MIT เปิดตัว FloatForm หุ่นยนต์ประกอบร่างบนผิวน้ำ สู้โลกร้อน

Share on Line Share on Facebook Share on X
MIT เปิดตัว FloatForm หุ่นยนต์ประกอบร่างบนผิวน้ำ สู้โลกร้อน

ในขณะที่วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนกลืนกินพื้นที่ชายฝั่งและคุกคามชุมชนทั่วโลก ความอยู่รอดของมนุษยชาติในอนาคตอาจต้องพึ่งพาการใช้ชีวิตและทำงานบนผิวน้ำมากขึ้น ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ได้พัฒนาทางออกที่น่าทึ่งด้วย "FloatForm" ฝูงหุ่นยนต์แผ่นอัจฉริยะที่สามารถขับเคลื่อน ประกอบร่าง และแยกตัวออกจากกันบนผิวน้ำได้เองโดยอัตโนมัติราวกับตัวต่อเลโก้ 

สรุปข่าว

ทีมนักวิจัย MIT เผยโฉม FloatForm ฝูงหุ่นยนต์ลอยน้ำอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนและประกอบร่างกันได้เองอัตโนมัติ เทคโนโลยีนี้คือความหวังใหม่ในการสร้างสะพานฉุกเฉินและเมืองลอยน้ำ เพื่อรับมือกับวิกฤตระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

ในขณะที่วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนกลืนกินพื้นที่ชายฝั่งและคุกคามชุมชนทั่วโลก ความอยู่รอดของมนุษยชาติในอนาคตอาจต้องพึ่งพาการใช้ชีวิตและทำงานบนผิวน้ำมากขึ้น ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ได้พัฒนาทางออกที่น่าทึ่งด้วย "FloatForm" ฝูงหุ่นยนต์แผ่นอัจฉริยะที่สามารถขับเคลื่อน ประกอบร่าง และแยกตัวออกจากกันบนผิวน้ำได้เองโดยอัตโนมัติราวกับตัวต่อเลโก้ 

นวัตกรรมสุดล้ำนี้พัฒนาขึ้นโดยทีมนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (CSAIL) ของ MIT นำโดยศาสตราจารย์ ดาเนียลา รุส (Daniela Rus) ผู้อำนวยการ CSAIL ร่วมกับ เวย หวัง (Wei Wang) อดีตนักวิจัยจาก MIT ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ทางทะเลที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน พร้อมด้วยคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและการวางผังเมือง

โครงสร้างของ FloatForm แต่ละยูนิตเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็ก 21x21 เซนติเมตร หรือมีขนาดเทียบเท่าขนาดกระดาษมาตรฐาน A4 ที่พับส่วนบนลงมา ขับเคลื่อนด้วยใบพัดขนาดเล็ก มีเซนเซอร์ในตัว และติดตั้งระบบล็อกแม่เหล็กที่สามารถยึดเกาะกับหุ่นยนต์ตัวอื่นที่อยู่ใกล้เคียงในระยะสูงสุด 15 เซนติเมตรได้โดยใช้พลังงานต่ำมาก

ความอัจฉริยะของ FloatForm ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ โดยเฉพาะพฤติกรรมของมดคันไฟที่รวมตัวกันสร้างสะพานหรือแพจากร่างกายของพวกมันเพื่อเอาชีวิตรอดในภาวะน้ำท่วม ในระบบหุ่นยนต์ทั่วไป การควบคุมจากศูนย์กลางมักเสี่ยงต่อการล่มสลายหากระบบหลักขัดข้อง และมีข้อจำกัดเรื่องแบนด์วิดท์ในการส่งสัญญาณ แต่ FloatForm แก้ปัญหานี้ด้วยระบบประสานงานแบบผสมผสาน (Hybrid Coordination Framework) ที่ระบุเพียงตำแหน่งสุดท้ายที่ต้องการให้หุ่นยนต์แต่ละตัวทราบ แล้วปล่อยให้หุ่นยนต์แต่ละตัวตัดสินใจนำทางและหลบหลีกสิ่งกีดขวางรอบตัวด้วยตัวเอง 

วิธีนี้ทำให้พวกมันเอาชนะอุปสรรคของแรงพลศาสตร์ของไหลที่ซับซ้อนและกระแสน้ำวนจากการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ตัวข้างเคียงได้ โดยจากการทดสอบในระบบจำลองจำลองพบว่าฝูงหุ่นยนต์ 64 ตัวสามารถเคลื่อนที่ประสานงานพร้อมกันได้อย่างราบรื่น

แม้ว่าปัจจุบันหุ่นยนต์ FloatForm จะยังมีขนาดเล็กและเหมาะสำหรับใช้งานในแหล่งน้ำนิ่ง แต่เป้าหมายระยะยาวของโครงการนี้คือการขยายขนาดสู่ระดับที่รองรับน้ำหนักมนุษย์ได้ คาร์โล รัตติ (Carlo Ratti) หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยและศาสตราจารย์ด้านการวางผังเมืองของ MIT ระบุว่า เทคโนโลยีนี้จะช่วยเปลี่ยนผิวน้ำที่เคยนิ่งสงบให้กลายเป็นพื้นที่ใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา 

ตัวอย่างเช่น ในอนาคตเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ หุ่นยนต์เหล่านี้จะสามารถต่อกันเป็นสะพานชั่วคราวเพื่อระบายการจราจร เป็นแพกู้ภัย หรือโรงพยาบาลสนามเคลื่อนที่ และสำหรับเมืองที่มีประชากรหนาแน่นติดริมน้ำ เช่น เวนิส เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม หรือนอร์เวย์ มันจะสามารถสร้างเป็นพื้นที่สาธารณะอัจฉริยะ ตลาดลอยน้ำ เวทีแสดงกลางแจ้ง หรือแม้กระทั่งโรงเรียนลอยน้ำที่สามารถขยายหรือหดขนาดได้ตามความต้องการใช้งานจริง

โดยผลงานวิจัยนี้ชื่อว่า Self-reconfiguring modular robotic boats ได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับโลกอย่าง Nature Communications เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 โดยเว่ย หวัง (Wei Wang) ร่วมกับคณะผู้วิจัย ได้แก่ ดาเนียลา รุส (Daniela Rus), นิกคลาส ฮาเกอมันน์ (Niklas Hagemann), อเลฮานโดร กอนซาเลซ-การ์เซีย (Alejandro Gonzalez-Garcia) และ คาร์โล รัตตี (Carlo Ratti) 

ที่มาข้อมูล : nature, newatlas, MIT

ที่มารูปภาพ : nature, newatlas, MIT

แท็กบทความ

FloatForm
หุ่นยนต์ลอยน้ำ
MIT
เทคโนโลยีสู้โลกร้อน
นวัตกรรมอัจฉริยะ