DeepSeek หั่นราคา AI รุ่นเรือธง 75% สู้ศึกแข่งขันเดือดในจีน

Share on Line Share on Facebook Share on X
DeepSeek หั่นราคา AI รุ่นเรือธง 75% สู้ศึกแข่งขันเดือดในจีน

วันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท ดีปซีค (DeepSeek) สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ AI ของจีน ประกาศลดราคาการใช้งานโมเดล AI รุ่นเรือธง V4-Pro ลงถาวรถึง 75% โดยเหลือราคาเพียงหนึ่งในสี่ของเดิม ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงในตลาด AI และความพยายามลดต้นทุนการประมวลผลของจีน 

สรุปข่าว

บริษัท ดีปซีค (DeepSeek) ประกาศลดค่าบริการโมเดล AI รุ่น V4-Pro ลงถาวรถึง 75% เหลือเพียงหนึ่งในสี่ของราคาเดิม เพื่อขยายการใช้งานและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด AI ตลาดมองว่าการลดราคาครั้งนี้อาจได้รับแรงหนุนจากความก้าวหน้าของชิป Ascend 950 ของบริษัท หัวเว่ย (Huawei) ซึ่งถูกคาดหวังว่าจะช่วยลดต้นทุนการประมวลผล AI ภายในประเทศจีนได้มากขึ้น

วันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท ดีปซีค (DeepSeek) สตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ AI ของจีน ประกาศลดราคาการใช้งานโมเดล AI รุ่นเรือธง V4-Pro ลงถาวรถึง 75% โดยเหลือราคาเพียงหนึ่งในสี่ของเดิม ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงในตลาด AI และความพยายามลดต้นทุนการประมวลผลของจีน 

รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า ดีปซีคได้ปรับลดต้นทุนการใช้งาน API ของ V4-Pro เหลือเพียง 0.025-6 หยวนต่อ 1 ล้านโทเค็น หรือประมาณ 0.12-28 บาท จากเดิมที่อยู่ในช่วง 0.1-24 หยวน หรือประมาณ 0.48-112 บาทต่อ 1 ล้านโทเค็น ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน โดยโทเค็น คือหน่วยข้อความที่ระบบ AI ใช้ในการประมวลผลข้อมูล

ก่อนหน้านี้ DeepSeek เคยระบุว่า V4-Pro มีราคาสูงกว่ารุ่น V4-Flash ซึ่งเป็นรุ่นประสิทธิภาพต่ำกว่า ถึง 12 เท่า เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังประมวลผลระดับสูง ส่งผลให้การเปิดให้บริการยังมีจำนวนจำกัด อย่างไรก็ตาม บริษัทเคยส่งสัญญาณไว้แล้วว่าราคาของรุ่น Pro จะลดลงอย่างมาก หากชิป Ascend 950 ของหัวเว่ย (Huawei) สามารถผลิตออกมาได้ในปริมาณมากในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ 

แม้ DeepSeek จะไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่าการลดราคาครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเพิ่มกำลังการผลิตชิป Ascend 950 หรือไม่ แต่ตลาดมองว่าชิป AI ของหัวเว่ยกำลังได้รับแรงหนุนสำคัญ หลังมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ทำให้บริษัทเอ็นวิเดีย (Nvidia) ไม่สามารถขายชิป AI ขั้นสูงที่สุดให้จีนได้ อย่างไรก็ตาม หัวเว่ยยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านอุปกรณ์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการขยายกำลังผลิตในระยะยาว 

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters

แท็กบทความ