“Apple” เจอปัญหาเอกสารลับหลุดไป “OpenAI” หลังพนักงานลาออก แต่ยังเข้า “iCloud” ได้

Share on Line Share on Facebook Share on X
“Apple” เจอปัญหาเอกสารลับหลุดไป “OpenAI” หลังพนักงานลาออก แต่ยังเข้า “iCloud” ได้

คดีฟ้องร้องระหว่าง Apple และ OpenAI กลายเป็นประเด็นร้อนที่ดึงความสนใจมายังระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลภายใน เมื่อมีรายงานว่าอดีตพนักงาน Apple จำนวนหนึ่งยังคงเข้าถึงเอกสารลับของบริษัทได้ผ่านบัญชี iCloud ส่วนตัว แม้จะลาออกไปแล้วก็ตาม

สรุปข่าว

คดีฟ้องร้องระหว่าง Apple และ OpenAI กลายเป็นประเด็นร้อนที่ดึงความสนใจมายังระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลภายใน เมื่อมีรายงานว่าอดีตพนักงาน Apple จำนวนหนึ่งยังคงเข้าถึงเอกสารลับของบริษัทได้ผ่านบัญชี iCloud ส่วนตัว แม้จะลาออกไปแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม Apple ชี้แจงกับ The Information ว่า คดีฟ้องร้องดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับเอกสารที่แชร์หรือจัดเก็บใน iCloud และบริษัทไม่มีนโยบายดำเนินคดีกับอดีตพนักงานเพียงเพราะมีไฟล์ลับตกค้างในบัญชีส่วนตัวโดยหลงลืม

คดีฟ้องร้องระหว่าง Apple และ OpenAI กลายเป็นประเด็นร้อนที่ดึงความสนใจมายังระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลภายใน เมื่อมีรายงานว่าอดีตพนักงาน Apple จำนวนหนึ่งยังคงเข้าถึงเอกสารลับของบริษัทได้ผ่านบัญชี iCloud ส่วนตัว แม้จะลาออกไปแล้วก็ตาม

อดีตพนักงานแฉช่องโหว่ความปลอดภัยสำคัญ

กลุ่มอดีตพนักงาน Apple ได้เปิดเผยกับสื่อ The Information ว่า เอกสารที่เคยถูกแชร์ให้พวกเขาระหว่างทำงานยังคงเข้าถึงได้ แม้ทางบริษัท จะยกเลิกการสิทธิ์เข้าถึงระบบองค์กรไปแล้วก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น บางคนยังคงได้รับแจ้งเตือนเมื่อไฟล์เหล่านั้นมีการอัปเดต โดยเอกสารหลุดดังกล่าวครอบคลุมถึงข้อมูลสำคัญอย่างแผนการจัดงานเปิดตัวสินค้า ซึ่งอดีตพนักงานย้ำว่าไม่ได้พยายามถือครองสิทธิ์ แต่ไฟล์กลับปะปนอยู่ใน iCloud ส่วนตัวโดยไม่ตั้งใจ

ต้นตอของปัญหานี้เกิดจากนโยบายสนับสนุนให้พนักงานเชื่อมต่อบัญชี Apple ID ส่วนตัวเข้ากับพื้นที่เก็บข้อมูล iCloud ที่บริษัทออกค่าใช้จ่ายให้ โดยมอบความจุสูงถึง 2TB และอนุญาตให้รวมเข้ากับแพ็กเกจส่วนตัวเดิมได้ 

รูปแบบดังกล่าวส่งผลให้ไฟล์งานบางส่วนไปอยู่ในบัญชีที่ Apple ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด และเอกสารใดก็ตามที่ไม่ได้จัดเก็บอยู่ในโฟลเดอร์สำหรับทำงานโดยเฉพาะ จะยังคงค้างอยู่ในระบบแม้พนักงานจะคืนเครื่องคอมพิวเตอร์และลาออกไปแล้ว

วิกฤต offboarding เมื่อ Apple ID ส่วนตัวผูกติดเรื่องงาน

นอกจากนี้ พนักงาน Apple ยังใช้แอปพลิเคชันอย่าง Pages และ Keynote ในการทำงานร่วมกัน ซึ่งเปิดให้เพื่อนร่วมงานแชร์ไฟล์ตรงไปยัง บัญชี Apple ID ส่วนตัวได้ตลอดช่วงเวลาที่ทำงาน แม้พนักงานจะสร้างบัญชีสำหรับทำงานแยกต่างหากได้ แต่ระบบปฏิบัติการ iPhone รองรับ Apple ID หลักเพียงบัญชีเดียวสำหรับการเข้าถึง iCloud เต็มรูปแบบ ทำให้พนักงานที่ต้องการแยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกจากกันอย่างเด็ดขาดจำเป็นต้องถืออุปกรณ์เครื่องที่สอง

ด้วยเหตุนี้พนักงานส่วนใหญ่จึงเลือกผูกบัญชีเดิมเข้ากับแพ็กเกจของบริษัทเพื่อความสะดวกในการใช้อุปกรณ์เครื่องเดียว แต่นั่นกลับทำให้การคัดแยกเอกสารลับเมื่อลาออกจากบริษัททำได้ยากยิ่งขึ้น

ระบบ Apple Work folder ที่ออกมาเพื่อควบคุม

ช่วงปลายทศวรรษ 2010 Apple เคยนำระบบ "Apple Work folder" มาใช้เพื่อเพิ่มอำนาจควบคุมไฟล์งานใน iCloud ของพนักงาน ซึ่งโฟลเดอร์ดังกล่าวจะหายไปทันทีที่พนักงานคืนบัตรประจำตัว แต่ปัญหาก็คือ ไม่ใช่ทุกไฟล์จะถูกจัดเก็บลงในโฟลเดอร์นี้โดยอัตโนมัติ เอกสารที่แชร์นอกโฟลเดอร์ทำงานจึงยังคงซิงก์อยู่ท่ามกลางรูปภาพและไฟล์ส่วนตัวต่อไป

นอกจากนี้ ในอดีต Apple ยังพึ่งพา iMessage เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารและส่งไฟล์งานก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ Slack ในปี 2019 ทำให้อดีตพนักงานยังคงเก็บประวัติการสนทนาและไฟล์แนบเก่า ๆ ใน iMessage ไว้ได้ ในขณะที่สิทธิ์การเข้าถึง Slack จะถูกยกเลิกทันทีที่ลาออก 

ทั้งนี้ บริษัทจะตรวจสอบอุปกรณ์อย่างเข้มงวดเฉพาะกับผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น ส่วนพนักงานทั่วไปอาจได้รับการตรวจที่ผ่อนคลายกว่า เปิดโอกาสให้ไฟล์นอกระบบควบคุมเล็ดลอดไปได้

Apple แยกแยะชัดเจน ระหว่าง "หลุดโดยอุบัติเหตุ" กับ "เจตนาโจรกรรม"

ข้อมูลหลุดระลอกนี้เปิดเผยขึ้นหลังจาก Apple ยื่นฟ้อง OpenAI รวมถึงอดีตพนักงานสองราย คือ ชาง หลิว (Chang Liu) และ ถัง ทัน (Tang Tan)  เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยกล่าวหาว่าจำเลยตั้งใจขโมยความลับทางการค้าเพื่อช่วย OpenAI ในการพัฒนาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์แข่งกับ Apple

คำฟ้องระบุว่า Liu ได้เก็บเครื่องแล็ปท็อปของ Apple ไว้ และใช้วิธีเจาะผ่านช่องโหว่ความปลอดภัยเพื่อเข้าถึงโฟลเดอร์เครือข่ายส่วนกลางหลังลาออก แล้วดาวน์โหลดไฟล์ฮาร์ดแวร์ลับไปหลายสิบไฟล์ ส่วน Tan ถูกกล่าวหาว่าส่งอีเมลเอกสารลับเข้าหาตัวเองก่อนลาออก และพยายามขอข้อมูลจากพนักงาน Apple ที่เขากำลังดึงตัวไปร่วมงาน ทั้งสองกรณีถือเป็นพฤติกรรมเจตนา ซึ่งต่างจากการเข้าถึงไฟล์โดยอุบัติเหตุของอดีตพนักงานคนอื่น ๆ

OpenAI ออกโรงปฏิเสธ

ทางด้าน OpenAI ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาขโมยความลับทางการค้าและระบุว่าไม่พบหลักฐานสนับสนุนคำฟ้อง ขณะที่ Apple ชี้แจงกับ The Information ว่า คดีฟ้องร้องดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับเอกสารที่แชร์หรือจัดเก็บใน iCloud และบริษัทไม่มีนโยบายดำเนินคดีกับอดีตพนักงานเพียงเพราะมีไฟล์ลับตกค้างในบัญชีส่วนตัวโดยหลงลืม

อย่างไรก็ตาม ก่อนการยื่นฟ้องจะเกิดขึ้น อดีตพนักงาน Apple บางคนที่ย้ายไปทำงานกับ OpenAI เคยได้รับหนังสือเตือนทางกฎหมายว่าพวกเขายังคงครอบครองข้อมูลลับของบริษัทอยู่ โดย Apple อ้างว่าปัจจุบันมีอดีตพนักงานของตนย้ายไปทำงานที่ OpenAI แล้วมากกว่า 400 คน

ที่มาข้อมูล : appleinsider.com 9to5mac.com macrumors.com

ที่มารูปภาพ : Photo by Bangyu Wang on Unsplash