ภาคใต้ตั้งรับ 10 จว.เสี่ยงภัย “น้ำท่วม-ดินถล่ม” ท่าอากาศยานเปิดแผนเผชิญเหตุ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ภาคใต้ตั้งรับ 10 จว.เสี่ยงภัย “น้ำท่วม-ดินถล่ม” ท่าอากาศยานเปิดแผนเผชิญเหตุ

10 จังหวัดภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 23 - 26 ต.ค.นี้

จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภัย ฉบับที่ 2 (274/2569) เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบช่วงวันที่ 24 - 28 ตุลาคม 2569) ซึ่งมีสาเหตุจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย

สรุปข่าว

รัฐบาลประกาศเตือน 10 จังหวัดภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึงหนักมากและน้ำท่วมฉับพลัน 23–26 ต.ค. 2569 พร้อมสั่งกระทรวงคมนาคมคุมเข้มท่าอากาศยานทุกแห่งเกาะติดสถานการณ์ 24 ชั่วโมง เช็กรายละเอียดประกาศกรมอุตุฯ และข้อควรระวังได้ที่นี่

10 จังหวัดภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก 23 - 26 ต.ค.นี้

จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนภัย ฉบับที่ 2 (274/2569) เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ และอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบช่วงวันที่ 24 - 28 ตุลาคม 2569) ซึ่งมีสาเหตุจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทย

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง รัฐบาลโดย นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และได้สั่งการด่วนให้เฝ้าระวังภัยพิบัติจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิด น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในพื้นที่เสี่ยงของ 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่

  • ระนอง
  • พังงา
  • ภูเก็ต
  • สุราษฎร์ธานี
  • นครศรีธรรมราช
  • พัทลุง
  • สงขลา
  • สตูล
  • ยะลา
  • นราธิวาส(โดยมีช่วงเวลาเฝ้าระวังเข้มข้นระหว่างวันที่ 23 - 26 ตุลาคม 2569)

กระทรวงคมนาคม สั่งท่าอากาศยานใต้ทุกแห่งเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด

เพื่อรับมือวิกฤตภัยธรรมชาติและลดผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสาร กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ท่าอากาศยานในสังกัดพื้นที่ภาคใต้ทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมมาตรการเชิงรุกที่ครอบคลุม ดังนี้

  1. ทบทวนแผนเผชิญเหตุและศูนย์ประสานงาน: จัดเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และช่องทางประสานงานด่วนกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานควบคุมจราจรทางอากาศ, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และสายการบินต่างๆ เพื่อรองรับกรณีเฉพาะและสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการคมนาคม
  2. เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง: จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและรายงานความคืบหน้าตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบูรณาการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
  3. ระบบระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม: ตรวจสอบและกำจัดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องสูบน้ำ ระบบไฟฟ้าและไฟฟ้าสำรอง ตลอดจนอุปกรณ์ที่จำเป็น พร้อมติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำทั้งภายในและภายนอกท่าอากาศยานอย่างต่อเนื่อง
  4. ตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติการบิน: ติดตามสภาพทางวิ่ง (Runway) ทางขับ (Taxiway) และลานจอดอากาศยานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที

มาตรการจำกัด/ระงับการบินเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

“หากประเมินแล้วพบว่าสภาพพื้นที่หรือสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ปลอดภัยต่อการปฏิบัติการบิน ให้ดำเนินการจำกัดหรือระงับการใช้งานพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามความจำเป็น พร้อมประสานออกประกาศแจ้งนักบินตามขั้นตอน (NOTAM) รวมทั้งประสานหน่วยงานควบคุมจราจรทางอากาศ สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการเที่ยวบินและดูแลผู้โดยสาร พร้อมแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้โดยสารทราบ รวมทั้งเร่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการเป็นอันดับแรก” นางสาวพลอยทะเล กล่าว

เตือนภัยรอบด้านไทยตอนบนอากาศแปรปรวน - อันดามันและอ่าวไทยคลื่นสูงกว่า 2 เมตร

นอกจากภาคใต้แล้ว ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนภัยครอบคลุมพื้นที่อื่นๆ ดังนี้

ประเทศไทยตอนบน (ช่วง 25 - 27 ตุลาคม 2569): สภาพอากาศแปรปรวน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยผลกระทบจะเกิดขึ้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้น ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ขอให้ประชาชนระวังอันตราย หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

ชาวเรือและประมง (อันดามัน-อ่าวไทย): คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมี คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองในช่วงเวลานี้

ช่องทางติดต่อและติดตามสถานการณ์

เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง ติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ:

  • เว็บไซต์: http://www.tmd.go.th
  • สายด่วน: 1182 หรือเบอร์โทรศัพท์ 0-2399-4012-13 (ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง)

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย , กรมอุตุนิยมวิทยา

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย