
การลำเลียงกำลังพลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ทางทหารมาทุกยุคทุกสมัย จนกระทั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่นวัตกรรม "การโดดร่ม" ได้กลายเป็นวิธีหลักในการส่งทหารเข้าสู่พื้นที่หลังแนวข้าศึกอย่างแนบเนียน
การลำเลียงพลของทหารในยุคก่อน
โดยในยุคหนึ่ง กองทัพได้หันมาใช้ร่มร่อนแบบ Ram-air paraglider หรือร่มร่อนที่ใช้หลักการอัดอากาศพลศาสตร์จากลมปะทะ เพื่อทำให้ร่มพองตัวเป็นรูปทรงโดยไม่มีโครงแข็ง โดยทั่วไปมักมีลักษณะเป็นปีกผ้าสองชั้น มีช่องให้ลมเข้าด้านหน้าเพื่อสร้างแรงยก ช่วยให้ควบคุมทิศทางได้อย่างแม่นยำและลอยตัวในอากาศได้นาน สามารถส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษลงสู่เป้าหมายได้อย่างเงียบเชียบ
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญของระบบนี้ คือยังคงต้องพึ่งพาเครื่องบินในการนำทหารขึ้นไปปล่อย ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกตรวจพบและจำกัดด้วยการต้องมีสนามบินในพื้นที่ใกล้เคียง และถึงแม้ทหารจะสามารถวิ่งออกตัวร่อนลงมาจากยอดเขาสูงได้ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศที่อำนวยเท่านั้น
สรุปข่าว
การลำเลียงกำลังพลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ทางทหารมาทุกยุคทุกสมัย จนกระทั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ที่นวัตกรรม "การโดดร่ม" ได้กลายเป็นวิธีหลักในการส่งทหารเข้าสู่พื้นที่หลังแนวข้าศึกอย่างแนบเนียน
การลำเลียงพลของทหารในยุคก่อน
โดยในยุคหนึ่ง กองทัพได้หันมาใช้ร่มร่อนแบบ Ram-air paraglider หรือร่มร่อนที่ใช้หลักการอัดอากาศพลศาสตร์จากลมปะทะ เพื่อทำให้ร่มพองตัวเป็นรูปทรงโดยไม่มีโครงแข็ง โดยทั่วไปมักมีลักษณะเป็นปีกผ้าสองชั้น มีช่องให้ลมเข้าด้านหน้าเพื่อสร้างแรงยก ช่วยให้ควบคุมทิศทางได้อย่างแม่นยำและลอยตัวในอากาศได้นาน สามารถส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษลงสู่เป้าหมายได้อย่างเงียบเชียบ
อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญของระบบนี้ คือยังคงต้องพึ่งพาเครื่องบินในการนำทหารขึ้นไปปล่อย ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกตรวจพบและจำกัดด้วยการต้องมีสนามบินในพื้นที่ใกล้เคียง และถึงแม้ทหารจะสามารถวิ่งออกตัวร่อนลงมาจากยอดเขาสูงได้ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศที่อำนวยเท่านั้น
กลาโหมอังกฤษทุ่มงบทดสอบจริง
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กระทรวงกลาโหมอังกฤษ (MoD) จึงได้ลงนามสัญญาศึกษาวิจัยมูลค่า 6 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 270 ล้านบาท เพื่อทดสอบพารามอเตอร์แบบออกตัวด้วยการเดินเท้า (foot-launched powered paragliders) ซึ่งพัฒนาโดย แบล็คโคร (Blakcro) บริษัทสตาร์ทอัพจากเมืองวิลต์เชียร์
ผลงานนี้เป็นระบบร่มร่อนที่เพิ่มพัดลมขับเคลื่อนบนโครงไทเทเนียมไว้ที่หลังของนักบิน ตัวร่มและชุดพัดลมสามารถพับเก็บลงในเป้สะพายหลังขนาดใหญ่ และนำออกมาประกอบพร้อมใช้งานได้ภายในเวลาเพียง 8 นาทีเท่านั้น
วิธีการใช้งานเริ่มจากทหารพับร่ม วิ่งหันหน้าเข้าหาลมขณะเปิดพัดลมในตำแหน่งเดินเบา ซึ่งมีทั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์เผาไหม้ภายใน เพื่อให้ร่มพองตัว ก่อนจะออกวิ่งเพียงระยะสั้น ๆ เพื่อเหินขึ้นสู่อากาศ เมื่อลอยตัวแล้วจึงเร่งเครื่องเพื่อสร้างความเร็วและแรงยก โดยสามารถปรับความเร็วหรือเลี้ยวทิศทางได้ด้วยการดึงสายบังคับหรือการถ่ายเทน้ำหนักตัว
แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด และเคยปรากฏในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ตอน The World Is Not Enough รวมถึงผ่านการทดสอบโดยกองทัพสหรัฐฯ และเคยถูกใช้โดยกองกำลังติดอาวุธในตะวันออกกลางมาแล้ว แต่ทางกระทรวงกลาโหมอังกฤษ (MoD) ระบุว่าเทคโนโลยีรุ่นใหม่นี้มีรัศมีทำการไกลถึง 200 ไมล์ หรือประมาณ 322 กิโลเมตร แถมยังเสียงเบา และสะท้อนคลื่นเรดาร์ในระดับที่ต่ำมาก โดยมีกำหนดการนำไปทดสอบภาคสนามร่วมกับหน่วยนาวิกโยธินและกรมทหารร่มของอังกฤษในช่วงปลายปีนี้
- NATO ทดสอบเทคโนโลยีโดรน รับมือภัยคุกคามใหม่ในน่านน้ำยุโรป
- นักร่อนร่มร่อนจีนถูกลมพัดขึ้นชั้นบรรยากาศกว่า 8,500 เมตร รอดตายราวปาฏิหาริย์
- เปิดตัว Stripe แพลตฟอร์มโครงสร้างทางการเงินที่จะมาช่วยการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ในประเทศไทย
- รู้จักดาวเทียมธีออส 2 เอ (THEOS 2A) ดาวเทียมสำรวจโลกฝีมือคนไทย
- นาซาทดสอบ SHIELD เทคโนโลยีลงจอดบนดาวอังคารแบบใหม่
ที่มาข้อมูล : newatlas.com/military blakcro.com/ gov.uk/government/news
ที่มารูปภาพ : blakcro.com
