
สรุปข่าว
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน (Carnegie Mellon University) ได้คิดค้นกระบวนการเรียนรู้เชิงลึกในการทำแผนที่ตำแหน่งของมนุษย์หลายคน ด้วยการวิเคราะห์จากช่วงความกว้างของสัญญาณไวไฟ (The Phase and Amplitude) และประมวลผลโดยใช้อัลกอริทึมการมองเห็นของคอมพิวเตอร์
ผลการศึกษาเผยให้เห็นว่าแบบจำลองสามารถประเมินท่าทางของวัตถุจำนวนมากได้ โดยมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับวิธีการตามภาพ (Image-based Approaches) โดยอาศัยการใช้สัญญาณไวไฟ (WiFi) ในการป้อนข้อมูลเพียงเท่านั้น และผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าทึ่ง ภาพที่ปรากฏออกมาแสดงให้เห็นถึงภาพของมนุษย์หรือวัตถุต่าง ๆ ในรายละเอียดที่น่าอัศจรรย์และในท่าทางที่หลากหลาย
ในปัจจุบันมีการใช้สัญญาณไวไฟ (WiFi) อย่างแพร่หลายอยู่แล้ว โดยนักวิจัยแนะนำว่าการใช้สัญญาณไวไฟ (WiFi) ในการติดตามตำแหน่งที่แน่นอนของผู้คนเป็นวิธีที่ประหยัดกว่ามาก เมื่อเทียบกับกล้องและระบบไลดาร์ (LiDAR) แบบดั้งเดิม โดยเทคโนโลยีนี้อาจถูกปรับขนาดเพื่อช่วยตรวจดูความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุหรือเพื่อสอดส่องพฤติกรรมที่น่าสงสัยที่บ้านได้
การทดลองครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีนักวิจัยพยายามคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อมองทะลุกำแพง โดยเทคโนโลยีล่าสุดที่สร้างขึ้นนี้อาจนำไปสู่การติดตามตำแหน่งที่แน่นอนของบุคคลมากกว่า 1 คนในราคาย่อมเยาและมีความเที่ยงตรงมากขึ้น แต่ทั้งนี้หากมีการจำหน่ายในเชิงพาณิชย์อาจต้องพิจารณาถึงความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นเพิ่มเติม
ที่มาของข้อมูล Futurism
ที่มาของรูปภาพ Carnegie Mellon University
- Tesla เข้าช่วงขาลง ? คนขายรถทิ้ง และหุ้นตก หลังมีกระแสประท้วงอีลอน มัสก์
- ครีมทาผิว “กันบาดทะยัก” ทดสอบกับหนูสำเร็จแล้ว !!
- อัปเกรด MacBook Air ยังไม่ใช้ชิป M4 ใหม่แต่เพิ่ม RAM จาก 8GB ให้เป็น 16GB ทุกรุ่น
- LiDAR เลเซอร์ทำให้ลมมองเห็นได้ ! เพื่ออรรถรสตอนดูแข่งเรือใบ America's Cup ครั้งที่ 37 ที่สเปน
- TNN Tech ชวนดูหนังฟรี ! แจกตั๋ว Out of the nest องครักพิทักษ์เจี๊ยบ
- จีนสร้างศูนย์การประชุมนานาชาติจงหยวน โครงสร้างอาคารยาวเกือบ 1.7 กิโลเมตร
- Apple ยอมลบโฆษณา "The Underdogs" พร้อมแถลงการณ์ขอโทษประเทศไทย
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand
