
"ในวันที่ทีมชาติอินโดนีเซียพยายามยื่นข้อเสนอเพื่อดึงเขามาเป็นราชาแห่งอาเซียน ชายหนุ่มคนนี้เลือกที่จะเก็บความฝันนั้นไว้ในใจ แล้วก้มหน้าสู้อยู่ในยุโรป... จนกระทั่งวันนี้ วันที่เขาเกลี่ยรอยยิ้มและกลายเป็นหัวใจแดนกลางที่ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ขาดไม่ได้"
หากถามถึงนักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ยุคปัจจุบันที่วิ่งได้อึดที่สุด ขับเคลื่อนเกมรุก-รับได้เนียนตาที่สุด และที่สำคัญคือ "มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา" ไม่ว่าเกมจะกดดันแค่ไหน ชื่อของ ทิยานี่ ไรน์เดอร์ส ย่อมผุดขึ้นมาเป็นชื่อแรกในใจของคบอล
แต่นอกจากฝีเท้าดนตรีคลาสสิกและพละกำลังมหาศาลแล้ว เบื้องหลังของมิดฟิลด์รายนี้ เต็มไปด้วยเกร็ดประวัติศาสตร์ทางสายเลือดที่เชื่อมโยงมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปรัชญาจิตวิทยาในการเล่นที่น่าทึ่ง
สายเลือด "โบลุกกู" กับดีลประวัติศาสตร์ที่เกือบเกิดขึ้นในอาเซียน
เกร็ดที่น่าสนใจและสร้างเสียงฮือฮาให้แฟนบอลฝั่งอาเซียนมากที่สุดคือ ไรน์เดอร์สมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับประเทศ อินโดนีเซีย โดยตรงผ่านทางคุณแม่ของเขา (แองเจลินา เลคาทอมเปสซี) ซึ่งมีเชื้อสายชาวเกาะอัมบน (Ambon) ย่านโมลุกกะ
ย้อนกลับไปในช่วงปี 2022 ก่อนที่เขาจะโด่งดังเป็นพลุแตก สมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย (PSSI) ใต้การนำของ ชิน แท-ยัง ได้พยายามติดต่อทาบทามและยื่นข้อเสนอให้ไรน์เดอร์สโอนสัญชาติมาเล่นให้กับทัพ "การูด้า" เพื่อสู้ศึกในระดับอาเซียนและเอเชีย
ในเวลานั้น ไรน์เดอร์สในวัย 23 ปี เผชิญกับทางแยกครั้งใหญ่ในชีวิต การเลือกอินโดนีเซียจะทำให้เขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศที่มีฐานแฟนบอลคลั่งไคล้นับร้อยล้านคนทันที แต่เขากลับเลือกที่จะ "ปฏิเสธ" อย่างสุภาพ เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองว่าดีพอจะไปถึงระดับสูงสุดกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดใหญ่ ซึ่งความทะเยอทะยานและจิตวิทยาไม่ยอมแพ้นี้เองที่ผลักดันให้เขาก้าวกระโดดในเวลาต่อมา
"Late Bloomer" ชายหนุ่มที่ดอกไม้บานช้ากว่าคนอื่น
ในดินแดนเนเธอร์แลนด์ที่มักจะแจ้งเกิดนักเตะอัจฉริยะตั้งแต่อายุ 17-18 ปี แต่สำหรับไรน์เดอร์ส เส้นทางของเขาแตกต่างออกไป เขาคือพวก "ดังช้า" (Late Bloomer)
ในวัย 21 ปี เขายังคงต้องลงไปเล่นให้ทีมสำรองของอาแซด อัลค์มาร์ ในลีกล่าง และเกือบถูกมองข้ามจากระบบฟุตบอลอาชีพ ทว่า ไรน์เดอร์สใช้ "วินัยและความอดทนสูง" ค่อยๆ ขัดเกลาตัวเอง จนกระทั่งได้รับโอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัวในวัย 23 ปี ก่อนจะระเบิดฟอร์มพาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศ คอนเฟอเรนช์ ลีก จนเตะตายักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง เอซี มิลาน ที่ดึงตัวเขาไปร่วมทีมด้วยค่าตัวทะลุ 20 ล้านยูโร
สไตล์การเล่นที่โดดเด่นทั้งรุกและรับ
| คุณลักษณะ | จุดเด่น |
| การเคลื่อนที่ | วิ่งขึ้นลงช่วยทั้งเกมรุกและเกมรับได้ตลอดทั้งเกม |
| การเล่นแบบ Box-to-Box | เชื่อมเกมจากแดนหลังสู่แดนหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
| การตัดสินใจ | เล่นด้วยความนิ่งและมีความต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์กดดัน |
| การสร้างสรรค์เกม | จ่ายบอลทะลุช่องและเติมขึ้นทำประตูได้จากแถวสอง |
รอยยิ้มแห่งความภูมิใจของสองทวีป
จากเด็กหนุ่มที่เกือบจะย้ายมาค้าแข้งในเวทีระดับภูมิภาคอาเซียน วันนี้ ทิยานี่ ไรน์เดอร์ส ยืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะขุนพลแกนหลักของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในฟุตบอลโลก
สตอรี่ของเขาบอกกับแฟนบอลทั่วโลกว่า "ความสำเร็จไม่ได้มีสูตรสำเร็จเรื่องอายุ และไม่จำเป็นต้องเดินตามเส้นทางที่ง่ายที่สุดเสมอไป"
ทุกครั้งที่เขาลงสนามและส่งรอยยิ้มผ่านหน้าจอทีวี มันไม่ใช่แค่แฟนบอลเนเธอร์แลนด์ที่ร่วมยินดี... แต่แฟนบอลในอินโดนีเซียและอาเซียนต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เห็น "สายเลือดโมลุกกะ" กำลังร่ายเวทมนตร์ลูกหนังและสยบกองกลางระดับโลกอยู่ในทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้
สรุปข่าว
"ในวันที่ทีมชาติอินโดนีเซียพยายามยื่นข้อเสนอเพื่อดึงเขามาเป็นราชาแห่งอาเซียน ชายหนุ่มคนนี้เลือกที่จะเก็บความฝันนั้นไว้ในใจ แล้วก้มหน้าสู้อยู่ในยุโรป... จนกระทั่งวันนี้ วันที่เขาเกลี่ยรอยยิ้มและกลายเป็นหัวใจแดนกลางที่ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ขาดไม่ได้"
หากถามถึงนักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ยุคปัจจุบันที่วิ่งได้อึดที่สุด ขับเคลื่อนเกมรุก-รับได้เนียนตาที่สุด และที่สำคัญคือ "มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลา" ไม่ว่าเกมจะกดดันแค่ไหน ชื่อของ ทิยานี่ ไรน์เดอร์ส ย่อมผุดขึ้นมาเป็นชื่อแรกในใจของคบอล
แต่นอกจากฝีเท้าดนตรีคลาสสิกและพละกำลังมหาศาลแล้ว เบื้องหลังของมิดฟิลด์รายนี้ เต็มไปด้วยเกร็ดประวัติศาสตร์ทางสายเลือดที่เชื่อมโยงมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปรัชญาจิตวิทยาในการเล่นที่น่าทึ่ง
สายเลือด "โบลุกกู" กับดีลประวัติศาสตร์ที่เกือบเกิดขึ้นในอาเซียน
เกร็ดที่น่าสนใจและสร้างเสียงฮือฮาให้แฟนบอลฝั่งอาเซียนมากที่สุดคือ ไรน์เดอร์สมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับประเทศ อินโดนีเซีย โดยตรงผ่านทางคุณแม่ของเขา (แองเจลินา เลคาทอมเปสซี) ซึ่งมีเชื้อสายชาวเกาะอัมบน (Ambon) ย่านโมลุกกะ
ย้อนกลับไปในช่วงปี 2022 ก่อนที่เขาจะโด่งดังเป็นพลุแตก สมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย (PSSI) ใต้การนำของ ชิน แท-ยัง ได้พยายามติดต่อทาบทามและยื่นข้อเสนอให้ไรน์เดอร์สโอนสัญชาติมาเล่นให้กับทัพ "การูด้า" เพื่อสู้ศึกในระดับอาเซียนและเอเชีย
ในเวลานั้น ไรน์เดอร์สในวัย 23 ปี เผชิญกับทางแยกครั้งใหญ่ในชีวิต การเลือกอินโดนีเซียจะทำให้เขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศที่มีฐานแฟนบอลคลั่งไคล้นับร้อยล้านคนทันที แต่เขากลับเลือกที่จะ "ปฏิเสธ" อย่างสุภาพ เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองว่าดีพอจะไปถึงระดับสูงสุดกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดใหญ่ ซึ่งความทะเยอทะยานและจิตวิทยาไม่ยอมแพ้นี้เองที่ผลักดันให้เขาก้าวกระโดดในเวลาต่อมา
"Late Bloomer" ชายหนุ่มที่ดอกไม้บานช้ากว่าคนอื่น
ในดินแดนเนเธอร์แลนด์ที่มักจะแจ้งเกิดนักเตะอัจฉริยะตั้งแต่อายุ 17-18 ปี แต่สำหรับไรน์เดอร์ส เส้นทางของเขาแตกต่างออกไป เขาคือพวก "ดังช้า" (Late Bloomer)
ในวัย 21 ปี เขายังคงต้องลงไปเล่นให้ทีมสำรองของอาแซด อัลค์มาร์ ในลีกล่าง และเกือบถูกมองข้ามจากระบบฟุตบอลอาชีพ ทว่า ไรน์เดอร์สใช้ "วินัยและความอดทนสูง" ค่อยๆ ขัดเกลาตัวเอง จนกระทั่งได้รับโอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัวในวัย 23 ปี ก่อนจะระเบิดฟอร์มพาทีมไปถึงรอบรองชนะเลิศ คอนเฟอเรนช์ ลีก จนเตะตายักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง เอซี มิลาน ที่ดึงตัวเขาไปร่วมทีมด้วยค่าตัวทะลุ 20 ล้านยูโร
สไตล์การเล่นที่โดดเด่นทั้งรุกและรับ
| คุณลักษณะ | จุดเด่น |
| การเคลื่อนที่ | วิ่งขึ้นลงช่วยทั้งเกมรุกและเกมรับได้ตลอดทั้งเกม |
| การเล่นแบบ Box-to-Box | เชื่อมเกมจากแดนหลังสู่แดนหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
| การตัดสินใจ | เล่นด้วยความนิ่งและมีความต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์กดดัน |
| การสร้างสรรค์เกม | จ่ายบอลทะลุช่องและเติมขึ้นทำประตูได้จากแถวสอง |
รอยยิ้มแห่งความภูมิใจของสองทวีป
จากเด็กหนุ่มที่เกือบจะย้ายมาค้าแข้งในเวทีระดับภูมิภาคอาเซียน วันนี้ ทิยานี่ ไรน์เดอร์ส ยืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะขุนพลแกนหลักของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในฟุตบอลโลก
สตอรี่ของเขาบอกกับแฟนบอลทั่วโลกว่า "ความสำเร็จไม่ได้มีสูตรสำเร็จเรื่องอายุ และไม่จำเป็นต้องเดินตามเส้นทางที่ง่ายที่สุดเสมอไป"
ทุกครั้งที่เขาลงสนามและส่งรอยยิ้มผ่านหน้าจอทีวี มันไม่ใช่แค่แฟนบอลเนเธอร์แลนด์ที่ร่วมยินดี... แต่แฟนบอลในอินโดนีเซียและอาเซียนต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เห็น "สายเลือดโมลุกกะ" กำลังร่ายเวทมนตร์ลูกหนังและสยบกองกลางระดับโลกอยู่ในทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้
- ปรัชญาความนิ่งของ "อันเจโล สติลเลอร์" ชายที่ถูกเสือใต้เคยมองข้ามสู่จอมทัพคนใหม่ทีมชาติเยอรมนี
- ฮาจิเมะ โมริยาสุ กับสมุดโน้ตเปลี่ยนญี่ปุ่นสู่มหาอำนาจลูกหนังเอเชีย
- แหกกฎเหล็กศตวรรษลูกหนัง: ทำไม ทีมชาติบราซิล จึงเลือก คาร์โล อันเชลอตติ นำทัพเซเลเซา
- ลิโอเนล เมสซี่กับกองทัพผู้ปกป้อง!ถอดจิตวิทยา "ความภักดี" แข้งอาร์เจนติน่าที่ยอมถวายชีวิตเพื่อลูกพี่
- แฟชั่นหรือข้อจำกัด? ย้อนรอยเสื้อสีเทา ทีมชาติอังกฤษ ในยูโร 1996 กับข้อสังเกตทางวิทยาศาสตร์การมองเห็น
ที่มาข้อมูล : true visions
ที่มารูปภาพ : รายการถ่ายทอดสด
อดีต บรรณาธิการข่าวกีฬาออนไลน์ และ ผู้สื่อข่าวกีฬา
