ลุ้นระทึก ! เรือดำน้ำไททันพาทัวร์ซากไททานิคสูญหาย ขีดเส้นกู้ภัยสุดท้ายก่อน 22 มิ.ย.

Share on Line Share on Facebook Share on X
ลุ้นระทึก ! เรือดำน้ำไททันพาทัวร์ซากไททานิคสูญหาย ขีดเส้นกู้ภัยสุดท้ายก่อน 22 มิ.ย.

สรุปข่าว

ไททัน (Titan) คือชื่อของเรือดำน้ำที่เป็นกระแสจับตาจากทั่วโลกในขณะนี้ จากการขาดการติดต่อกับภาคพื้นดินหลังพาลูกทัวร์ดำน้ำดูซากเรือไททานิก เรือเดินสมุทรในประวัติศาสตร์ชื่อดัง ซึ่งถ้าหากไม่สามารถติดต่อและเข้าช่วยเหลือได้ภายในวันพฤัสบดีที่ 22 มิถุนายนนี้ตามเวลาท้องถิ่น คาดว่าปริมาณออกซิเจนสำรองที่เตรียมไว้ 96 ชั่วโมง ก็จะหมดลง


สรุปเหตุการณ์เรือดำน้ำสูญหาย

เรือดำน้ำไททันขาดการติดต่อกับภาคพื้นดินตั้งแต่ 19.00 น. ของวันที่ 19 มิถุนายน ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) ซึ่งเป็นเวลาเพียง 45 นาที นับตั้งแต่ตัวเรือดำน้ำออกจากฝั่ง โดยตำแหน่งสุดท้ายที่ติดต่อได้คือบริเวณใกล้ซากเรือไททานิก ซึ่งห่างจากชายฝั่งของนิวฟันด์แลนด์ของประเทศแคนาดา ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 700 กิโลเมตร 


ภายในเรือดำน้ำประกอบไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนรวม 5 คน และได้รับการยืนยันว่าฮามิช ฮาร์ดิง (Hamish Harding) มหาเศรษฐีพันล้านวัย 58 ปี และนักสำรวจชาวอังกฤษนั้นร่วมโดยสารด้วย เป็นเหตุให้บีบีซี (BBC) และเดอะการ์เดียน (The Guardian) ต่างเกาะติดข่าวนี้อย่างใกล้ชิด โดยทั้งหมดต่างต้องการดูซากเรือไททานิกที่จมลงไปตั้งแต่ปี 1912 และค้นพบในปี 1985 ที่พื้นมหาสมุทรแอตแลนติก ลึกลงไป 12,500 ฟุต หรือประมาณ 3.8 กิโลเมตร


ข้อมูลเรือดำน้ำไททัน

เรือดำน้ำไททัน หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่ายานดำน้ำไททัน (Titan Submersible) มีลักษณะคล้ายท่อที่มีความแข็งแกร่งและสามารถดำน้ำได้ (Submersible vessel) เป็นของของบริษัท โอเชียนเกต (Oceangate) มีพิกัดรวม 10,432 กิโลกรัม รองรับการดำน้ำได้ลึกสุด 13,100 ฟุต หรือประมาณ 4 กิโลเมตร มีหน้าต่างแบบตาวัว (Porthole window) 1 จุด ด้านหน้าเรือดำน้ำ มีปริมาณออกซิเจนสำรองสูงสุด 96 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะหมดลงในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงช่วงเย็นในวันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย


เรือดำน้ำดังกล่าวใช้สำหรับนำเที่ยวชมซากเรือไททานิกด้วยการลากจูงของเรือพี่เลี้ยงที่มีชื่อว่าโพลาร์ ปรินซ์ (Polar Prince) ที่จะพาไปจุดต่าง ๆ ตามที่กำหนด แล้วหย่อนให้ตัวเรือดำน้ำไททันจมลงตรงจุดนั้น ซึ่งแปลว่าภายในนั้นไม่มีลูกเรือและไม่มีระบบบังคับแต่อย่างใด 


ปกติแล้วเรือดำน้ำไททันจะใช้ในภารกิจสำรวจแบบไม่มีลูกเรือ แต่การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่นำนักท่องเที่ยวไปด้วย อ้างอิงจากหน้าโซเชียลมีเดียของฮามิช ฮาร์ดิง โดยการเดินทางนี้มีค่าใช้จ่ายต่อคนอยู่ที่ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.7 ล้านบาท โดยใช้เวลาเดินทางไป-กลับ ทั้งหมด 8 วัน


ปัญหาการค้นหาเรือดำน้ำไททัน

แม้ว่าทางบริษัทนำเที่ยวจะออกแถลงการณ์โดยยืนยันการค้นหาที่มุ่งเน้นไปยังฮามิช ฮาร์ดิง และลูกเรือคนอื่น ๆ แต่ที่ระดับความลึกเดียวกับซากเรือไททานิกหรือระดับที่เรือดำน้ำไททันอยู่นั้นจะเกิดปัญหาว่าแสงจากดวงอาทิตย์จะไม่สามารถส่องถึงได้ และแสงไฟจากเรือดำน้ำกู้ภัยแบบไร้คนขับ (Remotely Operated Vehicle: ROV) เองก็ไม่สามารถส่องได้ไกลมากนัก


นอกจากนี้ บนหน้าแถลงการณ์ในทวิตเตอร์ (Twiter) ของบริษัทก็มีผู้มาตั้งข้อสังเกตว่าเรือดำน้ำลึกสำหรับกู้ภัย (Deep-submergence rescue vehicle) ที่มีลูกเรือภายในเองก็ไม่สามารถดำลึกไปที่ระดับซากเรือไททานิกหรือเรือดำน้ำไททันได้ ซึ่งแปลว่าการค้นหานี้อาจจำเป็นต้องใช้เรือดำน้ำทางการทหารเพื่อค้นหาเท่านั้น


สถานการณ์ปัจจุบันนั้นอยู่ระหว่างการค้นหาอย่างเร่งด่วน โดยการสนธิกำลังจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ทั้งหน่วยยามฝั่งของสหรัฐฯ (U.S. Coast Guard) กองทัพเรือ ที่ได้ส่งทั้งเรือลาดตระเวนค้นหาและเครื่องบินเพื่อค้นหาจากภาพถ่ายทางอากาศ และแม้ว่าจะมีการใช้เรดาร์เพื่อระบุตำแหน่งเรือดำน้ำไททัน แต่ซากเรือไททานิกก็กลายเป็นตัวสร้างความสับสนในการระบุตำแหน่งของเรดาร์ด้วยเช่นกัน 


โดย TNN Tech จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานให้ทราบเมื่อมีความคืบหน้าเพิ่มเติมอีกครั้ง

 

ที่มาข้อมูล BBCThe GuardianInteresting Engineering

ที่มารูปภาพ Oceangate


ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand