"Ericsson" เผยผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกทะลุ 3 พันล้านราย ส่วน "Uplink" โตก้าวกระโดด

Share on Line Share on Facebook Share on X
"Ericsson" เผยผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกทะลุ 3 พันล้านราย ส่วน "Uplink" โตก้าวกระโดด

รายงาน Ericsson Mobility Report (EMR) ฉบับเดือนมิถุนายน 2569 เผยไตรมาสแรกปีนี้ มียอดผู้ใช้บริการ 5G บนเครือข่ายมือถือทั่วโลกสูงทะลุ 3 พันล้านราย ขณะที่การเปิดตัวบริการเชิงพาณิชย์ในรูปแบบ Network Slicing บนเครือข่าย 5G Standalone (SA) ของผู้ให้บริการด้านการสื่อสารยังเติบโตสูง นอกจากนี้ยังพบว่าในผู้ให้บริการหลาย ๆ รายอัตราการเติบโตของปริมาณการรับ-ส่งข้อมูลแบบ Uplink พุ่งแซงหน้า Downlink แล้ว

สรุปข่าว

รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับเดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่า ยอดผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกในไตรมาสแรกของปีพุ่งทะลุ 3.1 พันล้านราย และคาดว่าจะแตะ 6.4 พันล้านรายภายในปี 2574 โดยแนวโน้มพฤติกรรมการใช้งานเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างเอง (UGC) ส่งผลให้ปริมาณความคับคั่งของการส่งข้อมูลขาขึ้น (Uplink) เติบโตก้าวกระโดดแซงหน้าขาลง (Downlink) อย่างมีนัยสำคัญ

รายงาน Ericsson Mobility Report (EMR) ฉบับเดือนมิถุนายน 2569 เผยไตรมาสแรกปีนี้ มียอดผู้ใช้บริการ 5G บนเครือข่ายมือถือทั่วโลกสูงทะลุ 3 พันล้านราย ขณะที่การเปิดตัวบริการเชิงพาณิชย์ในรูปแบบ Network Slicing บนเครือข่าย 5G Standalone (SA) ของผู้ให้บริการด้านการสื่อสารยังเติบโตสูง นอกจากนี้ยังพบว่าในผู้ให้บริการหลาย ๆ รายอัตราการเติบโตของปริมาณการรับ-ส่งข้อมูลแบบ Uplink พุ่งแซงหน้า Downlink แล้ว

จำนวนผู้ใช้ 5G รายใหม่เพิ่ม 162 ล้านรายทั่วโลก

รายงานฉบับเดือนมิถุนายนนี้ ครอบคลุมช่วงเวลาคาดการณ์เดียวกันกับรายงานฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 (คือปี 2568-2574) แต่มีการปรับปรุงข้อมูลทางสถิติและการคาดการณ์เป็นปัจจุบัน

จากจำนวนผู้ใช้บริการ 5G รายใหม่ที่เพิ่มขึ้นถึง 162 ล้านรายทั่วโลก ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ทำให้ยอดรวมทะลุหลัก 3 พันล้านราย โดยอยู่ที่ 3.1 พันล้านราย และคาดว่าภายในสิ้นปี 2574 จะยังเติบโตรวดเร็วต่อเนื่องสูงกว่าเท่าตัว (แตะ 6.4 พันล้านราย) และยอดผู้ใช้บริการ 5G ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียจะเพิ่มสูงถึง 670 ล้านราย ซึ่งคิดเป็นอัตราการเข้าถึงบริการ 5G เกินกว่า 50% ของจำนวนผู้ใช้งานมือถือทั้งหมดในภูมิภาคนี้

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการด้านการสื่อสารราว 390 รายทั่วโลกที่เปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์แล้ว โดยจำนวนนี้มีมากกว่า 90 รายเปิดให้บริการ 5G Standalone (SA) ณ สิ้นปี 2568 เครือข่าย 5G รองรับยอดทราฟฟิกดาต้าบนมือถือทั้งหมดในสัดส่วนสูงถึง 48% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 85% ภายในสิ้นปี 2574 โดยภูมิภาคยุโรปตะวันตก อเมริกาเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) จะมีอัตราการใช้งาน 5G ใกล้เคียงหรือสูงกว่า 90% ภายในสิ้นปี 2574

สำหรับประเทศไทย ณ สิ้นปี 2568 มีจำนวนผู้ใช้บริการ 5G อยู่ที่ 33 ล้านราย คิดเป็น 36% ของยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดในประเทศ และคาดว่าภายในปี 2574 จะเติบโตก้าวกระโดดแตะ 93 ล้านราย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 92% ของจำนวนผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมดในไทย

ประเทศไทยก้าวสู่ยุคใหม่ของการบริโภคข้อมูล

มร. แอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการบริโภคข้อมูล ซึ่งขับเคลื่อนผ่านแอปพลิเคชัน AI, การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ และคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเอง (User-Generated Content หรือ UGC) โดยปัจจัยเหล่านี้กำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบทราฟฟิกที่พึ่งพาการส่งข้อมูลแบบ Uplink อย่างมหาศาล ตามที่ระบุไว้ในรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุดที่เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในครั้งนี้ว่า เครือข่ายจำเป็นต้องวิวัฒนาการจากการเชื่อมต่อแบบ Best-Effort Connectivity ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure) ที่ต้องสามารถรองรับการไหลเวียนของข้อมูลประสิทธิภาพสูงต่อเนื่อง"

"สิ่งสำคัญเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ คือต้องลงทุนต่อเนื่องในคลื่นความถี่ Mid-Band คุณภาพสูง โดยเฉพาะในย่านความถี่ 3.5 GHz ควบคู่ไปกับการเร่งวางระบบ 5G Standalone (SA) ที่ขีดความสามารถเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อที่แตกต่างกันหรือ Differentiated Connectivity ผ่านเทคโนโลยี Network Slicing เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการสามารถรับประกันประสิทธิภาพการใช้งานสำหรับแอปพลิเคชันเฉพาะด้าน และปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ทั้งในกลุ่มบริการสำหรับผู้บริโภคและกลุ่มองค์กรธุรกิจในระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของประเทศไทย" มร. แอนเดอร์ส กล่าวเสริม

จากการวัดผลความคับคั่งบนเครือข่ายของอีริคสัน พบว่าผู้ให้บริการ 43 รายจาก 55 ราย มีอัตราการเติบโตของการ Uplink สูงกว่า Downlink โดยผู้ให้บริการ 17 รายมีความคับคั่งของ Uplink โตสูงกว่า Downlink ถึง 1.5 เท่า ทั้งนี้โมเดลจำลองสถานการณ์ของอีริคสันยังชี้ว่าปริมาณการใช้งาน AI ที่เพิ่มเข้ามานั้น อาจส่งผลให้ความคับคั่งของการ Uplink ในปี 2574 สูงกว่าปี 2568 ถึง 3 เท่าตัวหรือมากกว่านั้น

ปริมาณการรับส่งข้อมูลบนเครือข่าย ทั้งในส่วนของโทรศัพท์เคลื่อนที่และ Fixed Wireless Access (FWA) ในไตรมาสแรกปี 2569 เติบโตขึ้น 22% ต่อปี เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ซึ่งตัวเลขนี้สูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาดอินเดียและอเมริกาเหนือ

ภาพจาก Ericsson Thailand

เทคโนโลยี 6G กับอนาคตที่ไม่ไกลเกินจริง

รายงานยังเผยว่าภาคอุตสาหกรรมหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี 6G มากขึ้น โดยเริ่มมีการหารือด้านข้อกำหนดมาตรฐานแล้ว ซึ่งความคาดหวัง 6G ในระยะแรกนั้นครอบคลุมถึงการสนับสนุนระบบตรวจจับและการสื่อสารแบบบูรณาการ หรือ Integrated Sensing and Communication (ISAC), การผสานรวมระหว่างเครือข่ายภาคพื้นดินและเครือข่ายดาวเทียมเพื่อลดช่องว่างสัญญาณ, และการมุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างจริงจัง ซึ่งทั้งหมดนี้จะขับเคลื่อนด้วย AI-Native 6G

คาดว่าข้อกำหนด 6G ที่ใช้งานได้จริงชุดแรกจะได้รับการสรุปแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2571 หรือช่วงต้นปี 2572 โดยคาดว่าบริการ 6G เชิงพาณิชย์แรกจะเปิดตัวตามมาในปี 2573 และอัตราการใช้งานจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาคและประเทศ ทั้งนี้ คาดว่าสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มนำ 6G มาใช้งาน เช่นเดียวกับการเปิดตัว 5G ที่ผ่านมา

สามารถดาวน์โหลดรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับเดือนมิถุนายน 2569 ได้ที่นี่

ที่มาข้อมูล : Ericsson Mobility Report

ที่มารูปภาพ : Ericsson Thailand

แท็กบทความ

Ericsson
Ericsson Mobility Report
5G
เครือข่าย
tnntech