
นี่อาจเป็นก้าวสำคัญของวงการพลังงานสะอาด เมื่อทุ่นผลิตพลังงานคลื่นใต้น้ำรุ่น C4 ของบริษัท CorPower Ocean จากประเทศสวีเดน ได้รับใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบจาก DNV ซึ่งเป็นสถาบันรับรองด้านพลังงานนอกชายฝั่งระดับแนวหน้าที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ทำให้ C4 กลายเป็นอุปกรณ์แปลงพลังงานคลื่นเครื่องแรกของโลกที่ได้รับใบรับรองนี้
โดยหลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวดนานถึง 7 ปี ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเบื้องต้น ความทนทานต่อความล้าของโครงสร้าง กระบวนการผลิต ไปจนถึงการทดสอบเอาตัวรอดจากพายุในสภาวะจริง
โดยหลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวดนานถึง 7 ปี ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเบื้องต้น ความทนทานต่อความล้าของโครงสร้าง กระบวนการผลิต ไปจนถึงการทดสอบเอาตัวรอดจากพายุในสภาวะจริง
สรุปข่าว
ทุ่นพลังงานคลื่น C4 จากสวีเดน ผ่านการรับรองความปลอดภัยระดับโลกเป็นครั้งแรก หลังพิสูจน์ความทนทานด้วยการเอาตัวรอดจากพายุคลื่นยักษ์สูง 18.5 เมตรได้สำเร็จ
บริษัทเตรียมเดินหน้าสร้างฟาร์มพลังงานคลื่นเชิงพาณิชย์ เพื่อจ่ายไฟฟ้าที่เสถียรตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยลดการพึ่งพาแบตเตอรี่สำรองในอนาคต
นี่อาจเป็นก้าวสำคัญของวงการพลังงานสะอาด เมื่อทุ่นผลิตพลังงานคลื่นใต้น้ำรุ่น C4 ของบริษัท CorPower Ocean จากประเทศสวีเดน ได้รับใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบจาก DNV ซึ่งเป็นสถาบันรับรองด้านพลังงานนอกชายฝั่งระดับแนวหน้าที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ทำให้ C4 กลายเป็นอุปกรณ์แปลงพลังงานคลื่นเครื่องแรกของโลกที่ได้รับใบรับรองนี้
โดยหลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวดนานถึง 7 ปี ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเบื้องต้น ความทนทานต่อความล้าของโครงสร้าง กระบวนการผลิต ไปจนถึงการทดสอบเอาตัวรอดจากพายุในสภาวะจริง
โดยหลังจากผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มงวดนานถึง 7 ปี ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเบื้องต้น ความทนทานต่อความล้าของโครงสร้าง กระบวนการผลิต ไปจนถึงการทดสอบเอาตัวรอดจากพายุในสภาวะจริง
การทำงานของทุ่ม C4 คล้ายหัวใจเทียม
ทุ่นมีลักษณะการทำงานและเทคโนโลยีหัวใจเทียม ทุ่น C4 มีรูปทรงคล้ายหยดน้ำ ขนาดความกว้าง 9 เมตร ความสูง 18 เมตร และมีน้ำหนักราว 100 ตัน ระบบการทำงานจะถูกยึดไว้กับพื้นทรายใต้ทะเลด้วยสายเคเบิลรับแรงดึง เมื่อคลื่นซัดทุ่นให้ลอยขึ้น สายเคเบิลจะดึงทุ่นกลับลงมาด้วยแรงที่เท่ากัน (คล้ายหนังยางที่ถูกดึงและดีดกลับ) ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแรงนี้จะไปหมุนชุดล้อและกระปุกเกียร์เพื่อขับเคลื่อนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และส่งกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่ฝั่งผ่านสายเคเบิลใต้น้ำ
ความอัจฉริยะของทุ่น C4 อยู่ที่ระบบควบคุมที่เรียกว่า "WaveSpring" ซึ่งทำงานโดยเลียนแบบจังหวะการสูบฉีดเลือดของลิ้นหัวใจมนุษย์ ระบบนี้จะทำหน้าที่เสมือนสปริงที่ช่วยขยายจังหวะการเคลื่อนที่ของทุ่น โดยในวันที่มีคลื่นลมสงบ คลื่นที่สูงเพียง 1 เมตรจะสามารถขยายแรงให้ทุ่นเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ถึง 3 เมตร ซึ่งช่วยเพิ่มพลังงานที่เก็บเกี่ยวได้ถึงสามเท่า ในทางกลับกัน เมื่อเผชิญกับพายุรุนแรง ระบบนี้จะคลายตัวเพื่อให้ทุ่นปล่อยคลื่นผ่านไปโดยมีแรงต้านน้อยที่สุด ช่วยให้ทุ่นสามารถรอดพ้นจากคลื่นยักษ์ได้โดยที่โครงสร้างไม่ได้รับความเสียหาย


บทพิสูจน์จากการใช้งานจริงกลางมหาสมุทร
ทุ่นต้นแบบ C4 ได้ถูกนำไปติดตั้งเพื่อทดสอบการใช้งานจริงนอกชายฝั่งเมือง อากูซาโดรา (Aguçadoura) ทางตอนเหนือของประเทศโปรตุเกสตั้งแต่ปี 2023 ทุ่นถูกติดตั้งห่างจากฝั่ง 4 กิโลเมตร ที่ระดับความลึกของก้นทะเล 45 เมตร ตลอดรอบการทดสอบ ทุ่นสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ จ่ายไฟเข้าสู่ระบบโครงข่ายของโปรตุเกส และสามารถเอาตัวรอดจากพายุในมหาสมุทรแอตแลนติกได้สำเร็จ รวมถึงคลื่นที่มีความสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 18.5 เมตรในช่วงพายุโดมิงกุช (Domingos) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2023 โดยไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ซึ่งความสำเร็จนี้ คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ DNV อนุมัติใบรับรองความปลอดภัย
ก้าวต่อไปสู่อนาคตพลังงานเชิงพาณิชย์
แพทริค โมลเลอร์ (Patrik Möller) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ CorPower Ocean ระบุว่าความสำเร็จครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ "พลังงานคลื่น" เปลี่ยนสถานะจากเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มดี กลายเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วและคุ้มค่าต่อการลงทุน
แผนธุรกิจในอนาคตของบริษัทคือการสร้างเครือข่ายทุ่นผลิตพลังงาน หรือ "CorPacks" ที่นำทุ่นหลายสิบลูกมาทำงานร่วมกันเพื่อผลิตไฟฟ้าให้ได้ในระดับร้อยเมกะวัตต์ ซึ่งจะเพียงพอสำหรับจ่ายไฟให้หลายแสนครัวเรือน ขณะนี้บริษัทกำลังเตรียมแผนสร้างฟาร์มพลังงานคลื่นเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในโปรตุเกสและสกอตแลนด์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจ่ายไฟได้ภายในปี 2027-2029
ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของพลังงานคลื่นเมื่อเทียบกับพลังงานลมหรือแสงอาทิตย์คือ ความสม่ำเสมอในการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากคลื่นในมหาสมุทรเกิดจากระบบสภาพอากาศที่ก่อตัวขึ้นหลายวันและซัดเข้าหาฝั่งตลอด 24 ชั่วโมง การผลิตไฟฟ้าที่สม่ำเสมอนี้จะช่วยให้ฟาร์มพลังงานคลื่นกลายเป็นแหล่งความเสถียรของระบบไฟฟ้า (Grid) และช่วยลดความจำเป็นในการพึ่งพาระบบแบตเตอรี่สำรองกักเก็บพลังงานได้ในอนาคต
- “ยุโรป” หวังพึ่งพลังงานสะอาด มุ่งเปลี่ยนผ่านเต็มรูปแบบ ลดใช้ฟอสซิลรับมือโลกเดือด
- หัวเว่ย เปิดตัวโซลูชันพลังงานอัจฉริยะ 4 กลุ่ม ในงาน ASIA Sustainable Energy Week 2026
- "คลัง" เตรียมมาตรการ หนุนประชาชนใช้ EV เผยข้อเสนอสรรพสามิตใกล้สรุป
- จีนมุ่งสู่ Net Zero ไม่รอใคร คุมเข้ม 9 อุตสาหกรรมใหญ่ ลดปล่อยคาร์บอนครั้งประวัติศาสตร์
ที่มาข้อมูล : CorPower Ocean
ที่มารูปภาพ : CorPower Ocean
