมเปลี่ยนแปลงและสามารถก่อให้เกิดสารประกอบใหม่ รวมถึงอนุภาคขนาดเล็กมากในอากาศ

อนุภาคเหล่านี้มีขนาดเล็กถึงระดับนาโนเมตร จึงแตกต่างจากฝุ่นทั่วไปที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และสามารถแขวนลอยอยู่ในอากาศได้ นักวิจัยระบุว่าอนุภาคบางส่วนมีขนาดเล็กมากจนสามารถเดินทางผ่านระบบทางเดินหายใจเข้าไปยังส่วนลึกของปอด ซึ่งเราอาจสูดอนุภาคเหล่านี้เข้าไปโดยไม่รู้ตัว

นักวิจัยเปรียบเทียบปริมาณการรับสัมผัสผ่านระบบทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นจากอนุภาคเหล่านี้กับสิ่งที่คนเราอาจได้รับเมื่อยืนอยู่ริมถนนที่มีการจราจรหนาแน่น โดยพบว่าในบางกรณี ปริมาณการรับสัมผัสสามารถอยู่ในระดับใกล้เคียงหรือสูงกว่า อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าอนุภาคจากน้ำยาทำความสะอาดมีองค์ประกอบหรือความเป็นพิษเหมือนกับมลพิษจากรถยนต์ เพราะแหล่งกำเนิดและองค์ประกอบทางเคมีของอนุภาคแตกต่างกัน สิ่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบหลัก ๆ คือ ปริมาณการรับสัมผัสผ่านระบบทางเดินหายใจ

อนุภาคระดับนาโนอาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ

ประเด็นด้านสุขภาพที่นักวิจัยให้ความสนใจคือ อนุภาคขนาดเล็กสามารถเดินทางเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ลึกกว่าฝุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่า และอนุภาคบางชนิดอาจมีส่วนทำให้เกิดการระคายเคืองและกระบวนการอักเสบภายในระบบทางเดินหายใจ งานวิจัยก่อนหน้านี้ก็พบหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมสามารถปล่อย VOCs และเทอร์พีนออกสู่อากาศภายในอาคาร และเมื่อสารเหล่านี้ทำปฏิกิริยากับโอโซนหรือสารออกซิไดซ์อื่น ๆ ก็สามารถสร้างมลพิษทุติยภูมิ เช่น อนุภาคอินทรีย์ในอากาศและสารประกอบอื่น ๆ ได้

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งที่เราใช้น้ำยาทำความสะอาดจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรง และไม่ได้หมายความว่าควรหยุดทำความสะอาดบ้าน เพราะการกำจัดเชื้อโรคและสิ่งสกปรกยังคงมีความสำคัญต่อสุขอนามัย ประเด็นสำคัญคือการทำความสะอาดเองอาจมีผลพลอยได้ต่อคุณภาพอากาศที่ควรนำมาพิจารณามากขึ้น

เปิดหน้าต่างและเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นน้อยอาจช่วยได้

หนึ่งในวิธีง่าย ๆ ที่สามารถช่วยลดการสะสมของสารเคมีและอนุภาคในอากาศภายในบ้านคือการเพิ่มการระบายอากาศ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด คือการเปิดหน้าต่าง เปิดระบบระบายอากาศ หรือใช้พัดลมดูดอากาศสามารถช่วยนำสารประกอบที่ระเหยออกจากผลิตภัณฑ์ออกไปจากพื้นที่ภายในอาคารได้

อีกทางเลือกหนึ่งคือการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมน้อยหรือระบุว่า Fragrance-free ซึ่งสามารถลดแหล่งของเทอร์พีนและสารแต่งกลิ่นบางชนิดที่อาจเกิดปฏิกิริยากับโอโซนภายในบ้าน นอกจากนี้ ควรระมัดระวังการใช้ผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่มีกลิ่นหอมพร้อมกันในพื้นที่ปิด เพราะการเพิ่มปริมาณสารระเหยหลายชนิดเข้าไปในอากาศพร้อมกันอาจเพิ่มโอกาสเกิดปฏิกิริยาทางเคมีภายในอาคารได้

ที่มาข้อมูล : https://newatlas.com/society-health/leaning-agents-traffic-levels-of-pollution/

ที่มารูปภาพ : Getty Images