ITER ติดตั้งแกนเตาปฏิกรณ์ฟิวชันโมดูล 6 สำเร็จ ล้ำหน้าแผน 6 เดือน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ITER ติดตั้งแกนเตาปฏิกรณ์ฟิวชันโมดูล 6 สำเร็จ ล้ำหน้าแผน 6 เดือน

วันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทีมช่างประกอบ ณ ศูนย์วิจัยเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน ITER ประสบความสำเร็จในการหย่อนโมดูลส่วนที่ 6 ของเตาปฏิกรณ์แบบโทคาแมค (Tokamak) ความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้โครงสร้างแกนกลางรูปทรงโดนัทของเครื่องจักรเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วถึงสองในสาม และที่สำคัญคือสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นก่อนกำหนดการเบื้องต้นของโครงการถึงเกือบ 6 เดือน

สรุปข่าว

โครงการพลังงานสะอาด ITER ประสบความสำเร็จขั้นสูงในการติดตั้งโมดูลแกนกลางที่ 6 น้ำหนัก 1,100 ตันลงสู่ฐานเตาปฏิกรณ์อย่างปลอดภัย ความสำเร็จนี้ทำให้โครงสร้างเตาโทคาแมคเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วสองในสาม และช่วยร่นระยะเวลาดำเนินงานให้ล้ำหน้ากว่ากำหนดการเดิมถึง 6 เดือน

วันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทีมช่างประกอบ ณ ศูนย์วิจัยเตาปฏิกรณ์ฟิวชัน ITER ประสบความสำเร็จในการหย่อนโมดูลส่วนที่ 6 ของเตาปฏิกรณ์แบบโทคาแมค (Tokamak) ความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้โครงสร้างแกนกลางรูปทรงโดนัทของเครื่องจักรเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วถึงสองในสาม และที่สำคัญคือสามารถดำเนินการเสร็จสิ้นก่อนกำหนดการเบื้องต้นของโครงการถึงเกือบ 6 เดือน

ปฏิบัติการทางวิศวกรรมขั้นสูงที่ต้องใช้ความแม่นยำระดับมิลลิเมตร

กระบวนการหย่อนโครงสร้างโมดูลลงสู่หลุมเตาปฏิกรณ์เป็นความท้าทายทางวิศวกรรมที่ต้องใช้เครนยกปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 30 ชั่วโมง โดยตัวโมดูลมีน้ำหนักประมาณ 1,100 ตัน และเมื่อรวมกับอุปกรณ์ช่วยยกแบบพิเศษเฉพาะทาง น้ำหนักรวมที่แขวนอยู่บนเครนจึงสูงถึงเกือบ 1,400 ตัน โครงสร้างดังกล่าวถูกเคลื่อนย้ายออกจากโถงประกอบ (Assembly Hall) ลงสู่หลุมอย่างปลอดภัยด้วยระบบควบคุมตำแหน่งอย่างต่อเนื่องเพื่อจัดการกับน้ำหนักมหาศาล

ก่อนที่จะนำโครงสร้างลงสู่หลุมเตาปฏิกรณ์ ช่างเทคนิคต้องนำชิ้นส่วนประกอบขนาดใหญ่ 3 ชิ้นมาบูรณาการรวมเป็นหน่วยเดียวกันภายในโถงประกอบเสียก่อน ขั้นตอนนี้ประกอบด้วยการนำส่วนของถังสุญญากาศ (Vacuum vessel) แบบผนังคู่ชั้นน้ำหนัก 440 ตัน วางอยู่ระหว่างขดลวดแม่เหล็ก (Toroidal field coils) ที่มีน้ำหนักชิ้นละประมาณ 310 ตัน จำนวนสองชิ้น พร้อมกับติดตั้งแผ่นป้องกันความร้อน โดยวิศวกรต้องจัดตำแหน่งทุกชิ้นส่วนให้มีความแม่นยำในระดับมิลลิเมตรระหว่างการประกอบเบื้องต้น เพื่อให้มั่นใจว่าทุกชิ้นส่วนจะสามารถสวมเข้าด้วยกันได้อย่างพอดีเมื่อถูกนำไปวางในโพรงเตาปฏิกรณ์

บทบาทและโครงสร้างของเตาปฏิกรณ์ 

ถังสุญญากาศนี้ทำหน้าที่เป็นขอบเขตหลักในการกักเก็บพลาสมาฟิวชันภายในเตาปฏิกรณ์ เมื่อคนงานจัดวางโมดูลครบทั้ง 9 ชิ้นลงในหลุม ทีมเทคนิคจะเริ่มการเชื่อมแต่ละส่วนเข้าด้วยกันเพื่อสร้างห้องรูปทรงคล้ายโดนัทที่ต่อเนื่องกัน

เมื่อประกอบเสร็จสมบูรณ์ โครงสร้างสเตนเลสสตีลแบบผนังคู่นี้จะมีความกว้างถึง 19 เมตร สูง 11 เมตร และมีน้ำหนักรวมประมาณ 5,200 ตัน บริเวณช่องว่างระหว่างผนังทั้งสองชั้นจะใช้สำหรับบรรจุน้ำหล่อเย็นและวัสดุกำบังรังสี อีกทั้งโครงสร้างนี้ยังใช้สำหรับรองรับอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ให้ความร้อน ตรวจวัด และควบคุมพลาสมาอีกด้วย

การปรับปรุงกระบวนการทำงานจนก้าวล้ำกำหนดการ 

ทีมประกอบได้ดำเนินการติดตั้งโมดูลแกนกลางเหล่านี้ตามลำดับมาตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2025 โดยทีมงานหน้างานได้รวบรวมประสบการณ์จากการยกติดตั้งในแต่ละรอบ นำมาปรับปรุงเพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น มีการประสานงานที่แข็งแกร่งขึ้น และมีขั้นตอนการทำงานที่คาดการณ์ได้แม่นยำขึ้น การปรับปรุงด้านการประกอบเหล่านี้ช่วยให้ผู้จัดการโครงการสามารถร่นเป้าหมายกำหนดการแล้วเสร็จของโมดูลชิ้นสุดท้ายจากเดือนธันวาคม ปี 2027 เข้ามาเป็นช่วงกลางปี 2027 ได้ โดยที่ทีมงานยังคงมองหาแนวทางเพื่อลดระยะเวลาให้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก 

ความร่วมมือระดับนานาชาติ 

สำหรับโมดูลที่ 6 นี้ใช้ชิ้นส่วนถังสุญญากาศหมายเลขหนึ่งเป็นแกนกลาง ซึ่งถือเป็นชิ้นที่ 4 และชิ้นสุดท้ายที่รับผิดชอบการผลิตโดยเกาหลีใต้ ภายใต้การแบ่งความรับผิดชอบในการผลิตของโครงการนี้ เกาหลีใต้เป็นผู้ผลิตถังสุญญากาศจำนวน 4 ส่วน ในขณะที่ผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมของยุโรปรับผิดชอบอีก 5 ส่วนที่เหลือ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ตัวแทนจากเกาหลีใต้และองค์กร ITER ได้มารวมตัวกันในงาน "ITER Korean Fusion Day" เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของโครงการผลิตถังสุญญากาศของเกาหลีใต้ และการมีส่วนร่วมในโครงการ ITER ได้มอบเทคนิคการผลิตขั้นสูงและประสบการณ์การทำงานร่วมกันระดับนานาชาติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมฟิวชันของเกาหลีในอนาคต  

ที่มาข้อมูล : ITER, Interestingengineering

ที่มารูปภาพ : ITER, Interestingengineering

แท็กบทความ

ITERTokamak
FusionEnergy
CleanEnergy
NuclearFusion