ในยุคที่อธิปไตยทางทะเลและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานกลายเป็นความมั่นคงระดับยุทธศาสตร์ ยุโรปกำลังเดินหน้าลงทุนในเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
สรุปข่าว
ในยุคที่อธิปไตยทางทะเลและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานกลายเป็นความมั่นคงระดับยุทธศาสตร์ ยุโรปกำลังเดินหน้าลงทุนในเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
เรือขนส่งสินค้าที่แล่นด้วยก๊าซธรรมชาติเหลว LNG
ล่าสุด ซีเอ็มเอ ซีจีเอ็ม (CMA CGM) กลุ่มบริษัทขนส่งทางเรือยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับการค้าทางทะเลของยุโรปด้วยการเปิดตัว นอเทรอดาม (Notre Dame) เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ขับเคลื่อนด้วยก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นเรือลำแรกจากกองเรือใหม่ ที่จะเข้ามาปฏิบัติการในเส้นทางเดินเรือหลักระหว่างเอเชียและยุโรป
เรือบรรทุกสินค้าลำนี้ มีความยาวเกือบ 400 เมตร หรือประมาณความยาวของสนามฟุตบอล 4 สนาม และมีความกว้างกว่า 62 เมตร สามารถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ได้มากถึง 24,000 ตู้ ขับเคลื่อนด้วยก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และเป็นเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ใช้เชื้อเพลิงชนิดนี้
ในการเดินทางมุ่งหน้าสู่เอเชีย เรือลำนี้จะบรรทุกสินค้าประเภทเคมีภัณฑ์ อาหาร ไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เวชภัณฑ์ เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม รวมถึงสินค้าหรูหรา ส่วนในเที่ยวกลับสู่ยุโรป จะเปลี่ยนมาขนส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และสินค้าอุปโภคบริโภค
ซึ่งการประเมินมูลค่าสินค้าที่อยู่บนเรือในแต่ละเที่ยวอาจสูงถึง 2,500,000,000 - 3,000,000,000 ยูโร หรือราว 95,000 - 114,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าที่ผสมผสานกันในรอบนั้นๆ
เรือลำแรกจากทั้งหมด 10 ลำที่จะตามมา
เรือ ซีเอ็มเอ ซีจีเอ็ม นอเทรอดาม (CMA CGM Notre Dame) ถือเป็นเรือลำแรกจากทั้งหมด 10 ลำ ในกลุ่มเรือบรรทุกคอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่พิเศษ (Ultra-large Container Ships) ที่จะติดธงชาติฝรั่งเศส โดยเรือลำที่เหลือมีกำหนดส่งมอบระหว่างปี 2026 ถึงเดือนมกราคม 2028
ทาง ซีเอ็มเอ ซีจีเอ็ม (CMA CGM) ระบุว่าการขยายขีดความสามารถในเส้นทางเอเชีย-ยุโรปมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ต่อความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงที่ผ่านมาได้เผยให้เห็นถึงความเปราะบางของการค้าโลก ที่อาศัยการเดินเรือผ่านทางช่องแคบสำคัญต่าง ๆ ซึ่งเป็นรากฐานของการค้าระหว่างประเทศ
ในแง่ของเทคโนโลยีและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรือลำนี้มาพร้อมกับคุณสมบัติที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการลดมลพิษ ด้วยการใช้ก๊าซ LNG ที่ สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราวร้อยละ 20–25 ลดไนโตรเจนออกไซด์ได้สูงสุดร้อยละ 85 และลดฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ประมาณร้อยละ 95 เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงแบบเดิม
เครื่องยนต์ขนาด 80,000 แรงม้าของเรือถูกออกแบบมาให้รองรับ Bio-LNG และ E-LNG สังเคราะห์ได้ทันที เมื่อเชื้อเพลิงเหล่านี้พร้อมในเชิงพาณิชย์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050
เรือลำนี้ ยังมีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ปรับเส้นทางเดินเรือแบบเรียลไทม์ จำลองโมเดลเรือเสมือนจริง (Digital Twins) และเลือกเส้นทางที่ประหยัดพลังงานที่สุด ซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้ถึง 600,000 ตันต่อปี เมื่อคิดรวมทั้งกองเรือ
แม้ว่าเรือลำนี้ จะถูกต่อขึ้นในประเทศจีน แต่การเลือกใช้ความเชี่ยวชาญและจดทะเบียนภายใต้ธงชาติฝรั่งเศส ถือเป็นสัญลักษณ์ในการตอกย้ำความเป็นมหาอำนาจทางทะเล สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอันแรงกล้าว่าฝรั่งเศสจะต้องยืนหยัดในฐานะมหาอำนาจทางทะเลที่ยิ่งใหญ่ของโลกต่อไป
- “จีน” ทดสอบ “เรือขนส่งอัจฉริยะ” 5,000 ตัน ล่องฉลุยลำแรกบนคลองผิงลู่
- ศึกอิหร่านเขย่า LNG โลก ไทยเร่งพึ่งก๊าซสหรัฐฯ รับมือความเสี่ยงพลังงาน
- มรสุมของจริง! "เรือขนส่งสินค้า" ฝ่าวิกฤตราคาน้ำมัน แบกต้นทุนเพิ่ม 400 ล้านดอลลาร์ต่อวัน สัญญาณอันตราย "เศรษฐกิจโลก"
- กาตาร์ขอร้องทุกประเทศ ออกห่างจากแหล่งพลังงาน หลังโรงงานถูกโจมตีกระทบการส่งออก LNG
- NATO ทดสอบเทคโนโลยีโดรน รับมือภัยคุกคามใหม่ในน่านน้ำยุโรป
ที่มาข้อมูล : euronews.com news.afp.com
ที่มารูปภาพ : JUSTIN DAVIS / AFPTV / AFP
