ชมคลิป “หุ่นยนต์แข่งเทนนิส” แข่งกับนักกีฬาแกรนด์แสลม คล่องแคล่ว ว่องไว ดุเดือด

Share on Line Share on Facebook Share on X
ชมคลิป “หุ่นยนต์แข่งเทนนิส” แข่งกับนักกีฬาแกรนด์แสลม คล่องแคล่ว ว่องไว ดุเดือด

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ในการแข่งขันกีฬาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลก ครั้งที่ 2 ณ ประเทศจีน ได้มีการแข่งขันกีฬาเทนนิสระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ครั้งแรกของโลก

ฝั่งหนึ่งของตาข่ายคือ หุ่นยนต์จากบริษัท กัลบอต (Galbot) จากประเทศจีน ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งคือ นักเทนนิสชื่อดัง เจิ้ง เจี๋ย (Zheng Jie) ที่เคยมีอันดับสูงสุดอยู่ที่ 15 ของโลก และเป็นนักเทนนิสจีนคนแรกที่มีอันดับโลกสูงที่สุด ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงความสามารถในการเคลื่อนไหว รับลูก และแม้กระทั่งฟื้นตัวจากการล้มระหว่างการตีโต้ที่ดุเดือดของทั้งสองฝั่ง ที่ต่างก็ทำได้ดีแม้จะเป็นการแข่งขันระหว่างคนกับหุ่นยนต์ก็ตาม

การแข่งขันเทนนิสคู่ผสมคน & หุ่นยนต์

การแข่งขั้นในครั้งนี้ เริ่มต้นที่ประเภทคู่ผสม โดยหุ่นยนต์จากกัลบอตที่มีชื่อว่า ซิงไจ้ (Xingzai) สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมด้วยการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว มันสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและถอยหลังได้อย่างรวดเร็วตามต้องการ และทำงานร่วมกับคู่หูที่เป็นมนุษย์ได้อย่างราบรื่น โดยทั้งคู่ได้มีการจัดรูปแบบตำแหน่งการยืนข้างหน้าและข้างหลัง เพื่อเสริมกันความสามารถในการรับมือกับคู่ต่อสู้

สรุปข่าว

จีนสร้างประวัติศาสตร์จัดการแข่งขัน เทนนิสระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ครั้งแรกของโลก โดยหุ่นยนต์ Xingzai จาก Galbot ลงสนามดวลกับอดีตนักเทนนิสระดับโลก Zheng Jie หุ่นยนต์แสดงศักยภาพทั้งการเคลื่อนที่ รับลูกโฟร์แฮนด์–แบ็กแฮนด์ อ่านลูกสไลซ์และสปิน รวมถึงสามารถ ลุกขึ้นและกลับมาแข่งขันต่อหลังล้ม ได้ภายในไม่กี่วินาที การแข่งขันสะท้อนพัฒนาการของ AI และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่กำลังก้าวจากโลกดิจิทัลสู่การทำงานและตอบสนองในโลกจริงแบบเรียลไทม์

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ในการแข่งขันกีฬาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โลก ครั้งที่ 2 ณ ประเทศจีน ได้มีการแข่งขันกีฬาเทนนิสระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ครั้งแรกของโลก

ฝั่งหนึ่งของตาข่ายคือ หุ่นยนต์จากบริษัท กัลบอต (Galbot) จากประเทศจีน ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งคือ นักเทนนิสชื่อดัง เจิ้ง เจี๋ย (Zheng Jie) ที่เคยมีอันดับสูงสุดอยู่ที่ 15 ของโลก และเป็นนักเทนนิสจีนคนแรกที่มีอันดับโลกสูงที่สุด ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นถึงความสามารถในการเคลื่อนไหว รับลูก และแม้กระทั่งฟื้นตัวจากการล้มระหว่างการตีโต้ที่ดุเดือดของทั้งสองฝั่ง ที่ต่างก็ทำได้ดีแม้จะเป็นการแข่งขันระหว่างคนกับหุ่นยนต์ก็ตาม

การแข่งขันเทนนิสคู่ผสมคน & หุ่นยนต์

การแข่งขั้นในครั้งนี้ เริ่มต้นที่ประเภทคู่ผสม โดยหุ่นยนต์จากกัลบอตที่มีชื่อว่า ซิงไจ้ (Xingzai) สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมด้วยการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว มันสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและถอยหลังได้อย่างรวดเร็วตามต้องการ และทำงานร่วมกับคู่หูที่เป็นมนุษย์ได้อย่างราบรื่น โดยทั้งคู่ได้มีการจัดรูปแบบตำแหน่งการยืนข้างหน้าและข้างหลัง เพื่อเสริมกันความสามารถในการรับมือกับคู่ต่อสู้

หุ่นยนต์ VS นักเทนนิสแกรนด์สแลม

การแข่งขันที่ผู้คนจับตามองที่สุด คือการแข่งขันระหว่างหุ่นยนต์และนักเทนนิสสาวชื่อดัง เจิ้ง เจี๋ย ซึ่งในการแข่งขันนี้ หุ่นยนต์สามารถตอบโต้ แลกเปลี่ยนทั้งลูกโฟร์แฮนด์และแบ็กแฮนด์ โดยเมื่อเธอเพิ่มระดับความยากโดยการส่งลูกโค้งสูงมา หุ่นยนต์ก็ถูกผลักโดยแรงจากลูกเทนนิส และในที่สุดก็เสียสมดุลล้มลงไปนอนหงาย แต่มันก็สามารถฟื้นตัว ปรับท่าทาง และลุกขึ้นยืนได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่กี่วินาที

หุ่นยนต์ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่น่าทึ่ง ด้วยการอ่านลูกสไลซ์ และลูกหมุนของเจิ้ง (Slices and Spin) ที่จงใจโยกลูกไล่ต้อนคู่แข่งให้ย้ายตำแหน่งไปมา ทั้งซ้ายขวา และหน้าหลัง ปรากฏว่าหุ่นยนต์ก็ตอบสนองด้วยการพุ่งตัวออกไปได้อย่างน่าประทับใจ และสามารถเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมได้อย่างล้นหลาม
ตลอดทั้งการแข่งขัน หุ่นยนต์ได้โชว์ความสามารถในการการเคลื่อนไหวในลักษณะต่าง ๆ ทั้งการงอเข่า โยนลูกบอล และหมุนตัวด้วยตัวเอง รวมถึงการตอบสนองโดยแทบจะไม่พลาด แม้จะอยู่ในสถานการณ์กดดันก็ตาม

พัฒนาการของหุ่นยนต์

การที่ 10 ปีก่อน หุ่นยนต์ AlphaGo หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในเกมกระดานหมากล้อม (โกะ) สามารถเอาชนะแชมป์กีฬามืออาชีพอย่าง ลี เซดอล (Lee Sedol) จากประเทศเกาหลีใต้ได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถของ AI ในโลกดิจิทัลที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และในวันนี้ สิบปีต่อมา หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์สัญชาติจีนก็กำลังก้าวลงสู่สนามเคียงข้างนักเทนนิสชั้นนำเช่นกัน

การแข่งขันในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ AI ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เรื่องของการเขียนโค้ดในหน้าจอสี่เหลี่ยมอีกต่อไป แต่หุ่นยนต์สามารถ วิ่ง เหวี่ยงไม้เทนนิส แข่งขันแบบเรียลไทม์ หรือแม้กระทั่งลุกขึ้นเองหลังจากล้มลงไป แล้วแข่งขันต่อ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการล้ำสมัยทางเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดได้อย่างน่าจับตา

ที่มาข้อมูล : Global Times

ที่มารูปภาพ : Reuters