"เรอัล มาดริด" ทุบสถิติโลก โกยรายได้สูงสุดแม้ไร้แชมป์

Share on Line Share on Facebook Share on X
"เรอัล มาดริด" ทุบสถิติโลก โกยรายได้สูงสุดแม้ไร้แชมป์




เรอัล มาดริด ทีมดังแดนกระทิงดุสร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรฟุตบอลแห่งแรกของโลกที่มีรายได้ทะลุ 1.2 พันล้านยูโร (ประมาณ 45,800 ล้านบาท) แม้ฤดูกาล 2025/26 จะจบลงโดยไม่มีแชมป์ติดมือ ขณะที่การปรับปรุงสนามซานติอาโก เบร์นาเบว ยังคงเป็นเครื่องจักรสำคัญในการสร้างรายได้ แม้สโมสรยังต้องแบกรับหนี้สินและต้นทุนมหาศาล


เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ในศึก ลา ลีกา สเปน ประกาศผลประกอบการประจำฤดูกาล 2025/26 พร้อมสร้างสถิติใหม่ในวงการฟุตบอลโลก ด้วยรายได้รวม 1.221 พันล้านยูโร (ประมาณ 46,600 ล้านบาท) นับเป็นสโมสรแห่งแรกที่มีรายได้ทะลุหลัก 1.2 พันล้านยูโร (ประมาณ 45,800 ล้านบาท) และยังเป็นการทำลายสถิติของตัวเองเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นการเติบโตของรายได้ต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ แม้ว่าทีมจะจบฤดูกาลโดยไม่ได้แชมป์แม้แต่รายการเดียว


ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์จากฤดูกาลก่อน อย่างไรก็ตาม ภายในรายได้ดังกล่าวมีเงินจำนวน 23.5 ล้านยูโร (ประมาณ 897 ล้านบาท) ซึ่งเกิดจากการกลับรายการสำรองทางบัญชีหลังคดีความกับคณะกรรมาธิการยุโรปสิ้นสุดลงเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา โดยที่ผ่านมา เรอัล มาดริด นับเงินส่วนนี้เป็นรายได้ แม้ว่าหลายสโมสรจะไม่นำมาคำนวณ หากตัดรายการดังกล่าวออก รายได้ของสโมสรจะต่ำกว่าระดับ 1.2 พันล้านยูโร เล็กน้อย


ศักยภาพในการสร้างรายได้ของ เรอัล มาดริด เหนือกว่าสโมสรอื่นอย่างชัดเจน โดยในอังกฤษ ซึ่งถือเป็นลีกที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนสูงที่สุดในปัจจุบัน อาร์เซนอล น่าจะเป็นสโมสรที่มีรายได้สูงสุดของประเทศในฤดูกาล 2025/26 ที่ประมาณ 800 ล้านปอนด์ (934 ล้านยูโร หรือประมาณ 35,700 ล้านบาทซึ่งยังห่างจากตัวเลขของทีมดังจากสเปนอย่างมาก



สรุปข่าว

"เรอัล มาดริด" ทุบสถิติโลก เป็นทีมแรกที่ทำรายได้กว่า 1.2 พันล้านยูโร (ประมาณ 45,800 ล้านบาท) แม้ในฤดูกาลล่าสุดมือเปล่า จบแบบไร้แชมป์ แต่รายได้สนามและมูลค่าการตลาดพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง




เรอัล มาดริด ทีมดังแดนกระทิงดุสร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรฟุตบอลแห่งแรกของโลกที่มีรายได้ทะลุ 1.2 พันล้านยูโร (ประมาณ 45,800 ล้านบาท) แม้ฤดูกาล 2025/26 จะจบลงโดยไม่มีแชมป์ติดมือ ขณะที่การปรับปรุงสนามซานติอาโก เบร์นาเบว ยังคงเป็นเครื่องจักรสำคัญในการสร้างรายได้ แม้สโมสรยังต้องแบกรับหนี้สินและต้นทุนมหาศาล


เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ในศึก ลา ลีกา สเปน ประกาศผลประกอบการประจำฤดูกาล 2025/26 พร้อมสร้างสถิติใหม่ในวงการฟุตบอลโลก ด้วยรายได้รวม 1.221 พันล้านยูโร (ประมาณ 46,600 ล้านบาท) นับเป็นสโมสรแห่งแรกที่มีรายได้ทะลุหลัก 1.2 พันล้านยูโร (ประมาณ 45,800 ล้านบาท) และยังเป็นการทำลายสถิติของตัวเองเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นการเติบโตของรายได้ต่อเนื่องเป็นฤดูกาลที่ แม้ว่าทีมจะจบฤดูกาลโดยไม่ได้แชมป์แม้แต่รายการเดียว


ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์จากฤดูกาลก่อน อย่างไรก็ตาม ภายในรายได้ดังกล่าวมีเงินจำนวน 23.5 ล้านยูโร (ประมาณ 897 ล้านบาท) ซึ่งเกิดจากการกลับรายการสำรองทางบัญชีหลังคดีความกับคณะกรรมาธิการยุโรปสิ้นสุดลงเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา โดยที่ผ่านมา เรอัล มาดริด นับเงินส่วนนี้เป็นรายได้ แม้ว่าหลายสโมสรจะไม่นำมาคำนวณ หากตัดรายการดังกล่าวออก รายได้ของสโมสรจะต่ำกว่าระดับ 1.2 พันล้านยูโร เล็กน้อย


ศักยภาพในการสร้างรายได้ของ เรอัล มาดริด เหนือกว่าสโมสรอื่นอย่างชัดเจน โดยในอังกฤษ ซึ่งถือเป็นลีกที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนสูงที่สุดในปัจจุบัน อาร์เซนอล น่าจะเป็นสโมสรที่มีรายได้สูงสุดของประเทศในฤดูกาล 2025/26 ที่ประมาณ 800 ล้านปอนด์ (934 ล้านยูโร หรือประมาณ 35,700 ล้านบาทซึ่งยังห่างจากตัวเลขของทีมดังจากสเปนอย่างมาก




เรอัลมาดริด ยังประกาศตัวเลข EBITDA หรือกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย สูงเป็นสถิติใหม่ที่ 287 ล้านยูโร (ประมาณ 10,970 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 44 ล้านยูโร (ประมาณ 1,680 ล้านบาท) หรือ 18 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน


อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวรวมกำไรจากการขายนักเตะไว้ด้วย ซึ่งเป็นวิธีคำนวณที่หลายสโมสรไม่ได้ใช้ 


ผลประกอบการล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนมหาศาลในการปรับปรุง ซานติอาโก เบร์นาเบว เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจน


รายได้จากสนามแข่งขัน ซึ่งสโมสรเรียกว่า "Stadium Revenue" อยู่ที่ 363 ล้านยูโร (ประมาณ 13,880 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงก่อนปรับปรุงสนาม และเพิ่มขึ้นอีก 36 ล้านยูโร (ประมาณ 1,380 ล้านบาทจากฤดูกาลก่อน


ในจำนวนนี้มีรายได้ประมาณ 10 ล้านยูโร (ประมาณ 382 ล้านบาท) จากการจำหน่ายสิทธิ์ที่นั่งระยะยาว หรือ Personal Seat Licenses (PSLs) ซึ่งเปิดโอกาสให้แฟนบอลซื้อสิทธิ์ในการซื้อบัตรปีตลอด 30 ปี พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษภายในสนาม


อย่างไรก็ดี แม้รายได้จากสนามจะเติบโต แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่สโมสรตั้งไว้ถึง 39 ล้านยูโร (ประมาณ 1,490 ล้านบาท) ส่งผลให้รายได้รวมต่ำกว่างบประมาณที่วางไว้ 27 ล้านยูโร (ประมาณ 1,030 ล้านบาทแม้ว่ารายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจะช่วยชดเชยบางส่วน


แม้ไม่มีแชมป์ในสนาม และยอดขายสินค้าที่ระลึกจะลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ในฤดูกาลล่าสุด แต่ เรอัล มาดริด ยังคงเป็นมหาอำนาจด้านการตลาด โดยรายได้จากการตลาดอยู่ที่ 539 ล้านยูโร (ประมาณ 20,590 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 82 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงก่อนปรับปรุงสนามเบร์นาเบว ขณะที่รายได้จากสปอนเซอร์และลิขสิทธิ์เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอีก 17 เปอร์เซ็นต์ในฤดูกาลเดียว


สโมสรยังเปิดตัว Bernabeu Infinito ประสบการณ์แฟนบอลผ่านเทคโนโลยีเสมือนจริง (VR) เพื่อสร้างรายได้จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ และเมื่อสนามเบร์นาเบวเปิดใช้งานได้เต็มรูปแบบ รายได้ก็น่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก


ตามรายงานของสโมสร รายได้ที่เพิ่มขึ้น 464 ล้านยูโร (ประมาณ 17,720 ล้านบาท) นับตั้งแต่ฤดูกาล 2018/19 นั้น กว่า 93 เปอร์เซ็นต์ มาจากรายได้ที่สโมสรบริหารจัดการเอง หรือรายได้ที่ไม่ใช่ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ซึ่งสะท้อนว่าการปรับปรุงสนามได้ยกระดับศักยภาพทางธุรกิจของ เรอัล มาดริด ไปอีกขั้น


แม้รายงานการเงินฉบับเต็มจะเปิดเผยในเดือนกันยายน และจะทำให้เห็นภาพทางการเงินได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่เห็นได้ในเวลานี้คือ เรอัล มาดริด ยังคงเป็นสโมสรที่สร้างรายได้สูงที่สุดในโลก และยังครองตำแหน่งผู้นำทั้งในสนามธุรกิจและหน้าสื่อฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : TheAthleticUK

ที่มารูปภาพ : AFP