ไขปริศนา 150 ปี จีนพบพืชกินแมลงพันธุ์ใหม่ ยืนยันทฤษฎีดาร์วิน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไขปริศนา 150 ปี จีนพบพืชกินแมลงพันธุ์ใหม่ ยืนยันทฤษฎีดาร์วิน

นักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ค้นพบพืชกินแมลง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน พร้อมกับทำการพิสูจน์ว่าพืชชนิดนี้กินแมลงเป็นอาหารจริง ไม่ใช่การป้องกันตัว รวมถึงคุณสมบัติของพืชชนิดนี้ยังช่วยพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของชาร์ลส์ ดาร์วินได้เสนอไว้เมื่อ 150 ปีก่อน นั้นถูกต้อง  

สรุปข่าว

ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนค้นพบพืชกินแมลงชนิดใหม่บนที่ราบสูงทิเบตที่ใช้ความเหนียวดักจับและย่อยสลายเหยื่อด้วยเอนไซม์ การค้นพบครั้งนี้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของชาร์ลส์ ดาร์วินเมื่อ 150 ปีก่อนว่าเป็นความจริง

นักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ค้นพบพืชกินแมลง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน พร้อมกับทำการพิสูจน์ว่าพืชชนิดนี้กินแมลงเป็นอาหารจริง ไม่ใช่การป้องกันตัว รวมถึงคุณสมบัติของพืชชนิดนี้ยังช่วยพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของชาร์ลส์ ดาร์วินได้เสนอไว้เมื่อ 150 ปีก่อน นั้นถูกต้อง  

งานวิจัยดังกล่าว ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications ฉบับวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2026 โดยดอกไม้นี้ ยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Saxifraga candelabrum (แซกซิเฟรกา แคนเดลาบรัม) ซึ่งอยู่ในสกุล Saxifraga เจริญเติบโตในพื้นที่สูงทางตอนใต้ของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต และบริเวณเทือกเขาเหิงต้วน (Hengduan Mountains) มณฑลยูนนานและเสฉวน ภาคตะวันเฉียงใต้ของประเทศจีน

จากการวิเคราะห์ทางเคมี นักวิทยาศาสตร์พบว่าพืชชนิดนี้ดึงดูดแมลงขนาดเล็ก เช่น ริ้น ด้วยกลิ่นที่เย้ายวนใจ และพบว่าทำการย่อยเหยื่อที่ติดกับดักด้วยเอนไซม์ที่ชื่อว่า ฟอสฟาเตส โดยนักวิทยาศาสตร์ได้มีการใช้เทคนิคการติดฉลากไอโซโทป (isotope labeling) ซึ่งวิธีการที่ทำให้เห็นภาพการถ่ายโอนธาตุอาหารไนโตรเจน-15 จากตัวเหยื่อที่เป็นแมลงเข้าสู่ตัวพืช ทำให้พิสูจน์ได้ว่าพืชชนิดนี้กินแมลงเป็นอาหารจริง ไม่ได้เป็นเพียงการป้องกันตัว

ทั้งนี้ ลักษณะของ “ขน” ที่มีความเหนียวบนพืชในสกุล saxifraga เคยทำให้ ชาร์ลส์ ดาร์วิน นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ผู้โด่งดังเกิดข้อสงสัยมาแล้ว ในปี ค.ศ. 1875 โดยดาร์วินได้เสนอแนวคิดว่า พืชชนิด Saxifraga rotundifolia และ S. umbrosa เป็นพืชกินแมลง โดยพิจารณาจากโครงสร้างลักษณะคล้ายขนที่เรียกว่า "ต่อมขน" (glandular trichomes) ที่ได้มีการหลั่งสารเหนียวออกมาและมีลักษณะคล้ายกับขนที่พบในพืชกินแมลงบางชนิดในสมัยนั้น 

อย่างไรก็ตาม การจะเป็นพืชกินแมลงได้นั้น พืชจะต้องมีคุณสมบัติในการล่อ ดักจับ และย่อยแมลง ซึ่งการทดลองของดาร์วินกับพืชสกุล Saxifraga ในสมัยนั้นยังไม่สามารถแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าพืชเหล่านี้มีคุณสมบัติดังกล่าวครบถ้วน แต่วันนี้ผ่านมากว่า 150 ปี นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าข้อสันนิษฐานของดาร์วินนั้นถูกต้อง

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ทางพันธุกรรมช่วยไขความกระจ่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่าง S. candelabrum กับพืชกินแมลงชนิดอื่นที่มีกลไกจับเหยื่อด้วยสารเหนียว และพบว่าพืชเหล่านี้มีชุดยีนที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น การดึงดูดเหยื่อ การย่อย และการดูดซึมสารอาหาร 

แนวโน้มการค้นพบพืชสปีชีส์ใหม่ในอนาคต

เมื่อนักวิทยาศาสตร์ขยายขอบเขตการศึกษาไปยังพืชที่มีกลไกจับเหยื่อรูปแบบอื่น พวกเขาก็พบยีนจำนวนมากในพืชกลุ่มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการย่อยซากแมลง 

แฮง ซุน (Hang Sun) ศาสตราจารย์และผู้อำนวยการสถาบันพฤกษศาสตร์คุนหมิง (Kunming Institute of Botany) แห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences) ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นผู้นำการศึกษานี้ กล่าวว่าข้อมูลดังกล่าวอาจช่วยให้นักพฤกษศาสตร์สามารถระบุพืชกินแมลงชนิดอื่น ๆ ที่เราอาจะมองข้ามไปได้ 

เช่นเดียวกับ ซูซาน ไมเยอร์ส (Susan Myers) นักพฤกษศาสตร์และผู้อำนวยการฝ่ายพืชสวนและการอนุรักษ์แห่ง สวนพฤกษศาสตร์พิทสเบิร์ค (Pittsburgh Botanic Garden) กล่าวว่า รูปแบบการกินแมลงที่แตกต่างกันนั้นวิวัฒนาการขึ้นอย่างอิสระในพืชถึง 14 วงศ์ และเป็นการวิวัฒนาการแบบลู่เข้า (convergent evolution) ซึ่งปัจจุบันมีพืชดอกไม่ต่ำกว่า 350,000 ชนิด และเป็นพืชกินแมลงไปแล้วมากกว่า 750 ชนิด 

ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ดาร์วินตั้งข้อสันนิษฐานถูก

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การคาดการณ์ครั้งแรกของดาร์วินที่ได้รับการพิสูจน์ในภายหลังว่าเป็นเรื่องจริง ก่อนหน้านี้ ดาร์วินได้เห็นกล้วยไม้จากมาดากัสการ์ที่มีรูปทรงคล้ายดาวอย่าง Angraecum sesquipedale ซึ่งมีท่อเก็บน้ำหวานยาวถึง 30 เซนติเมตร เขาได้เขียนบันทึกไว้ในปี ค.ศ. 1862 ว่ากล้วยไม้ชนิดนี้น่าจะผสมเกสรโดยผีเสื้อกลางคืนขนาดใหญ่ที่มีงวงยาวพิเศษ 

แม้ว่าเขาจะไม่เคยพบเห็นแมลงชนิดดังกล่าว และเสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1882 แต่ข้อสันนิษฐานของดาร์วินก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริงในปี ค.ศ. 1903 เมื่อมีการค้นพบผีเสื้อกลางคืนจากมาดากัสการ์สายพันธุ์ Xanthopan morganii praedicta ซึ่งมีงวงยาวคล้ายหลอดดูดน้ำความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร 

ซุนกล่าวว่า การสานต่องานวิจัยจากจุดที่ดาร์วินทิ้งไว้ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่า การวิจัยทางวิทยาศาสตร์นั้น เปรียบเสมือนการวิ่งผลัดที่ดำเนินต่อเนื่องข้ามผ่านยุคสมัยต่าง ๆ เขากล่าวเสริมว่า สิ่งนี้ช่วยให้เราตระหนักถึงคุณค่าของการสืบทอดองค์ความรู้ทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานวิจัยพื้นฐานด้านวิวัฒนาการของพืชที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

ไมเยอร์สยังเสริมอีกว่า การค้นพบว่าพืชชนิด S. candelabrum เป็นพืชกินแมลงนั้น ยังช่วยเตือนใจเราด้วยว่าพืชพรรณต่างๆ เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าประหลาดใจ และยังมีแง่มุมอีกมากมายเกี่ยวกับพวกมันที่รอการค้นพบ

“เราเพิ่งจะเริ่มต้นทำความเข้าใจองค์ความรู้ทางพฤกษศาสตร์เพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น” 

ที่มาข้อมูล : CNN, Nature

ที่มารูปภาพ : CNN, Nature

แท็กบทความ

พืชกินแมลง
ชาร์ลส์ดาร์วิน
ข่าววิทยาศาสตร์การค้นพบใหม่
พันธุศาสตร์