
แอนดี กรีน (Andy Green) เจ้าของสถิติความเร็วบนทางบกและอดีตผู้บังคับการฝูงบินแห่งกองทัพอากาศอังกฤษ เตรียมหวนคืนสู่ลานเกลือ บอนเนวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อขับรถแข่งพลังงานไฮโดรเจนลุยภารกิจสร้างสถิติความเร็วระลอกใหม่ ให้กับ เจซีบี (JCB) ผู้ผลิตเครื่องจักรกลหนักรายใหญ่จากสหราชอาณาจักร
สรุปข่าว
แอนดี กรีน (Andy Green) เจ้าของสถิติความเร็วบนทางบกและอดีตผู้บังคับการฝูงบินแห่งกองทัพอากาศอังกฤษ เตรียมหวนคืนสู่ลานเกลือ บอนเนวิลล์ (Bonneville Salt Flats) รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อขับรถแข่งพลังงานไฮโดรเจนลุยภารกิจสร้างสถิติความเร็วระลอกใหม่ ให้กับ เจซีบี (JCB) ผู้ผลิตเครื่องจักรกลหนักรายใหญ่จากสหราชอาณาจักร
ยานยนต์ไฮโดรเจน 1,600 แรงม้า จากกลไกเครื่องจักรกลหนัก
ในการทดสอบครั้งนี้ เขาจะทำหน้าที่ขับรถพลังไฮโดรเจน ไฮโดรแมกซ์ (Hydromax) รถแข่งความยาว 32 ฟุต หรือเกือบ 10 เมตร ซึ่งติดตั้งเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในพลังงานไฮโดรเจนจำนวน 2 เครื่อง ที่ได้รับการดัดแปลงมาจากเครื่องยนต์ของเครื่องจักรกลก่อสร้าง ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 1,600 แรงม้า (bhp)
โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ไฮโดรแมกซ์ (Hydromax) ได้ผ่านการทดสอบสมรรถนะเบื้องต้น ณ ฐานทัพอากาศ RAF Wittering ในอังกฤษ และสามารถทำความเร็วแตะ 208 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราว 335 กม./ชม. ได้สำเร็จ
การหวนคืนสนามของ แอนดี กรีน (Andy Green) ในครั้งนี้เกิดขึ้นในวาระครบรอบ 20 ปี หลังจากที่เขาเคยสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับ เจซีบี (JCB) ด้วยการขับรถ เจซีบี ดิเซลแมกซ์ (JCB Dieselmax) ทำสถิติความเร็วรถเครื่องยนต์ดีเซลที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) ด้วยความเร็ว 350.092 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราว 563 กม./ชม. ซึ่งเป็นสถิติที่ยังคงยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ กรีนยังเป็นเจ้าของสถิติความเร็วสูงสุดบนทางบกของโลก (World Land Speed Record) จากการขับรถ ทรัสต์เอสเอสซี (ThrustSSC) ทำความเร็วได้ถึง 763.035 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราว 1,228 กม./ชม. ในปี 1997 ส่งผลให้เขาเป็นมนุษย์คนแรกและคนเดียวในโลก ที่ครองสถิติการขับยานพาหนะบนทางบกทำลายกำแพงเสียงได้สำเร็จอีกด้วย
เดิมพัน 100 ล้านปอนด์ กับอนาคตพลังงานทางเลือก
ภารกิจท้าสถิติความเร็วในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขความเร็วเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีนำเสนอเดิมพันทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ของบริษัท เจซีบี (JCB) ที่ได้ทุ่มเงินลงทุนไปกว่า 100 ล้านปอนด์ หรือราว 4,600 ล้านบาท ในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์เผาไหม้ไฮโดรเจน
เจซีบี (JCB) มองว่า แม้ระบบแบตเตอรี่ไฟฟ้า (EV) จะทำงานได้ดีในยานพาหนะหรือเครื่องจักรขนาดเล็ก แต่กลับไม่เหมาะสมกับเครื่องจักรกลขนาดใหญ่ เช่น รถขุด รถตัก หรือรถไถการเกษตร ที่ต้องการพลังงานสูง ทำงานต่อเนื่องได้นานหลายชั่วโมง และต้องเติมเชื้อเพลิงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งบ่อยครั้งเครื่องจักรเหล่านี้ต้องทำงานในพื้นที่ห่างไกลและขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับชาร์จไฟฟ้า
โดยข้อได้เปรียบของเครื่องยนต์เผาไหม้ไฮโดรเจน คือสามารถเติมเชื้อเพลิงเต็มถังได้ภายในเวลาไม่กี่นาที และมีกลไกโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ดีเซลเดิม ทำให้ง่ายต่อการเปลี่ยนผ่าน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเชิงบวกยังคงขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตไฮโดรเจนว่าเป็นพลังงานสะอาดมากน้อยเพียงใด รวมถึงความพร้อมของระบบขนส่งเชื้อเพลิงในอนาคต
กำหนดการทำสถิติ
สำหรับกำหนดการทำสถิติครั้งใหม่ ในงาน Bonneville Speed Week มีกำหนดเริ่มต้นขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมนี้ โดยการวิ่งทำสถิติความเร็วอย่างเป็นทางการของ ไฮโดรแมกซ์ (Hydromax) จะจัดขึ้นในวันที่ 11 สิงหาคม ที่จะถึงนี้
- JCB เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ ส่ง “Hydromax” รถพลังงานไฮโดรเจน ล่าความเร็วเกิน 563 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- แก๊สที่เกิดในลำใส้ ดีต่อสุขภาพทางเดินอาหาร
- NATO ทดสอบเทคโนโลยีโดรน รับมือภัยคุกคามใหม่ในน่านน้ำยุโรป
- แนวคิดรถในอนาคต ขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนจากระบบบำบัดน้ำเสีย
- จีนจ่อขึ้นเบอร์ 1 ของโลกด้านกำลังการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว ทุกประเทศรวมกันยังไม่สู้ !
ที่มาข้อมูล : reutersconnect.com
ที่มารูปภาพ : JCB
