เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์น้ำพุ่ง 96% จ่อเร่งระบาย 3 วันติด เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำเฝ้าระวัง

Share on Line Share on Facebook Share on X
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์น้ำพุ่ง 96% จ่อเร่งระบาย 3 วันติด เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำเฝ้าระวัง

เตรียมทยอยเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 30 ก.ย. นี้

กรมชลประทาน แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อย่างใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นและยังมีน้ำไหลเข้าอ่างอย่างต่อเนื่อง 

โดย ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 06.00 น. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 840.94 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 96.49% ของความจุอ่าง มีน้ำไหลเข้าอ่างประมาณ 737.78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 63.74 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่ระบายน้ำอยู่ที่ 25.07 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 2.17 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

จากการติดตามและคาดการณ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้า 7 วัน กรมชลประทานคาดว่าจะยังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง รวมประมาณ 373.22 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ เพื่อควบคุมระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

สรุปข่าว

กรมชลฯ แจ้งเตือนเฝ้าระวังน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หลังน้ำในอ่างแตะ 96.49% เตรียมเพิ่มการระบาย 30 ก.ย. เป็นต้นไป สูงสุด 400 ลบ.ม./วินาที 2 ต.ค. ส่งผลระดับน้ำแม่น้ำป่าสักอาจเพิ่ม 3.50–4 เมตร ขอประชาชนริมตลิ่ง–พื้นที่ลุ่มต่ำติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

เตรียมทยอยเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 30 ก.ย. นี้

กรมชลประทาน แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อย่างใกล้ชิด หลังปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นและยังมีน้ำไหลเข้าอ่างอย่างต่อเนื่อง 

โดย ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 06.00 น. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 840.94 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 96.49% ของความจุอ่าง มีน้ำไหลเข้าอ่างประมาณ 737.78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 63.74 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่ระบายน้ำอยู่ที่ 25.07 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือ 2.17 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

จากการติดตามและคาดการณ์สถานการณ์น้ำล่วงหน้า 7 วัน กรมชลประทานคาดว่าจะยังมีน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง รวมประมาณ 373.22 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำ เพื่อควบคุมระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

โดยจะทยอยเพิ่มการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ดังนี้

- 30 กันยายน 2569 ระบาย 115 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ 9.97 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน 

- 1 ตุลาคม 2569 ระบาย 230 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ 19.87 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน 

- 2 ตุลาคม 2569 ระบาย 400 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ 34.56 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน

การปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าวจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันประมาณ 3.50–4.00 เมตร อย่างไรก็ตาม คาดว่าระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นจะยังอยู่ภายในลำน้ำ และ ยังไม่ส่งผลให้เกิดน้ำล้นตลิ่งแม่น้ำป่าสัก

กรมชลประทานจึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำป่าสักและพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนและเตรียมความพร้อมเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของประชาชน

ทั้งนี้ กรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินสถานการณ์เป็นระยะ เพื่อให้การระบายน้ำสอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนและสถานการณ์ในพื้นที่

เตือน 3 จังหวัดเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เตรียมรับระดับน้ำสูงขึ้น

กรมชลประทานแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 วันที่ 28 กันยายน 2569 หลังฝนตกหนักและฝนสะสมในพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 

โดยข้อมูลวันที่ 28 ก.ย.69 เวลา 06.00 น. สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,904 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 2,000–2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขา (Side Flow) คาดว่าจะมีน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,200–2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างยังมีภาวะน้ำท่วมขัง และชุมชนริมตลิ่งนอกคันกั้นน้ำบางแห่งได้รับผลกระทบ กรมชลประทานจึงจำเป็นต้อง ชะลอน้ำไว้ในพื้นที่ว่างเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเป็นการชั่วคราว เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง และควบคุมไม่ให้ผลกระทบขยายวงกว้าง ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้น แต่จะควบคุมไม่ให้เกินระดับ +18.00 เมตร รทก.

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังครอบคลุม 3 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท

กรมชลประทานขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงผู้ประกอบกิจการในแม่น้ำ เช่น งานก่อสร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่ง และแพร้านอาหาร ยกของขึ้นที่สูง เตรียมป้องกันทรัพย์สิน และติดตามประกาศสถานการณ์น้ำจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทานจะติดตามปริมาณน้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งพื้นที่เหนือและท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้มากที่สุด


ที่มาข้อมูล : กรมชลประทาน

ที่มารูปภาพ : กรมชลประทาน

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ