เท็กซัสสั่งฟ้อง “Netflix” ข้อหา “แอบเก็บข้อมูลเด็ก” สร้างฟีเจอร์มอมเมาผู้ใช้

Share on Line Share on Facebook Share on X
เท็กซัสสั่งฟ้อง “Netflix” ข้อหา “แอบเก็บข้อมูลเด็ก” สร้างฟีเจอร์มอมเมาผู้ใช้

อัยการสูงสุดในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นฟ้องร้องต่อ เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสตรีมมิ่ง ในข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวด้วยการแอบเก็บข้อมูลผู้บริโภคโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการออกแบบแพลตฟอร์มในลักษณะที่จงใจให้ผู้ใช้งานเกิดอาการเสพติด

สรุปข่าว

อัยการสูงสุดรัฐเท็กซัสยื่นฟ้อง เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวและละเมิดกฎหมายการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยกล่าวหาว่าบริษัทแอบเก็บและขายข้อมูลพฤติกรรมการรับชมของผู้ใช้ให้แก่นายหน้าข้อมูล แม้จะเคยประกาศว่าไม่มีการเก็บข้อมูลก็ตาม อีกทั้งยังใช้กลวิธี Dark Patterns เช่น ระบบ Autoplay เพื่อมอมเมาผู้ใช้งานให้เสพติดหน้าจอ

อัยการสูงสุดในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นฟ้องร้องต่อ เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสตรีมมิ่ง ในข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวด้วยการแอบเก็บข้อมูลผู้บริโภคโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการออกแบบแพลตฟอร์มในลักษณะที่จงใจให้ผู้ใช้งานเกิดอาการเสพติด

ทางการรัฐเท็กซัสระบุว่า Netflix มีพฤติกรรมหลอกลวงผู้บริโภคมานานหลายปี โดยบริษัทอ้างว่าไม่มีการเก็บหรือแชร์ข้อมูลส่วนบุคคล แต่ในความเป็นจริงกลับมีการติดตามพฤติกรรมและรสนิยมการรับชมของผู้ใช้ เพื่อนำไปขายต่อให้กับบริษัทนายหน้าข้อมูล (Data Brokers) และบริษัทเทคโนโลยีโฆษณา สร้างรายได้เข้าบริษัทเป็นมูลค่ามหาศาลต่อปี

นอกจากนี้ Netflix ยังถูกกล่าวหาว่าใช้กลวิธี  Dark Patterns หรือกลยุทธ์หลอกล่อผู้ใช้งาน ด้วยการออกแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เพื่อดึงดูดให้คนดูอย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบเล่นเนื้อหาอัตโนมัติ (Autoplay) ที่จะเล่นตอนต่อไปทันทีเมื่อคลิปเดิมจบลง ซึ่งถือเป็นการมอมเมาผู้ใช้งานให้ติดหน้าจอ

ในคำฟ้องที่ยื่นต่อศาลรัฐ ยังมีการหยิบยกคำพูดของอดีตซีอีโอ รีด เฮสติงส์ (Reed Hastings) เมื่อปี 2020 ที่เคยกล่าวไว้ว่า บริษัทไม่ได้เก็บข้อมูลอะไรเลย (we don't collect anything) เพื่อสร้างจุดต่างกับคู่แข่งอย่าง แอมะซอน (Amazon), เฟซบุ๊ก (Facebook) และกูเกิล (Google)

อย่างไรก็ตาม คำฟ้องของทางการรัฐเท็กซัสโต้แย้งว่า เป้าหมายของ Netflix นั้นเรียบง่าย แต่ได้กำไรมหาศาล นั่นคือการทำให้เด็กและครอบครัวจมปลักอยู่กับหน้าจอ เพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลและนำไปต่อยอดเป็นกำไร โดยทิ้งท้ายประโยคสำคัญว่า “เมื่อคุณดู Netflix Netflix ก็กำลังดูคุณอยู่เช่นกัน” (“When you watch Netflix, Netflix watches you”)

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดกฎหมายการค้าที่ไม่เป็นธรรมของรัฐเท็กซัส โดยอัยการสูงสุดได้เรียกร้องให้ Netflix ดำเนินการดังนี้

  • ลบข้อมูล ที่ได้มาโดยผิดกฎหมายทั้งหมด

  • ยุติการใช้ข้อมูล เพื่อการโฆษณาแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้

  • จ่ายค่าปรับทางแพ่ง สูงสุดถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 320,000 บาท ต่อการละเมิดหนึ่งครั้ง

ปัจจุบันทาง Netflix ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นหรือตอบโต้ต่อการฟ้องร้องในครั้งนี้

ที่มาข้อมูล : reutersconnect.com

ที่มารูปภาพ : Photo by Juraj Gabriel on Unsplash