
หากจะพูดถึงมหกรรมกีฬาที่คนทั้งโลกตั้งตารอคอยมากที่สุด คงไม่มีใครปฏิเสธความยิ่งใหญ่ของศึก เวิลด์ คัพ หรือ "ฟุตบอลโลก" และในปี 2026 นี้ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการลูกหนังกำลังจะถูกจารึกขึ้นอีกครั้ง เพราะทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้ไม่ได้เหมือนฟุตบอลโลกครั้งที่่ผ่านๆ มา เพราะนอกจากจะมีเจ้าภาพร่วมกันถึง 3 ชาติเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย ซึ่งถือเป็นความทะเยอทะยานครั้งใหญ่ที่สุดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ในการขยายขีดจำกัดของความมันสะใจและมอบความตื่นเต้นให้แก่แฟนบอลทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
3 เจ้าภาพแห่งทวีปอเมริกาเหนือ
ความพิเศษอันดับแรกของฟุตบอลโลก 2026 คือการเป็นทัวร์นาเมนต์แรกในประวัติศาสตร์ที่มี "เจ้าภาพร่วมพร้อมกันถึง 3 ประเทศ" นำโดย สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ภายใต้ชื่อแคมเปญการเสนอตัวร่วมกันว่า "United 2026"
การกระจายการแข่งขันไปทั่วทั้งทวีปทำให้เกิดความหลากหลายทั้งในแง่ของวัฒนธรรม สภาพภูมิอากาศ และสีสันจากแฟนบอล โดยมีเมืองเจ้าภาพรวมกันถึง 16 เมือง แบ่งออกเป็น
สหรัฐอเมริกา (11 เมือง) ได้แก้ แอตแลนตา, บอสตัน, ดัลลัส, ฮิวสตัน, แคนซัส ซิตี้, ลอสแอนเจลิส, ไมอามี่, นิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์, ฟิลาเดลเฟีย, ซานฟรานซิสโก และ ซีแอตเทิล
เม็กซิโก (3 เมือง) ได้แก่ เม็กซิโก ซิตี้, กัวดาลาฮารา และ มอนเตร์เรย์
แคนาดา (2 เมือง) ได้แก่ โตรอนโต และ แวนคูเวอร์
ความน่าสนใจก็คือ เม็กซิโก จะกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกถึง 3 สมัย หลังจากเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้ว 2 ครั้งก่อนหน้านี้ นั่นคือในปี 1970 และ 1986 ในขณะที่สหรัฐอเมริกาจะได้เป็นเจ้าภาพสมัยที่ 2 หลังจากปี 1994 และแคนาดา ถือเป็นน้องใหม่ในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก
ระบบการแข่งขันใหม่ 48 ทีม และจำนวนแมตช์ที่มากถึง 104 นัด
จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับระบบ 32 ทีมมาตั้งแต่ปี 1998 ฟุตบอลโลก 2026 ได้ทำการ "ปฏิวัติระบบการแข่งขัน" ครั้งมโหฬาร โดยเพิ่มจำนวนทีมในรอบสุดท้ายขึ้นเป็น 48 ทีม (เพิ่มจากเดิมถึง 16 ทีม) เพื่อเปิดโอกาสให้ชาติจากทวีปต่างๆ ที่ไม่เคยมีโอกาสได้มาถึงรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศความยิ่งใหญ่ในรายการนี้มากขึ้น โดยเฉพาะโควต้าของทวีปเอเชีย และแอฟริกา ที่ได้สิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ส่วนในเรื่องของรูปแบบการจัดกลุ่มและการเข้ารอบนั้น ในรอบแรกหรือรอบแบ่งกลุ่มของ ฟุตบอลโลก 2026 จะมีทั้งหมด 12 กลุ่มด้วยกัน เริ่มจากกลุ่ม A ไปถึงกลุ่ม L แบ่งเป็นกลุ่มละ 4 ทีม โดยจะแข่งขันแบบพบกันหมดในกลุ่ม โดยทีมที่ได้อันดับ 1 และ 2 ของทั้ง 12 กลุ่ม จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์โดยอัตโนมัติ มีทั้งหมด 24 ทีม
ลำดับถัดมาคึอทีมอันดับ 3 ที่มีผลงานดีที่สุด 8 ทีม จากทั้งหมด 12 กลุ่ม จะได้สิทธิ์ผ่านเข้ารอบตามไปด้วย รวมทั้งหมดเป็น 32 ทีม ในการผ่านเข้าไปเล่นในรอบถัดไป
จากระบบนี้ ทำให้ในรอบน็อกเอาต์จะไม่ได้เริ่มต้นที่รอบ 16 ทีมเหมือนเก่า แต่จะเริ่มต้นที่ "รอบ 32 ทีมสุดท้าย" ซึ่งนั่นหมายความว่า ชาติที่จะก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกในครั้งนี้ จะต้องลงสนามแข่งขันรวมทั้งสิ้นถึง 8 นัด (จากเดิม 7 นัด) และจำนวนแมตช์รวมตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์จะเพิ่มขึ้นจาก 64 นัด กลายเป็น 104 นัดเลยทีเดียว ทำให้แฟนบอลทั่วโลกจะได้ดูบอลกันอย่างเต็มอิ่มตลอดระยะเวลาร่วมหนึ่งเดือน
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่มี สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และ แคนาดา เป็นเจ้าภาพนั้น จะทำการแข่งขันกันในระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคมนี้ โดยเกมนัดเปิดสนาม จะเป็นเกมระหว่าง เม็กซิโก พบ แอฟริกาใต้ ที่สนามในตำนานอย่าง อัซเตก้า สเตเดี้ยม วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน ซึ่งจะตรงกับช่วง 02.00 น. ของวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน (คืนวันพฤหัสบดี) ตามเวลาในประเทศไทย ส่วนเกมรอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันที่สนาม เม็ตไลฟ์ สเตเดี้ยม ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม
สรุปข่าว
หากจะพูดถึงมหกรรมกีฬาที่คนทั้งโลกตั้งตารอคอยมากที่สุด คงไม่มีใครปฏิเสธความยิ่งใหญ่ของศึก เวิลด์ คัพ หรือ "ฟุตบอลโลก" และในปี 2026 นี้ ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการลูกหนังกำลังจะถูกจารึกขึ้นอีกครั้ง เพราะทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้ไม่ได้เหมือนฟุตบอลโลกครั้งที่่ผ่านๆ มา เพราะนอกจากจะมีเจ้าภาพร่วมกันถึง 3 ชาติเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย ซึ่งถือเป็นความทะเยอทะยานครั้งใหญ่ที่สุดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ในการขยายขีดจำกัดของความมันสะใจและมอบความตื่นเต้นให้แก่แฟนบอลทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
3 เจ้าภาพแห่งทวีปอเมริกาเหนือ
ความพิเศษอันดับแรกของฟุตบอลโลก 2026 คือการเป็นทัวร์นาเมนต์แรกในประวัติศาสตร์ที่มี "เจ้าภาพร่วมพร้อมกันถึง 3 ประเทศ" นำโดย สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ภายใต้ชื่อแคมเปญการเสนอตัวร่วมกันว่า "United 2026"
การกระจายการแข่งขันไปทั่วทั้งทวีปทำให้เกิดความหลากหลายทั้งในแง่ของวัฒนธรรม สภาพภูมิอากาศ และสีสันจากแฟนบอล โดยมีเมืองเจ้าภาพรวมกันถึง 16 เมือง แบ่งออกเป็น
สหรัฐอเมริกา (11 เมือง) ได้แก้ แอตแลนตา, บอสตัน, ดัลลัส, ฮิวสตัน, แคนซัส ซิตี้, ลอสแอนเจลิส, ไมอามี่, นิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์, ฟิลาเดลเฟีย, ซานฟรานซิสโก และ ซีแอตเทิล
เม็กซิโก (3 เมือง) ได้แก่ เม็กซิโก ซิตี้, กัวดาลาฮารา และ มอนเตร์เรย์
แคนาดา (2 เมือง) ได้แก่ โตรอนโต และ แวนคูเวอร์
ความน่าสนใจก็คือ เม็กซิโก จะกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกถึง 3 สมัย หลังจากเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้ว 2 ครั้งก่อนหน้านี้ นั่นคือในปี 1970 และ 1986 ในขณะที่สหรัฐอเมริกาจะได้เป็นเจ้าภาพสมัยที่ 2 หลังจากปี 1994 และแคนาดา ถือเป็นน้องใหม่ในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก
ระบบการแข่งขันใหม่ 48 ทีม และจำนวนแมตช์ที่มากถึง 104 นัด
จากเดิมที่เราคุ้นเคยกับระบบ 32 ทีมมาตั้งแต่ปี 1998 ฟุตบอลโลก 2026 ได้ทำการ "ปฏิวัติระบบการแข่งขัน" ครั้งมโหฬาร โดยเพิ่มจำนวนทีมในรอบสุดท้ายขึ้นเป็น 48 ทีม (เพิ่มจากเดิมถึง 16 ทีม) เพื่อเปิดโอกาสให้ชาติจากทวีปต่างๆ ที่ไม่เคยมีโอกาสได้มาถึงรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศความยิ่งใหญ่ในรายการนี้มากขึ้น โดยเฉพาะโควต้าของทวีปเอเชีย และแอฟริกา ที่ได้สิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ส่วนในเรื่องของรูปแบบการจัดกลุ่มและการเข้ารอบนั้น ในรอบแรกหรือรอบแบ่งกลุ่มของ ฟุตบอลโลก 2026 จะมีทั้งหมด 12 กลุ่มด้วยกัน เริ่มจากกลุ่ม A ไปถึงกลุ่ม L แบ่งเป็นกลุ่มละ 4 ทีม โดยจะแข่งขันแบบพบกันหมดในกลุ่ม โดยทีมที่ได้อันดับ 1 และ 2 ของทั้ง 12 กลุ่ม จะผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์โดยอัตโนมัติ มีทั้งหมด 24 ทีม
ลำดับถัดมาคึอทีมอันดับ 3 ที่มีผลงานดีที่สุด 8 ทีม จากทั้งหมด 12 กลุ่ม จะได้สิทธิ์ผ่านเข้ารอบตามไปด้วย รวมทั้งหมดเป็น 32 ทีม ในการผ่านเข้าไปเล่นในรอบถัดไป
จากระบบนี้ ทำให้ในรอบน็อกเอาต์จะไม่ได้เริ่มต้นที่รอบ 16 ทีมเหมือนเก่า แต่จะเริ่มต้นที่ "รอบ 32 ทีมสุดท้าย" ซึ่งนั่นหมายความว่า ชาติที่จะก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกในครั้งนี้ จะต้องลงสนามแข่งขันรวมทั้งสิ้นถึง 8 นัด (จากเดิม 7 นัด) และจำนวนแมตช์รวมตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์จะเพิ่มขึ้นจาก 64 นัด กลายเป็น 104 นัดเลยทีเดียว ทำให้แฟนบอลทั่วโลกจะได้ดูบอลกันอย่างเต็มอิ่มตลอดระยะเวลาร่วมหนึ่งเดือน
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่มี สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และ แคนาดา เป็นเจ้าภาพนั้น จะทำการแข่งขันกันในระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคมนี้ โดยเกมนัดเปิดสนาม จะเป็นเกมระหว่าง เม็กซิโก พบ แอฟริกาใต้ ที่สนามในตำนานอย่าง อัซเตก้า สเตเดี้ยม วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน ซึ่งจะตรงกับช่วง 02.00 น. ของวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน (คืนวันพฤหัสบดี) ตามเวลาในประเทศไทย ส่วนเกมรอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันที่สนาม เม็ตไลฟ์ สเตเดี้ยม ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม
12 กลุ่มในศึกฟุตบอลโลก 2026
กลุ่ม A : เม็กซิโก, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, สาธารณรัฐเช็ก
กลุ่ม B : แคนาดา, สวิตเซอร์แลนด์, กาตาร์, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
กลุ่ม C : บราซิล, โมร็อกโก, เฮติ, สกอตแลนด์
กลุ่ม D : สหรัฐอเมริกา, ปารากวัย, ออสเตรเลีย, ตุรกี
กลุ่ม E : เยอรมนี, คูราเซา, ไอวอรี่ โคสต์, เอกวาดอร์
กลุ่ม F : เนเธอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, ตูนิเซีย, สวีเดน
กลุ่ม G : เบลเยียม, อียิปต์, อิหร่าน, นิวซีแลนด์
กลุ่ม H : สเปน, หมู่เกาะเคปเวิร์ด, ซาอุดิอาระเบีย, อุรุกวัย
กลุ่ม I : ฝรั่งเศส, เซเนกัล, นอร์เวย์, อิรัก
กลุ่ม J : อาร์เจนตินา, แอลจีเรีย, ออสเตรีย, จอร์แดน
กลุ่ม K : โปรตุเกส, อุซเบกิสถาน, โคลอมเบีย, ดีอาร์ คองโก
กลุ่ม L : อังกฤษ, โครเอเชีย, กาน่า, ปานามา
โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม
วันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. 2026
กลุ่ม A
02.00 น. เม็กซิโก พบ แอฟริกาใต้
09.00 น. เกาหลีใต้ พบ สาธารณรัฐเช็ก
----------------------------------------------------------------------------
วันเสาร์ที่ 13 มิ.ย. 2026
กลุ่ม B
02.00 น. แคนาดา พบ บอสเนีย
กลุ่ม D
08.00 น. สหรัฐอเมริกา พบ ปารากวัย
-----------------------------------------------------------------------------
วันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. 2026
กลุ่ม B
02.00 น. กาตาร์ พบ สวิตเซอร์แลนด์
กลุ่ม C
05.00 น. บราซิล พบ โมร็อกโก
08.00 น. เฮติ พบ สกอตแลนด์
กลุ่ม D
11.00 น. ออสเตรเลีย พบ ตุรกี
----------------------------------------------------------------------------
วันจันทร์ที่ 15 มิ.ย. 2026
กลุ่ม E
00.00 น. เยอรมนี พบ คูราเซา
06.00 น. ไอวอรี่ โคสต์ พบ เอกวาดอร์
กลุ่ม F
03.00 น. เนเธอร์แลนด์ พบ ญี่ปุ่น
09.00 น. สวีเดน พบ ตูนิเซีย
กลุ่ม H
23.00 น. สเปน พบ หมู่เกาะเคปเวิร์ด
----------------------------------------------------------------------------
วันอังคารที่ 16 มิ.ย. 2026
กลุ่ม G
02.00 น. เบลเยี่ยม พบ อิยิปต์
08.00 น. อิหร่าน พบ นิวซีแลนด์
กลุ่ม H
05.00 น. ซาอุดิอาระเบีย พบ อุรุกวัย
----------------------------------------------------------------------------
วันพุธที่ 17 มิ.ย. 2026
กลุ่ม I
02.00 น. ฝรั่งเศส พบ เซเนกัล
05.00 น. อิรัก พบ นอร์เวย์
กลุ่ม J
08.00 น. อาร์เจนตินา พบ แอลจีเรีย
11.00 น. ออสเตรีย พบ จอร์แดน
----------------------------------------------------------------------------
วันพฤหัสบดีที่ 18 มิ.ย. 2026
กลุ่ม K
00.00 น. โปรตุเกส พบ ดีอาร์ คองโก
09.00 น. อุซเบกิสถาน พบ โคลอมเบีย
กลุ่ม L
03.00 น. อังกฤษ พบ โครเอเชีย
06.00 น. กาน่า พบ ปานามา
กลุ่ม A
23.00 น. สาธารณรัฐเช็ก พบ แอฟริกาใต้
----------------------------------------------------------------------------
วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. 2026
กลุ่ม B
02.00 น. สวิตเซอร์แลนด์ พบ บอสเนีย
05.00 น. กาตาร์ พบ แคนาดา
กลุ่ม A
08.00 น. เม็กซิโก พบ เกาหลีใต้
----------------------------------------------------------------------------
วันเสาร์ที่ 20 มิ.ย. 2026
กลุ่ม D
02.00 น. สหรัฐอเมริกา พบ ออสเตรเลีย
10.00 น. ตุรกี พบ ปารากวัย
กลุ่ม C
05.00 น. สกอตแลนด์ พบ โมร็อกโก
07.30 น. บราซิล พบ เฮติ
----------------------------------------------------------------------------
วันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. 2026
กลุ่ม F
00.00 น. เนเธอร์แลนด์ พบ สวีเดน
11.00 น. ตูนีเซีย พบ ญี่ปุ่น
กลุ่ม E
03.00 น. เยอรมนี พบ ไอวอรี่ โคสตค์
07.00 น. เอกวาดอร์ พบ คูราเซา
กลุ่ม H
23.00 น. สเปน พบ ซาอุดิอาระเบีย
----------------------------------------------------------------------------
วันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. 2026
กลุ่ม G
02.00 น. เบลเยียม พบ อิหร่าน
08.00 น. นิวซีแลนด์ พบ อิยิปต์
กลุ่ม H
05.00 น. อุรุกวัย พบ หมู่เกาะเคปเวิร์ด
----------------------------------------------------------------------------
วันอังคารที่ 23 มิ.ย. 2026
กลุ่ม J
00.00 น. อาร์เจนตินา พบ ออสเตรีย
10.00 น. จอร์แดน พบ แอลจีเรีย
กลุ่ม I
04.00 น. ฝรั่งเศส พบ อิรัก
07.00 น. นอร์เวย์ พบ เซเนกัล
----------------------------------------------------------------------------
วันพุธที่ 24 มิ.ย. 2026
กลุ่ม K
00.00 น. โปรตุเกส พบ อุซเบกิสถาน
09.00 น. โคลอมเบีย พบ ดีอาร์ คองโก
กลุ่ม L
03.00 น. อังกฤษ พบ กาน่า
06.00 น. ปานามา พบ โครเอเชีย
----------------------------------------------------------------------------
วันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย. 2026
กลุ่ม B
02.00 น. บอสเนีย พบ กาตาร์
02.00 น. สวิตเซอร์แลนด์ พบ แคนาดา
กลุ่ม C
05.00 น. โมร็อกโก พบ เฮติ
05.00 น. สกอตแลนด์ พบ บราซิล
กลุ่ม A
08.00 น. สาธารณรัฐเช็ก พบ เม็กซิโก
08.00 น. แอฟริกาใต้ พบ เกาหลีใต้
----------------------------------------------------------------------------
วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 2026
กลุ่ม E
03.00 น. คูราเซา พบ ไอวอรี่ โคสต์
03.00 น. เอกวาดอร์ พบ เยอรมนี
กลุ่ม F
06.00 น. ญี่ปุ่น พบ สวีเดน
06.00 น. ตูนีเซีย พบ เนเธอร์แลนด์
กลุ่ม D
09.00 น. ปารากวัย พบ ออสเตรเลีย
09.00 น. ตุรกี พบ สหรัฐอเมริกา
----------------------------------------------------------------------------
วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2026
กลุ่ม I
02.00 น. นอร์เวย์ พบ ฝรั่งเศส
02.00 น. เซเนกัล พบ อิรัก
กลุ่ม H
07.00 น. หมู่เกาะแคปเวิร์ด พบ ซาอุดิอาระเบีย
07.00 น. อุรุกวัย พบ สเปน
กลุ่ม G
10.00 น. อียิปต์ พบ อิหร่าน
10.00 น. นิวซีแลนด์ พบ เบลเยี่ยม
----------------------------------------------------------------------------
วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 2026
กลุ่ม L
04.00 น. โครเอเชีย พบ กาน่า
04.00 น. ปานามา พบ อังกฤษ
กลุ่ม K
06.30 น. โคลอมเบีย พบ โปรตุเกส
06.30 น. ดีอาร์ คองโก พบ อุซเบกิสถาน
กลุ่ม I
09.00 น. แอลจีเรีย พบ ออสเตรีย
09.00 น. จอร์แดน พบ อาร์เจนตินา
- หากไทย “จอดำ” ไม่ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 เสี่ยงตกขบวนเอเชีย-อาเซียน หรือไม่
- โฆษกรัฐบาลเผยครม. ไม่ได้มีมติอนุมัติวงเงินถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026
- ครม. มอบกรมประชาสัมพันธ์ ประสานกสทช. ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026
- นายกฯ ยืนยันคนไทยต้องได้ดูถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026
- ผลฟุตบอลโลก 2026 รอบเพลย์ออฟ : อิตาลีพ่ายจุดโทษบอสเนียฯ อดไปบอลโลก 3 สมัยติด
ที่มาข้อมูล : TNN
ที่มารูปภาพ : FIFA World Cup
