ปิดช่องโกงสอบ! ดันกฎหมายเฉพาะเอาผิดอาญา-ตัดสิทธิทำงานรัฐทุกแห่ง

เดินหน้าปิดช่องโกงสอบเข้าทำงานภาครัฐ
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ โดยเห็นชอบข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ ตามที่คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเสนอ พร้อมให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหารือกับสำนักงาน ก.พ. เพื่อนำหลักการและข้อเสนอที่เกี่ยวข้องไปประกอบการจัดทำร่างกฎหมายต่อไป
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายแก้ปัญหาการทุจริตสอบอย่างเป็นระบบ หลังพบกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ซึ่งมีพฤติการณ์ทั้งการเรียกรับผลประโยชน์และการแก้ไขกระดาษคำตอบ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดความผิดเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะ
สรุปข่าว
เดินหน้าปิดช่องโกงสอบเข้าทำงานภาครัฐ
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ โดยเห็นชอบข้อเสนอมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบเข้าทำงานภาครัฐ ตามที่คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเสนอ พร้อมให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหารือกับสำนักงาน ก.พ. เพื่อนำหลักการและข้อเสนอที่เกี่ยวข้องไปประกอบการจัดทำร่างกฎหมายต่อไป
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายแก้ปัญหาการทุจริตสอบอย่างเป็นระบบ หลังพบกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ซึ่งมีพฤติการณ์ทั้งการเรียกรับผลประโยชน์และการแก้ไขกระดาษคำตอบ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่กำหนดความผิดเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะ
สาระสำคัญของข้อเสนอ
คือ กำหนดให้การทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐเป็นความผิดอาญา พร้อมให้อำนาจหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่มีอำนาจจับกุม สามารถสืบสวนสอบสวนการกระทำความผิด รวมทั้งจัดให้มีช่องทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับประชาชนแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลการทุจริต
สำหรับผู้ที่กระทำความผิด
จะถูกตัดสิทธิเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง และเมื่อข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ จะส่งรายชื่อให้สำนักงาน ก.พ. รวบรวมไว้ในฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบประวัติได้ก่อนรับบุคคลเข้าทำงาน
นอกจากนี้ หากผู้กระทำความผิด ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดเป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ กำหนดหลักการให้ไล่ออกจากราชการ โดยสำนักงาน ก.พ. เสนอให้แยกโทษทางวินัยออกจากโทษทางอาญาให้ชัดเจน เนื่องจากการไล่ออกจากราชการเป็นโทษทางวินัยสูงสุด ส่วนหลักการให้รับโทษหนักขึ้นอีกหนึ่งเท่าควรกำหนดไว้ในส่วนของโทษทางอาญา
ในกรณีพบเหตุอันควรเชื่อว่ามีการทุจริต จะต้องเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวน โดยประเด็นการสั่งยุติการสอบเป็นการชั่วคราว สำนักงาน ก.พ. มีข้อสังเกตว่าควรพิจารณาตามลักษณะและความร้ายแรงของแต่ละกรณี เพื่อไม่ให้ผู้เข้าสอบโดยสุจริตได้รับผลกระทบเกินสมควร
“รัฐบาลต้องการปิดช่องการโกงสอบตั้งแต่ต้นทาง เพราะการสอบเข้าทำงานภาครัฐต้องแข่งขันกันด้วยความรู้ความสามารถ ไม่ใช่ด้วยเงิน เส้นสาย หรือการทุจริต ผู้ที่โกงต้องมีความรับผิดชัดเจน และหากเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องมีมาตรการทางวินัยและทางอาญาที่จริงจัง เพื่อรักษาความเป็นธรรมให้กับผู้เข้าสอบที่สุจริตและสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
- ครม. เห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมฯ ไทย-เยอรมนี เดินหน้าความร่วมมือ 5 ด้าน
- มติครม. 8 ก.ย. 69 แต่งตั้งข้าราชการระดับสูง-กรรมการ หลายตำแหน่ง
- รัฐบาลลุยจัดระเบียบสถานรองรับเด็กทั่วประเทศ
- ไฟเขียวเสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างบังเกอร์-หอกระจายข่าว
- รัฐบาลแจงมาตรการคุมปืน ย้ำจัดการทั้งปืนเถื่อน–ปืนมีทะเบียน
ที่มาข้อมูล : รัฐบาล
ที่มารูปภาพ : Thai News Pix Created by ai
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
