พรีวิวทีมชาติไทย พบ จีน ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ทรูวิชั่นส์ นาว ถ่ายทอดสด!

Share on Line Share on Facebook Share on X
พรีวิวทีมชาติไทย พบ จีน ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ทรูวิชั่นส์ นาว ถ่ายทอดสด!

พรีวิว-วิเคราะห์ฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน เวลา 18.30 น. 

ทีมชาติจีน พบ ทีมชาติไทย

สนาม : จินหัว สปอร์ตส์ เซนเตอร์

ถ่ายทอดสด : แอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True PREMIER FOOTBALL 4 (ช่อง 604)


ไปเริ่มกันที่ทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี่ ฮัดสัน ที่ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดด้วยการเปิดบ้านเสมอกับ คูเวต 2-2 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(5 มิ.ย. 69) ชนิดที่ได้ประตูออกนำไปก่อนถึง 2-0 ในครึ่งแรก ซึ่งหากดูรายละเอียดของเกมทีมชาติไทย ยังมีการบ้านที่ต้องแก้ โดยเฉพาะความเข้าใจเกมของนักเตะที่หลายคนเป็นหน้าใหม่ที่ถูกเรียกเข้ามา


เกมนี้จะเป็นเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้าย ก่อนจะลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน 2026 ที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 26 สิงหาคมนี้ รวมถึงศึกฟีฟ่า อาเซียน คัพ ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 21 กันยายน - 6 ตุลาคมนี้

สรุปข่าว

ศึกฟุตบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์นัดสำคัญ วันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 18.30 น. ทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย เตรียมบุกไปเยือน ทีมชาติจีน ณ สนามจินหัว สปอร์ตส์ เซนเตอร์ โดยแฟนบอลสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางแอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True PREMIER FOOTBALL 4 ความพร้อมของทีมชาติไทยภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี่ ฮัดสัน เพิ่งเปิดบ้านเสมอคูเวต 2-2 ถือเป็นเกมลองทีมขุมกำลังนัดสุดท้ายก่อนลุยศึกใหญ่ชิงแชมป์อาเซียน 2026 คาดว่าเกมนี้จะส่งแข้งสายเลือดใหม่อย่าง เอราวัณ การ์นิเย่, เสกสรรค์ ราตรี และหน้าเป้าอย่าง จู๊ด ซุ่นทรัพย์ เบลล์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพื่อปรับจูนระบบ ทางฝั่งเจ้าถิ่นทีมชาติจีนของกุนซือใหม่ เซา จีอี้ กำลังมั่นใจหลังบุกชนะสิงคโปร์ 2-1 และหวังใช้เกมนี้พัฒนาสไตล์การเล่นเพื่อเป้าหมายไปฟุตบอลโลก ทรรศนะเกมนี้ทั้งสองทีมต่างรู้ทางกันดีและน่าจะเปิดเกมรุกแลกกันสนุกเพื่อทดลองตัวผู้เล่น คาดว่าวัดกันที่ความเฉียบคมและมีโอกาสสูงที่จะจบลงด้วยผลเสมอมิตรภาพไปอย่างสุดมันส์ด้วยสกอร์ 2-2

พรีวิว-วิเคราะห์ฟุตบอลนัดอุ่นเครื่อง

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน เวลา 18.30 น. 

ทีมชาติจีน พบ ทีมชาติไทย

สนาม : จินหัว สปอร์ตส์ เซนเตอร์

ถ่ายทอดสด : แอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True PREMIER FOOTBALL 4 (ช่อง 604)


ไปเริ่มกันที่ทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี่ ฮัดสัน ที่ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดด้วยการเปิดบ้านเสมอกับ คูเวต 2-2 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(5 มิ.ย. 69) ชนิดที่ได้ประตูออกนำไปก่อนถึง 2-0 ในครึ่งแรก ซึ่งหากดูรายละเอียดของเกมทีมชาติไทย ยังมีการบ้านที่ต้องแก้ โดยเฉพาะความเข้าใจเกมของนักเตะที่หลายคนเป็นหน้าใหม่ที่ถูกเรียกเข้ามา


เกมนี้จะเป็นเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้าย ก่อนจะลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน 2026 ที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 26 สิงหาคมนี้ รวมถึงศึกฟีฟ่า อาเซียน คัพ ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 21 กันยายน - 6 ตุลาคมนี้

ทางด้าน แอนโธนี่ ฮัดสัน กุนซือทีมชาติไทย ยอมรับว่าจะเป็นอีกหนึ่งงานที่ยากและท้าทาย เพราะทีมชาติจีนเต็มไปด้วยขุมกำลังที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยืนยันว่าจะเน้นเต็มที่เพื่อเก็บผลการแข่งขันที่ดีกลับไปฝากแฟนบอล


ในส่วนของการจัดทัพเชื่อว่าเกมนี้น่าจะเปลี่ยนหน้าตาจากนัดแรกพอสมควร บรรดานักเตะเลือดใหม่อย่าง ธีรภัทร ปรือทอง, จู๊ด เบลล์ รวมถึง เอราวัณ การ์นิเยร์ น่าจะได้ออกสตาร์ทตัวจริง ประสานงานกับแกนหลัก


รายชื่อนักเตะ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของทีมชาติไทย (ระบบ 4-2-3-1)

ผู้รักษาประตูส่ง สรานนท์ อนุอินทร์ เฝ้าเสา กองหลังวาง วาริส ชูทอง, ณัฐพงษ์ สายริยา, พีฬาวัช อรรคธรรม, ศุภนันท์ บุรีรัตน์ แดนกลางวาง กฤษดา กาแมน คู่กับ สารัช อยู่เย็น โดยมี เอราวัณ การ์นิเย่, เสกสรรค์ ราตรี และ ธีรภัทร ปรือทอง คอยสร้างสรรค์เกมให้กับกองหน้าตัวเป้าอย่าง จู๊ด ซุ่นทรัพย์ เบลล์


ทางฝั่งเจ้าถิ่น  ทีมชาติจีน ภายใต้การคุมทัพของ เซา จีอี้ โค้ชคนใหม่ในวัย 46 ปี ที่สมัยเป็นผู้เล่นเคยค้าแข้งในบุนเดสลีกา เยอรมนี เพิ่งจะเข้ามาคุมทีมไปเมื่อช่วงต้นปี ซึ่งเจ้าตัวเผยเป้าหมายในการเข้ามารับงานที่ชัดเจนว่าต้องการพัฒนาฟุตบอลของจีนเพื่อบรรลุความฝันกับการไปเล่นฟุตบอลโลกด้วยสไลต์การเล่นที่ต้องทำให้แฟนบอลประทับใจ ผลงานอุ่นเครื่องนัดล่าสุดพาทีมบุกไปเอาชนะ ทีมชาติสิงคโปร์ 2-1 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(5 มิ.ย. 69) 

ทรรศนะ : เชื่อว่าทั้งสองทีมจะเปิดแลกกันสนุก เพราะด้วยทรงบอลที่ทันกันและต่างก็รู้เหลี่ยมมุมของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี ดูจากผลการแข่งขันที่แม้ว่า จีน จะไม่แพ้ไทยมาใน 2 เกมหลังสุดที่พบกัน(ชนะ 2-1, เสมอ 1-1) แต่รายละเอียดรูปเกมไม่ได้ต่างกันมาก 


เป็นเกมที่มองว่าต่างฝ่ายต่างต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้นแน่นอนด้วยปัญหาของทีม สุดท้ายจะวัดกันตรงความเฉียบคมว่าใครจะฉวยโอกาสลงโทษได้ดีกว่ากัน เชื่อว่าด้วยคุณภาพขุมกำลังทั้งสองทีมมีโอกาสจบด้วยผลเสมอสูง


สกอร์ที่คาด : ทีมชาติจีน เสมอ ทีมชาติไทย 2-2

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN