ผบ.ทสส. สั่ง นทพ. เตรียมกำลังช่วยน้ำท่วมอุทัยธานี หลังฝายตารอดเสียหาย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ผบ.ทสส. สั่ง นทพ. เตรียมกำลังช่วยน้ำท่วมอุทัยธานี หลังฝายตารอดเสียหาย

กองทัพไทยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำอุทัยธานี หลังฝายตารอดเสียหาย

กองทัพไทยสั่งเตรียมความพร้อมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดอุทัยธานี หลังฝนตกหนักส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเกิดเหตุฝายตารอดได้รับความเสียหาย ทำให้มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร 5 หมู่บ้าน มีนาข้าวได้รับผลกระทบกว่า 1,000 ไร่ พร้อมกำชับหน่วยทหารในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ

วันที่ 22 กันยายน 2569 นาวาอากาศเอก จงเจต วัชรานันท์ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. เกิดเหตุฝายตารอดได้รับความเสียหาย ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรใน 5 หมู่บ้าน และส่งผลกระทบต่อนาข้าวรวมกว่า 1,000 ไร่

ขณะเดียวกัน เขื่อนวังร่มเกล้าได้เร่งบริหารจัดการและระบายน้ำ หลังมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานในพื้นที่ได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำสะแกกรังให้เฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง

สรุปข่าว

ผบ.ทสส. สั่ง นทพ. เตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์รับสถานการณ์น้ำท่วมอุทัยธานี หลังฝายตารอดเสียหาย น้ำท่วมพื้นที่เกษตร 5 หมู่บ้าน กระทบนาข้าวกว่า 1,000 ไร่ พร้อมเสริมกำลังหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 15 เตรียมอพยพประชาชน ส่งอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องจักรกลเข้าช่วยเหลือทันที

กองทัพไทยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำอุทัยธานี หลังฝายตารอดเสียหาย

กองทัพไทยสั่งเตรียมความพร้อมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดอุทัยธานี หลังฝนตกหนักส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเกิดเหตุฝายตารอดได้รับความเสียหาย ทำให้มวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร 5 หมู่บ้าน มีนาข้าวได้รับผลกระทบกว่า 1,000 ไร่ พร้อมกำชับหน่วยทหารในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ

วันที่ 22 กันยายน 2569 นาวาอากาศเอก จงเจต วัชรานันท์ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. เกิดเหตุฝายตารอดได้รับความเสียหาย ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรใน 5 หมู่บ้าน และส่งผลกระทบต่อนาข้าวรวมกว่า 1,000 ไร่

ขณะเดียวกัน เขื่อนวังร่มเกล้าได้เร่งบริหารจัดการและระบายน้ำ หลังมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานในพื้นที่ได้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำสะแกกรังให้เฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง

ผบ.ทสส. สั่งเสริมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ พร้อมช่วยเหลือประชาชน

จากสถานการณ์ดังกล่าว พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้สั่งการให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) เตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำและสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย

พร้อมมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าสมทบหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 15 ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

การเตรียมกำลังดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยทหารสามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและพื้นที่เสี่ยงตามแนวลุ่มน้ำสะแกกรัง

เตรียมแผนอพยพประชาชน ส่งอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่

สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้วางแนวทางรองรับสถานการณ์ในทุกด้าน ตั้งแต่การสำรวจและประเมินความเสียหายของพื้นที่ประสบภัย ไปจนถึงการเตรียมกำลังพลและยานพาหนะสำหรับเคลื่อนย้ายประชาชนและสิ่งของออกจากพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ ยังเตรียมสนับสนุนการขนส่งและแจกจ่ายน้ำดื่ม อาหาร และสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมจัดเตรียมยานพาหนะ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์สำหรับเปิดเส้นทางหรือกำจัดสิ่งกีดขวาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย

เมื่อสถานการณ์น้ำคลี่คลาย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจะสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูพื้นที่และสาธารณประโยชน์ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็ว

ทั้งนี้ การดำเนินงานจะประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่

กำชับติดตามระดับน้ำลุ่มน้ำสะแกกรังอย่างต่อเนื่อง

รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้กำชับให้ทุกหน่วยติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงตามแนวลุ่มน้ำสะแกกรัง ซึ่งต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

พร้อมทั้งให้หน่วยทหารเตรียมปรับกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นที่และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

กองทัพไทยยืนยันความพร้อมในการระดมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยทุกประเภท เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN